กาแฟสายพันธุ์ไทยฮิตไกล ดึงธุรกิจต่างชาติทุ่มซื้อราคาพรีเมี่ยม
สมาคมกาแฟพิเศษไทยเผยตลาดกาแฟไทย 6 – 6.5 หมื่นล้านบาทโตสวนวงการธุรกิจ เหตุกาแฟสายพันธุ์ไทยจาวา, เซริน่า ฮอตฮิตทั่วโลก ขึ้นแท่นพรีเมี่ยม ต่างชาติ-โรงคั่วจีนยอมจ่ายเหนือราคาตลาด ด้านคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมลดจำนวนแก้วแต่เพิ่มคุณภาพ ดันเซ็กเมนต์กาแฟพิเศษโตตาม บูมงาน Thailand Coffee Fest 2026 หนุนผู้ประกอบการไทยผนึกกำลังรับมือตลาดแข่งขันเดือด
นายณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2569 นี้ตลาดกาแฟของไทยมูลค่าประมาณ 6 – 6.5 หมื่นล้านบาทยังเติบโตต่อเนื่อง สวนทางกับภาพรวมวงการธุรกิจโดยรวมที่ส่วนใหญ่หดตัวตามสภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราการดื่มกาแฟของคนไทยที่เพิ่มจาก 1.2 แก้ว เป็น 1.5 – 1.7 แก้วต่อคนต่อวัน
เช่นเดียวกับเซ็กเมนต์กาแฟพิเศษ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 12-15% ของตลาดกาแฟรวมที่ยังเติบโตเช่นกัน ด้วยแรงหนุนจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ ธุรกิจรายใหญ่ทั้งไทยและอินเตอร์แบรนด์หันมาทุ่มเม็ดเงินขยายธุรกิจในเซ็กเมนต์นี้ เช่น เชนร้านกาแฟ Blue Bottle จากสหรัฐอเมริกา, ยักษ์อาหารและค้าปลีกสัญชาติไทย เป็นต้น ทำให้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อีกปัจจัยคือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ “Small Luxury” หรือการบริโภคสินค้าหนึ่ง ๆ ในปริมาณน้อยหรือนาน ๆ ครั้ง แต่ทุ่มเต็มที่กับคุณภาพเป็นหลัก อย่างการดื่มกาแฟจำนวนแก้วน้อยลง แต่หันมาเลือกดื่มกาแฟที่มีคุณภาพสูงขึ้น หรือเลือกร้านที่ให้ประสบการณ์และบรรยากาศที่ดีกว่าเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจ

ทำให้กาแฟพิเศษซึ่งราคาหลักร้อยบาทต่อแก้วได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมนี้ไปด้วย
“ด้านรสชาติเองความนิยมก็เปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้คนหันกลับมานิยมกาแฟรสชาติคลีน ๆ มากกว่ากาแฟที่ผ่านการหมักหรือการแต่งกลิ่นที่เคยฮิตในช่วงก่อนหน้า”
ต่างชาติทุ่มซื้อกาแฟไทย
ปัจจัยที่ 3 คือ ความนิยมกาแฟไทยของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านกาแฟในต่างประเทศ โดยคาเฟ่ฮอปปิ้ง (Cafe Hopping) หรือการตระเวนดื่มกาแฟในร้านต่าง ๆ กำลังเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งจีน, ตะวันออกกลาง และยุโรป ตั้งใจเข้ามาสัมผัสในไทย โดยมีย่านยอดนิยมอย่างสุขุมวิท, ทองหล่อ, เอกมัย รวมถึงย่านใหม่ ๆ อย่างทรงวาด และบรรทัดทองด้วย
เช่นเดียวกับตัวเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ไทย ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านกาแฟหรือโรงคั่ว ซึ่งยอมจ่ายเงินสูงกว่าราคาตลาดเพื่อซื้อเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ไทยหรือปลูกในไทย เช่น จาวา, เซริน่า และเกอิชา หลังคุณภาพเมล็ดกาแฟที่ปลูกในไทยพุ่งสูงขึ้นตามการเข้ามาของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีโนว์ฮาวและแพสชั่น แต่ปริมาณการผลิตยังตามไม่ทันดีมานด์ในประเทศ จึงมีสถานะเป็นของพรีเมี่ยมหายาก
“โรงคั่วในจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้องการเมล็ดกาแฟไทยสูงมาก แต่ไม่สามารถซื้อได้ เพราะหน่วยงานรัฐยังไม่มีข้อตกลงเรื่องมาตรการสุขอนามัยพืชกับจีน ทำให้ไม่สามารถส่งออกกาแฟไปจีนได้อย่างถูกต้อง จนเสียโอกาสไปมูลค่าหลายสิบล้านบาท”

กาแฟเย็นฮิตไกลถึงยุโรป
