Skip to content

เซ็นทรัลเวิลด์-เอ็มดิสทริคทุ่มงบฯ โหม ‘เคานต์ดาวน์’ ปลุกกำลังซื้อกลางกรุง

21 ธ.ค. 2568 | 09:54น.
เซ็นทรัลเวิลด์-เอ็มดิสทริคทุ่มงบฯ โหม ‘เคานต์ดาวน์’ ปลุกกำลังซื้อกลางกรุง

เซ็นทรัลเวิลด์-เอ็มดิสทริค เปิดศึกดวลงานเคานต์ดาวน์ 2026 ทุ่มงบฯหลักร้อยล้าน ขนสารพัดแม็กเนต ทั้งพลุยาวตลอดอโศกถึงทองหล่อนาน 15 นาที, ทัพศิลปินไทย-เทศ ขึ้นเวทีสร้างความมันส์, โดรนแปรอักษร ฯลฯ หวังชิงนักช็อประดับกลาง-บน มั่นใจผู้ร่วมงานแตะ 1.5 ล้านคน จับจ่ายพุ่ง 20%

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงปลายปีว่า มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีมาก โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงปลายปีกลับมาค่อนข้างเยอะอยู่ที่ระดับ 3 ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ทาง ททท.ตั้งไว้ 2 ล้านคน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

โดยในปีนี้บริษัทเตรียมสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ด้วยงานเคานต์ดาวน์ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลัก อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อตอกย้ำความเป็น “World’s Entertainment Countdown” อันดับหนึ่งตลอดกาล โดยในปีนี้ใช้งบฯราว 500 ล้านบาท

พลุซิตี้สเคป-ทัพศิลปิน Sold out

ซึ่งไฮไลต์ในปีนี้ หลัก ๆ จะอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยบริษัทได้ยกระดับประสบการณ์เคานต์ดาวน์ใหม่ทั้งหมด ทั้งในด้านโปรดักชั่น รูปแบบเวที และการแสดง เพื่อเนรมิตให้เซ็นทรัลเวิลด์เป็นพื้นที่ “World’s Music Festival” ใจกลางกรุงเทพฯ โดยนำเสนอผ่านคอนเซ็ปต์ “The Original-A Tribute To Love”

ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของการผสมผสานนวัตกรรมดิจิทัลอาร์ตแบบ Immersive เข้ากับพลุซิตี้สเคปที่ยาวที่สุด และออกแบบมาเพื่อสอดรับกับสกายไลน์ของกรุงเทพฯ รวมถึงการนำโชว์โดรนแปลอักษรมาใช้ในการสื่อสาร Message to the World เป็นครั้งแรกใจกลางเมือง เพื่อส่งต่อความรักและกำลังใจให้แก่ผู้คนทั่วโลก

รวมถึงยังได้คัดเลือกศิลปินที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น และบัตรคอนเสิร์ตขายหมดเกลี้ยงมารวมตัวกันมากที่สุด นำทัพโดยศิลปิน T-Pop แถวหน้าอย่างพีพี กฤษฏ์, บิวกิ้น พุฒิพงศ์, นนท์ ธนนท์, อิงค์ วรันธร, ปาล์มมี่, โบกี้ไลอ้อน และ 4EVE เป็นต้น มาร่วมทำโชว์กว่า 96 เพลง ซึ่ง 50% จะเป็นโชว์พิเศษ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงเข้าสู่ศักราชใหม่ 2569 โดยคาดว่าพื้นที่บริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิลด์จะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ถึง 250,000 คน

“จากการยกระดับประสบการณ์การเคานต์ดาวน์แบบใหม่ในปีนี้ คาดการณ์ว่าเซ็นทรัลเวิลด์จะมีสัดส่วนผู้เข้าร่วมงานเป็นคนไทย 70% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30% และคาดว่าทราฟฟิกในช่วงระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค. จะเติบโตขึ้น 20-25% และมียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับกลาง-บนยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง”

คาดดึงดูดผู้ชมทะลุ 1.5 ล้านคน

นอกจากแลนด์มาร์กหลักที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว บริษัทยังกระจายโมเมนตัมทางเศรษฐกิจด้วยการจัดงาน “Thailand Countdown 2026-Love Unites Us All” ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีก 13 สาขาทั่วประเทศ อาทิ เซ็นทรัล เชียงใหม่, ขอนแก่น, โคราช, พัทยา และภูเก็ต เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวมการเฉลิมฉลองในทุกภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมทุกสาขากว่า 1.5 ล้านคน

