Skip to content

‘โอสถสภา’กางแผนปี’69 รุกพรีเมี่ยม-ตรึงราคาฝ่าวิกฤตโลก

12 มี.ค. 2569 | 18:44น.
‘โอสถสภา’กางแผนปี’69  รุกพรีเมี่ยม-ตรึงราคาฝ่าวิกฤตโลก

“โอสถสภา” กางแผนปี’69 โตสวนวิกฤตโลกด้วย 3 แกนหลัก เครื่องดื่ม-เพอร์ซันนอลแคร์-รุกต่างประเทศ ส่งชูกำลัง-แชมพูพรีเมี่ยม เลี่ยงแข่งราคา-อัพกำไร ก่อนต่อยอดความสำเร็จเมียนมา-ลาว รุกอินโดนีเซีย-เวียดนาม พร้อมรัดเข็มขัดลงทุน 400-500 ล้านบาทต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาด มั่นใจเติบโต Mid-Single Digit ได้แน่

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP กล่าวว่า ปี 2569 นี้ภาพรวมเศรษฐกิจกำลังซื้อของไทยมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2568 เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอก อย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยและโลก

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตทั้งในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมของไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง ฟังก์ชั่นนอลดริงก์ หรือสินค้าดูแลส่วนบุคคล อย่าง ครีมอาบน้ำ-แชมพู ฯลฯ และตลาดต่างประเทศที่บริษัทยังไม่ได้รุกเข้าไปทำธุรกิจเต็มตัว หลังปัจจุบันส่งออกไปยัง 40 ประเทศเท่านั้น จึงยังมีช่องว่างทั้งในและนอกอาเซียน

โอสถสภา
มุกดา ไพรัชเวทย์

รุกพรีเมี่ยม-ต่างประเทศ

นางสาวมุกดาอธิบายว่า ปี 2569 นี้โอสถสภาจะมุ่งเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ “Executing Excellence and Empowering the Future” ผ่าน 3 แกนหลัก คือ ตลาดเครื่องดื่มในประเทศ, สินค้าดูแลส่วนบุคคล และการขยายธุรกิจออกสู่ต่างประเทศ

ทั้งนี้เพื่อบรรลุเป้ารายได้รวมเติบโตระดับ Mid-Single Digit พร้อมรุกตลาดต่างประเทศยกระดับสู่การเป็น Regional Player ในอนาคต

สำหรับตลาดเครื่องดื่มในประเทศนั้น จะมุ่งสร้างแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมการตลาด เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในแต่ละตลาด ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับสินค้าหรือ Premiumization เพิ่มอัตราการทำกำไร รวมถึงผลักดันแบรนด์เจาะระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นโสมอินซัมในภาคอีสาน หรือฉลามในภาคเหนือและภาคใต้ เน้นผูกโยงกับท่องถิ่นนั้น ทั้งประเพณี และศิลปินที่มาร่วมงาน 

โดย M-150 จะยังเป็นหัวหอก ซึ่งปีนี้ต่อยอดสูตรฝาทองที่เป็นสินค้าขายดี ด้วยการเพิ่มฝาทองรุ่นพรีเมี่ยมซึ่งปรับสูตรใหม่ พร้อมฉลากสีทอง พร้อมจับมือรายการโหนกระแสจัดกิจกรรมสะสมแต้ม และลุ้นรางวัลทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เช่นเดียวกับใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งเดินสายจัด M Power Concert อาทิ 27 มี.ค. ที่เซ็นทรัลระยอง และ 5 เม.ย. ที่อยุธยา เป็นต้น เช่นเดียวกับการกลับมาทำตลาดโสมอินซัมอีกครั้งในรอบ 2 ปี ด้วยการจับมือลำไยไหทองคำ ปล่อยตัวรถแห่คอนเสิร์ต ไปแสดงตามร้านค้า   

ด้านตลาดต่างประเทศ จะรุกเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม ด้วยการต่อยอดกลยุทธ์การเทลเลอร์เมดการตลาดตามฐานผู้บริโภค ที่ประสบความสำเร็จในเมียนมาจากแบรนด์ชาร์ค และลาวด้วยแบรนด์ M-150 นำร่องด้วยการออกบูทในงาน THAIFEX 2026 เป็นครั้งแรก เพื่อดึงดูดคู่ค้าและนักลงทุนจากนานาประเทศ

