‘รถไฟท่องเที่ยว’ ทางเลือกใหม่ ร.ฟ.ท. ตั้งเป้าปั๊มรายได้เพิ่มเท่าตัวใน 3 ปี
นอกจากสายการบินและรถส่วนตัวแล้วปัจจุบันภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวโดยรถไฟ หรือการท่องเที่ยวทางราง เพื่อยกระดับให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศ
ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หรือ SRT ได้เร่งขยายโครงข่ายทั้งรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง เพื่อช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง พร้อมเพิ่มความปลอดภัยและตรงต่อเวลามากยิ่งขึ้น รวมถึงทยอยเปิดตัวขบวนรถไฟรุ่นใหม่และรถไฟหรูที่สามารถรองรับความต้องการด้านการท่องเที่ยว
“รถไฟท่องเที่ยว” ทางเลือกใหม่
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT) ถึงแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทางราง รวมถึงแผนการพัฒนาโปรดักต์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

“อนันต์” บอกว่า ปัจจุบันโครงข่ายการเดินทางระบบรางของประเทศไทยมีการพัฒนาและมีความพร้อมค่อนข้างมาก และสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรองรับในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยนอกจากเส้นทางที่กำลังลงทุน เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมพร สายเหนือที่ถึงขอนแก่นคาดว่าสิ้นปีจะถึงหนองคาย อีสานตอนล่างตอนนี้ก็ถึงนครราชสีมา ฯลฯ และยังมีกำลังก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ไปที่เชียงราย
เรียกว่าประมาณ 2 ปีจากนี้ได้เกิดเส้นทางสายใหม่อีกมากมาย
อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังก่อสร้างไปโคราช (นครราชสีมา) ใช้ความเร็วในการเดินทาง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อนาคตการเดินทางจากกรุงเทพฯไปโคราชจะใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (คาดเสร็จปี 2573-2574)
ส่วนการให้บริการรถไฟระหว่างเมืองนั้นก็มีการเติมขบวนรถใหม่ ๆ เข้าไป เช่น รถที่เราได้รับบริจาคมาจากญี่ปุ่นก็เอามาปรับปรุงแล้วนำมาใช้งานต่อซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการรถไฟท่องเที่ยวเส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก ๆ
“เราจะเน้นในเรื่องของการท่องเที่ยว การเชื่อมโยงภูมิภาค การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการให้บริการรถไฟรูปแบบใหม่และแพ็กเกจการเดินทางที่หลากหลาย เช่น KIHA, Blossom ที่สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบซื้อตั๋วรายคนและแบบเช่าเหมาขบวนสำหรับผู้ประกอบการเอกชน”
พร้อมยกตัวอย่างว่า ที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้ทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโปรแกรมขายแบบลักเซอรี่เส้นทางสายเหนือ 5 วัน 7 คืน (คนละ 1 แสนกว่าบาท) ก็ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน
“การเดินทางด้วยระบบรางยังมีตัวเล่นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร รวมถึงรูปแบบตัวรถแต่ละประเภทที่เรานำมาให้บริการพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม ห้องอาหาร คอฟฟี่ช็อป ห้องนอน ฯลฯ”
โดยในส่วนของการให้บริการนั้นการรถไฟฯ มีการแบ่งกลุ่มบริการตามพฤติกรรมผู้ใช้งาน ทั้งการเที่ยวแบบวันเดียว และการพักค้างคืนในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ
“โปรดักต์-บริการ” หลากหลาย
“อนันต์” ย้ำว่า วันนี้การรถไฟฯ มีความพร้อม มีรถท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่เป็นรถที่ให้บริการประชาชนทั่วไป เป็นลักษณะของการ “เช่าเหมาขบวน” นำไปพ่วงกับขบวนต่าง ๆ ลูกค้าสามารถเลือกที่จะไปเส้นทางไหนก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจสำหรับช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ เช่น ช่วงฤดูหนาว จะเปิดเส้นทางเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งจะมีทั้งจัดขายปลีกและเช่าเหมาขบวน เป็นต้น
พร้อมให้ข้อมูลว่า เมืองไทยเรามีจุดท่องเที่ยวที่ค่อนข้างหลากหลายตามฤดูกาล เราก็พยายามจะมีบริการทุก ๆ เดือน ยกตัวอย่างขบวน KIHA ที่เป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยว จะให้บริการวนไปในเส้นทางต่าง ๆ ทั้งฉะเชิงเทรา อยุธยา แล้วแต่เราจะจัดเส้นทางในแต่ละช่วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น One Day Trip และพักค้างคืน (Over Night Trip)