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจระดับประเทศมากมาย อาทิ โตโยต้า, บุญรอดเทรดดิ้ง, AIS, ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (มาม่า) และฮาตาริ ที่เข้ามาร่วมผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ฝีมือคนไทย 100% ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง 3HD และแพลตฟอร์มออนไลน์ของพันธมิตรสื่อชั้นนำ เพื่อยืนยันสถานะของประเทศไทยในการเป็น “Global Countdown Landmark” อย่างแท้จริง

บิ๊กคอร์ปสุขุมวิทผนึกกำลัง

ด้านนางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และผู้นำเครือข่ายภาคีภาคเอกชนย่านสุขุมวิท กล่าวว่า กิจกรรมระดับบิ๊กสเกลในช่วงส่งท้ายปี เป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างกระแสเงินหมุนเวียน และตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการเฉลิมฉลองระดับสากล

ขณะเดียวกันตามข้อมูลจาก Sukhumvit Today นั้น ปี 2568 ย่านสุขุมวิทมียอดนักท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านคน และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่ง ททท.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 1.5 ล้านคน ในช่วง 20 ธ.ค. 2569-1 ม.ค. 2569 ขณะที่คนไทยจะอยู่ที่ราว 5 ล้านคน/ครั้ง ในช่วง 31 ธ.ค. 2568-2 ม.ค. 2569

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการย่านสุขุมวิทจึงผนึกกำลังกันจัดงาน EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 ย้ำโพซิชั่นของ “ย่านสุขุมวิท” ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางการค้าที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และจุดยุทธศาสตร์ที่รวมโรงแรมระดับโลก ร้านอาหาร และความบันเทิงไว้ครบวงจร ด้วยงบฯลงทุนราว 200 ล้านบาทครอบคลุมโปรโมชั่น, การตลาด, อีเวนต์ เป็นต้น

โดยสร้างความร่วมมือแบบข้ามอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งกลุ่มรีเทล, โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ตลอดเส้นอโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ อาทิ อาคารภิรัชทาวเวอร์, เอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์, โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท และโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เพื่อร้อยเรียงการเฉลิมฉลองให้เป็นเนื้อเดียวกัน

จุดพลุตั้งแต่อโศกถึงทองหล่อ

มีไฮไลต์สำคัญ คือ การจุดพลุทั้งจาก 3 อาคารหลักของ EM DISTRICT ได้แก่ EMPORIUM, EMQUARTIER และ EMSPHERE พร้อมกับอาคารพันธมิตรโดยรอบ เพื่อย้ำภาพ Global Lifestyle Destination ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน โดยการจุดพลุตลอดทั้งเส้นอโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ จะต่อเนื่องนานถึง 15 นาที

สำหรับกิจกรรมของ EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 จะเริ่มตั้งแต่ 20 ธันวาคม ยาวไปจนถึงคืนข้ามปี โดย EM DISTRICT เตรียมจัดงาน “WONDER OF CHRISTMAS” ขนทัพคณะประสานเสียงและโชว์จากวง CIRCRL พร้อมการปรากฏตัวของซานตาคลอส ก่อนจะเข้าสู่จุดพีกในคืนวันที่ 31 ธันวาคม กับงาน “WONDER COUNTDOWN” ณ ควอเทียร์ พาร์ค ที่รวมศิลปินแถวหน้าของไทยและสากล อาทิ เจ เจตริน, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, Three Man Down, PERSES รวมถึงศิลปิน J-Pop อย่าง PSYCHIC และ ดีเจ.ชั้นนำที่จะมาร่วมสร้างความมันส์ก่อนนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่

โดยคาดว่าตลอดช่วงการจัดงาน EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 จะมียอดทราฟฟิกเฉลี่ยประมาณ 100,000 คนต่อวัน

นางสาวศุภลักษณ์ ย้ำว่า ถนนสุขุมวิทในวันนี้ได้ก้าวข้ามจากย่านการค้าไปสู่การเป็น “ระบบนิเวศเศรษฐกิจเมือง” ที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ดังนั้นการปั้นแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดงานเฉลิมฉลองทั่วไป แต่คือต้นแบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์เมือง และเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันให้กรุงเทพฯยืนหยัดในฐานะเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลกอย่างยั่งยืน