ส่องยุทธศาสตร์ HYROX รุกเอเชีย ผนึกฟิตเนส ขยายฐานนักแข่ง
คอลัมน์ : Market Move
ไฮร็อกซ์ (Hyrox) การแข่งขันกีฬาลูกผสมที่รวมเอาการวิ่ง และการออกกำลังกายแบบฟังก์ชั่นนอล (Functional Fitness) เข้าไว้ด้วยกัน กำลังกลายเป็นโกลบอลอีเวนต์ ที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมทั้งผู้ที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว และบุคคลทั่วไปจากทั่วโลกโดยเฉพาะในเอเชียที่หลายประเทศจัดการแข่งไฮร็อกซ์ ทั้งญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวันและไทย
สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานถึงยุทธศาสตร์แบบวิน-วิน ที่ไฮร็อกซ์ใช้เจาะตลาดเอเชียแปซิฟิก จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาที่ร้อนแรงที่สุดในปัจจุบัน และมีเม็ดเงินสะพัดไม่น้อย เห็นได้จากค่าธรรมเนียมการสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Chiba Race สำหรับผู้เข้าร่วมเดี่ยวอยู่ที่ 24,486 เยน หรือประมาณ 154 ดอลลาร์สหรัฐ และปี 2027 ยังมีกำหนดจัดการแข่งขันในโอซากาและนาโกยาด้วย
ทั้งนี้ ไฮร็อกซ์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017 ในประเทศเยอรมนี โดย “คริสเตียน โทเอตซ์เก” (Christian Toetzke) ผู้จัดงานวิ่งมาราธอน และ “โมริตซ์ เฟิร์สเต” (Moritz Furste) นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งเหรียญทองโอลิมปิก
โดยการแข่งขันประกอบด้วยการวิ่งระยะทางแปดกิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 สถานี เช่น การพายเรือ ยกกระสอบทราย และอื่น ๆ แม้ว่าจะไม่มีกำหนดเวลาตัดออกเหมือนการวิ่งมาราธอน แต่ผู้เข้าร่วมจะต้องแข่งขันกับเวลาเพื่อทำภารกิจทั้งหมดให้เสร็จเร็วที่สุด
หลังจากประสบความสำเร็จในยุโรปและสหรัฐอเมริกา บริษัทจึงขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่ช่วงปี 2022
โดยลำพังปี 2025 มีการแข่งไฮร็อกซ์จัดขึ้นในกว่า 80 เมืองทั่วโลก และมีผู้เข้าร่วมกว่า 550,000 คน แม้ว่าทางผู้จัดงานจะไม่เปิดเผยรายละเอียดผลประกอบการ แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในด้านจำนวนกิจกรรมที่จัดขึ้นและจำนวนผู้เข้าร่วมสามารถเห็นได้ชัดเจน
สำหรับปี 2026 นี้ไฮร็อกซ์วางแผนที่จะจัดการแข่งขัน 27 รายการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในฤดูกาลปัจจุบัน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน อาทิ กรุงเทพฯ และปักกิ่ง โดยมีเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย อยู่ในรายชื่อด้วย รวมถึงในอนาคตมีวางแผนบุกสู่ตลาดใหม่ ๆ เพิ่มอีก เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์
“แกรี่ หวัน” (Gary Wan) กรรมการผู้จัดการของไฮร็อกซ์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า บริษัทมุ่งเป้าไปที่ 150 เมืองใหญ่ทั่วโลก โดยในจำนวนนี้เป็นเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประมาณ 25 เมือง เนื่องจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีศักยภาพในการเติบโตของประชากรนั้นมหาศาลมาก เรามีเมืองใหญ่หลายแห่งที่มีประชากรหลายล้านคน
ดังนั้นเพื่อขยายตลาดไฮร็อกซ์จึงเน้นสร้างอีโคซิสเต็มในตลาดใหม่ ๆ ก่อนที่จะจัดการแข่งขัน โดยเข้าหาฟิตเนส หรือยิมออกกำลังกายในพื้นที่ ตัวอย่างเช่น ในอินโดนีเซียที่มีการแข่งขันไฮร็อกซ์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนการแข่งขันบริษัทเข้าไปตะลุยสร้างเครือข่ายฟิตเนส-ยิมพันธมิตรประมาณ 160 แห่งทั่วประเทศ
อาศัยโปรแกรมพันธมิตร (Affiliation Program) ซึ่งฟิตเนสและยิมจะจ่ายเงิน 130 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน และสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อสร้างโปรแกรมฝึกซ้อมสำหรับแข่งไฮร็อกซ์ได้ โดยตามข้อมูลของบริษัทระบุว่า ฟิตเนส-ยิมที่เป็นพันธมิตรจะพาผู้เข้าร่วมการแข่งขันมาเฉลี่ย 50-100 คน
สำหรับฝั่งผู้ประกอบการฟิตเนสนั้น การเข้าเป็นพันธมิตรกับไฮร็อกซ์ สามารถช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมทั้งดึงดูดลูกค้าใหม่ได้ เพราะการฝึกตามโปรแกรมไฮร็อกซ์ต้องทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งต่อเนื่องนานหลายเดือน ในช่วงเวลานี้สมาชิกฟิตเนสจะสร้างมิตรภาพ สร้างชุมชน และเริ่มชักชวนเพื่อนและครอบครัวของตนเองมาใช้บริการที่ฟิตเนสด้วย
“แกรี่ หวัน” อธิบายว่า การแข่งไฮร็อกซ์นี้ออกแบบการแข่งขันนั้นมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ออกกำลังกายในยิมโดยเฉพาะ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมามีผู้คนมากมายไปออกกำลังกายที่ยิมเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เคยมีการแข่งขันรูปแบบใดที่จะกระตุ้นให้พวกเขากลับไปออกกำลังกายที่ยิมอย่างต่อเนื่อง คนกลุ่มนี้จึงยังเป็นช่องว่างของตลาด
ด้านข้อมูลของบริษัท Global Information ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น คาดว่า ตลาดสฟิตเนสทั่วโลกจะมีมูลค่า 1.933 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นที่ 10.5% ตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2030 สะท้อนถึงสุขภาพที่เข้มข้นมากขึ้น
ขณะเดียวกันไฮร็อกซ์ยังกลายเป็นแม็กเนตด้านท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญ สะท้อนจากในการแข่งขันทุกครั้งผู้เข้าร่วมกว่า 30% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และในประเทศอย่างเช่นไทยและญี่ปุ่น ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมทั้งหมด ส่วนหนึ่งเพราะการมอบตราสัญลักษณ์ให้กับผู้ที่แข่งจบ ซึ่งเป็นของสะสมยอดนนิยมในหมู่ผู้เข้าแข่ง
เพื่อต่อยอดกระแสนี้บริษัทจึงพยายามแก้เพนพอยต์ด้านการเดินทางของผู้เข้าร่วมต่างชาติ ด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ในแต่ละเซ็กเตอร์ เช่น แอร์เอเชียและโรงแรมไฮแอท ซึ่งมีส่วนลดหรือบริการพิเศษให้กับนักแข่ง ขณะที่พูม่าผลิตรองเท้าแบรนด์ไฮร็อกซ์ด้วย
ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่าช่วงปลายปี 2026 นี้ และปี 2027 ที่จะถึงนี้ว่ากระแสไฮร็อกซ์จะเติบโตเพิ่มขึ้นแค่ไหน