เส้นทางที่เป็น Over Night Trip เช่น เมืองกาญจน์ ที่ไปพักค้าง 1 คืน เป็นเส้นทางที่การรถไฟฯ จัดเอง และรถขบวนเดียวกันนี้เอกชนผู้ประกอบการก็สามารถมาเช่าเหมาขบวนเพื่อจัดทัวร์ในวันอื่น ๆ ที่การรถไฟฯ ไม่มีโปรแกรมได้
เช่นเดียวกับขบวนรถ SRT Royal Blossom รถไฟท่องเที่ยวที่หรูหรา ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมี่ยมให้กับนักท่องเที่ยวที่สามารถพ่วงไปกับขบวนไหนก็ได้ บนเส้นทางเดินรถประมาณ 300-500 กิโลเมตร
ส่วน SRT Prestige จะเป็นขบวนรถระดับเฟิรสต์คลาส (First Class) ที่ถูกดัดแปลงและตกแต่งอย่างหรูหรา สำหรับให้บริการเช่าเหมาขบวนในรูปแบบขบวนรถพิเศษ VIP สามารถรองรับงานประชุม สัมมนา มีบริการอาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือหากลูกค้าต้องการเพิ่มตู้นอนก็สามารถจัดได้
“ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากในเส้นทางเหนือ ออกจากกรุงเทพฯ ไปนอนที่อุทัยธานี แล้วก็เที่ยวแหล่งมรดกโลก ต่อไปสุโขทัย รูปแบบนี้ต่างชาติชอบมาก ซึ่งบริษัททัวร์เป็นเอกชนเช่าไป เรามองว่าโมเดลนี้มันก็ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้มากทีเดียว”
ชี้รถไฟท่องเที่ยวเพิ่งเริ่มต้น
เมื่อถามว่าวันนี้สัดส่วนของคนที่มาใช้บริการรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวมีมากน้อยแค่ไหน “อนันต์” ให้ข้อมูลว่าวันนี้กลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก ปีหนึ่งการรถไฟฯ มีรายได้จากการจำหน่ายตั๋วโดยสารประมาณ 2,000 กว่าล้าน คิดเป็นรายได้จากกลุ่มที่เป็นการเดินทางสำหรับการท่องเที่ยวประมาณ 80-90 ล้านบาท
ส่วนหนึ่งเนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดให้บริการรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวด้วย แต่เชื่อมั่นว่าสัดส่วนรายได้ส่วนนี้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และคาดหวังว่าถ้ามีเอกชนสนใจมาเช่ารถท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่การรถไฟฯ ไม่ได้เดินรถ หรือวันอื่นนอกจากช่วงไฮซีซั่นจริง ๆ ความเป็นไปได้ก็สูงจะเห็นการเติบโตของรายได้ส่วนนี้ชัดเจนขึ้น
“รถไฟท่องเที่ยวเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่เราเพิ่งทำขึ้นมา แต่ละขบวนก็มีอัตลักษณ์ของตัวเอง ทั้งเรื่องการตกแต่ง การออกแบบ กลุ่มลูกค้า ซึ่งสัดส่วนรายได้เรายังไม่มากนัก แต่หากมีลูกค้าสนใจเราก็จะพัฒนาเติมขึ้นไปเรื่อย ๆ”
3 ปีรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ในระยะอีกสัก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมีเส้นทางรถไฟใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ก็คาดหวังว่ารายได้จากรถไฟขบวนท่องเที่ยวจะเติบโตเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 1 เท่าตัวในอีก 3 ปีข้างหน้า
“วันนี้ขบวนรถท่องเที่ยวเราส่วนใหญ่ให้บริการในช่วงสุดสัปดาห์ ถ้ามีผู้ประกอบการมาช่วยทำการตลาดในช่วงวันธรรมดา และทำให้มีรถไฟขบวนท่องเที่ยวบริการทุกวันก็มีโอกาสที่จะเติบโตได้เท่าตัว”
พร้อมให้ข้อมูลด้วยว่า วันนี้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ได้เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาเช่าใช้รางรถไฟและลงทุนในระบบเดินรถได้ หมายความว่าเอกชนสามารถเข้ามาเช่าเดินรถได้ หรือถ้ามีตู้เองก็สามารถเช่ารางได้ ซึ่งหากเอกชนสนใจก็จะสามารถขยายศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นอีก โดยการรถไฟฯ ได้ประกาศอัตราค่าเช่าไว้อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์
จ่อเพิ่มรถรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น
ผู้ว่าการการรถไฟฯ ยังบอกด้วยว่า ปัจจุบันความต้องการของคนที่เดินทางโดยรถไฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การรถไฟฯ จึงมีแผนเพิ่มจำนวนตู้ ซึ่งจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งการผลิตเองภายในประเทศ การนำเข้าตู้จากต่างประเทศ และบริหารจัดการตู้ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนภายใต้ พ.ร.บ.ราง ฉบับใหม่ โดยทำสัญญาเช่าใช้รางนั้นก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มจำนวนตู้รถไฟในระบบรางของไทยด้วย