สุดท้ายเป็นปัจจัยทางอ้อม อย่างความนิยมกาแฟเย็นซึ่งกำลังแพร่หลายไปในโลกตะวันตก โดยเฉพาะยุโรป เนื่องจากสถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงกระตุ้นให้คอกาแฟชาวยุโรปเริ่มเปิดใจดื่มกาแฟเย็นกันมากขึ้น ทำให้ความสนใจมุ่งมายังไทยซึ่งเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์กาแฟเย็น ด้วยโนว์ฮาวที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ เห็นได้จากแต่ละร้านมีเมนูเฉพาะตัวแตกต่างกัน ทั้งสูตรการผสมกาแฟเข้ากับน้ำผลไม้หรือน้ำเชื่อมรสชาติต่าง ๆ เช่น น้ำส้ม น้ำมะพร้าว ฯลฯ
รวมไปถึงความพร้อมของวัตถุดิบและระบบนิเวศที่ไทยมีการพัฒนาวัตถุดิบ เช่น ไซรัป หรือส่วนผสมพิเศษออกมารองรับการสร้างสรรค์เมนูกาแฟเย็นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการร้านกาแฟจากต่างประเทศเดินทางมาศึกษา-เรียนรู้วิธีการทำกาแฟเย็นในไทย หรือขอซื้อสูตรกาแฟเย็นกลับไปทำที่ประเทศของตนเอง
แนะรายย่อยปรับตัวรับแข่งขัน
นายณัฏฐ์ฐิติย้ำว่า แม้จะมีแนวโน้มเติบโตแต่การแข่งขันก็ดุเดือดตามไปด้วย ทำให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟรายย่อยที่ต้องทำกำไรและอยู่รอดให้ได้ตั้งแต่วันแรกเพราะสายป่านไม่ยาวนัก ต้องเร่งปรับตัวรับมือ อาทิ สร้างตัวตนที่ชัดเจนและจุดแตกต่างที่รายใหญ่ไม่มีมาดึงดูดลูกค้า
โดยอาจใช้แนวทางของญี่ปุ่นและไต้หวัน อย่างการคั่วกาแฟเองในร้านและใช้เมล็ดกาแฟที่จัดหาเองโดยตรง แทนการซื้อจากบริษัทใหญ่ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ด้านกลิ่น-รสชาติ รวมถึงสามารถเพิ่มการเล่าเรื่องราวเชื่อมโยงไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดกาแฟที่ร้านนำมาใช้ได้ด้วย
บูม Thailand Coffee Fest
นายณัฏฐ์ฐิติกล่าวต่อไปว่า สมาคมต่อยอดเทรนด์ความนิยมกาแฟไทยมาใช้ปรับธีมงาน Thailand Coffee Fest 2026 ที่จะจัดตั้งแต่ 10 – 13 กันยายน 2026 ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 5 – 8 โดยแนวคิดหลักของงานเน้นไปที่ความสำคัญของ “ทุกห่วงโซ่ในระบบนิเวศกาแฟ” ภายใต้ธีมงาน “Made by All of Us”
สะท้อนภาพตลาดกาแฟไทยเข้มแข็งแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำที่มีเกษตรกรรุ่นใหม่ กลางน้ำที่มีนักคั่วและบาริสต้าที่พร้อมพัฒนาตนเอง ไปจนถึงปลายน้ำที่มีกลุ่มคนดื่มกาแฟภายในประเทศคอยสนับสนุนอย่างเหนียวแน่น ทำให้วงการกาแฟไทยสามารถเติบโตและอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง
พร้อมกับไฮไลต์อย่างโซน Coffee People สำหรับให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรุ่นใหม่มาเปิดบูทนำเสนอผลงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย, การแข่งขัน Thailand Coffee Championship หาตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับโลก ซึ่งปีที่ผ่านมาผู้เข้าแข่งจากไทยสามารถคว้าอันดับ 7 ของโลกมาได้, นิทรรศการ Made for All of Us พื้นที่ระดมความคิดเห็นจากผู้คนในวงการกาแฟ ทั้งช่วยเหลือผู้ที่ต้องการ และศักยภาพในการสนับสนุน เพื่อสร้างการจับคู่ทางธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมีโซน Coffee Camp นำเสนอไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวตั้งแคมป์ผสมกับการดื่มกาแฟ และการอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมไปถึงโซน Coffee Around the World: โซนพิเศษที่ทางผู้จัดได้เชิญแชมป์และตัวแทนร้านกาแฟจาก 10 ประเทศทั่วโลกมาร่วมออกบูท เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและโนว์ฮาวด้านกาแฟ