ลุยแชมพู 8 พันล้านบาท

ในส่วนของสินค้าดูแลส่วนบุคคลมีไฮไลท์เป็นการรุกส่งแบรนด์เบบี้มายด์รุกตลาดแชมพูความงามมูลค่า 8,000 ล้านบาทที่มีแนวโน้มเติบโตดี ในชื่อ Babi mild Ultra mild hair เน้นจุดเด่นไม่มีซิลิโคน วางโพซิชั่นพรีเมี่ยมในราคา 299 บาท สำหรับขนาด 450 มล. เพื่อเสริมพอร์ตจากเดิมที่มีผลิตภัณฑ์อาบน้ำอยู่แล้ว รับมือการแข่งขันราคาดุเดือดในตลาดสินค้าดูแลส่วนบุคคลที่มีการจัดโปร 1 แถม 1 ต่อเนื่องจากหลายแบรนด์ตลอดปีที่ผ่านมา

ตามแนวทางเน้นกลยุทธ์ Premiumization เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอสู่กลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง อาทิ การเปิดตัว Twelve Plus Eau De Parfum ในกลุ่มน้ำหอมระดับพรีเมี่ยม และการส่ง XIT Pro Roll-on เข้าแข่งขันในตลาดระงับกลิ่นกายระดับบน

ตรึงราคา-กระจายความเสี่ยง

ด้านนางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer บมจ. โอสถสภา (OSP) เสริมว่า ในส่วนของการรับมือความท้าทายด้านเศรษฐกิจ-กำลังซื้อนั้น ณ ขณะนี้บริษัทประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไว้ในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบขยับไปที่ 140-150 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล นั้นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทเพียง 1-2% เท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีการล็อกราคาวัตถุดิบด้วยการสั่งซื้อล่วงหน้าระยะเวลาประมาณ 6 เดือนอยู่แล้ว ทำให้ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นี้ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ส่วนช่วงครึ่งปีหลังต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อหรือไม่

อย่างไรก็ตามการรับมือในเบื้องต้นนั้น บริษัทจะอาศัยข้อได้เปรียบของการมีสินค้าหลากหลายระดับราคาในพอร์ตโฟลิโอ อาทิ เครื่องดื่มชูกำลังราคาตั้งแต่ 10-15 บาท สำหรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานและพนักงานออฟฟิศ หรือสินค้าดูแลส่วนบุคคลที่มีเบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เบบี้มายด์แอนด์บียอนด์ จับกลุ่มตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงสูงวัย เป็นต้น

ความหลากหลายนี้ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือความท้าทายด้วยการตอบโจทย์กลุ่มแมสและกลางที่ต้องการประหยัดการใช้จ่าย พร้อมไปกับสร้างการเติบโตจากกลุ่มพรีเมี่ยมที่ยังคงมีกำลังซื้อและพร้อมจับจ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์ของตน ช่วยให้สามารถสร้างการเติบโตได้ในทุกสถานการณ์

“มาตรการรับมือนี้ทำให้ขณะนี้สามารถตรึงราคาจำหน่ายสินค้าเอาไว้ได้ และยังไม่มีแนวทางที่จะปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากมีสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมมาช่วยสร้างการเติบโตอยู่แล้ว”

รัดเข็มขัดลงทุนต่ำสุด

นางสาวรติพรกล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันบริษัทปรับลดงบฯ ลงทุนลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี’ 69 นี้จัดสรรงบฯ ไว้ประมาณ 400-500 ล้านบาท น้อยที่สุดนับตั้งแต่เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ หรือครึ่งหนึ่งของงบฯ ที่เคยใช้ช่วงก่อนปี  2566 ซึ่งเคยใช้ระดับ 1,000 ล้านบาท โดยงบฯลงทุนในปีนี้จะโฟกัสการรักษาระดับกำลังการผลิต และการนำ AI มาใช้ในด้านต่าง ๆ อาทิ ประมวลผลข้อมูลการตลาด   

ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถเติบโตระดับ Mid-Single Digit ตามที่วางเป้าไว้ได้แน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

OSP โอสถสภา ฝ่าวิกฤตโลก