อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
“อีซี่ แอร์ไลน์” วางโพซิชันนิ่งเป็น Regional Air มุ่งเชื่อมโยงภูมิภาคสู่ภูมิภาค สร้างโครงข่ายเส้นทางบินเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง รองรับกลุ่มนักเดินทางคุณภาพสูง ปักหมุด “อู่ตะเภา” เป็นฐานปฏิบัติการ เผยเดือนตุลาคมนี้นำร่องด้วยเส้นทางอู่ตะเภา-หัวหิน อู่ตะเภา-สุราษฎร์ธานี ประกาศปี’70-74 มีแผนนำเครื่องบินเข้ามาเพิ่มปีละ 1 ลำ รองรับธุรกิจในระยะยาว

นายธานี ธราภาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและกรรมการผู้จัดการ สายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ (EZY Airlines) เปิดเผยว่า อีซี่ แอร์ไลน์มุ่งวางบทบาทเป็นสายการบินที่เชื่อมโยงภูมิภาคสู่ภูมิภาค หรือ Regional Air Connectivity และเชื่อมเมืองหลักไปยังเมืองรอง เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น
โดยการเชื่อมโยงจากสนามบินหลักที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก อาทิ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ ไปยังสนามบินและเมืองรองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เช่น ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงภูมิภาคสู่ภูมิภาค และกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้จากเมืองหลักไปสู่เมืองรองอย่างเป็นระบบ

นายธานีกล่าวว่า ระยะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2569 นี้สายการบินอีซี่ แอร์ไลน์มีแผนเปิดให้บริการเส้นทางบินจากอู่ตะเภา-หัวหิน และอู่ตะเภา-สุราษฎร์ธานี เพื่อเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และเปิดทางเลือกใหม่ในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางอู่ตะเภา-สุราษฎร์ธานี ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลผ่านบริการเรือสปีดโบ๊ตไปยังเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า
จากนั้นระยะที่ 2 ประมาณกลางปี 2570 สายการบินมีแผนนำเครื่องบิน ATR 72-600 เข้ามาให้บริการ เพื่อขยายเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างเมืองหลักและเมืองรองภายในประเทศ โดยใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการ (Base of Operation) และพัฒนาเส้นทางบินที่มีศักยภาพ อาทิ อู่ตะเภา-หัวหิน อู่ตะเภา-ภูเก็ต อู่ตะเภา-กระบี่ อู่ตะเภา-พิษณุโลก พิษณุโลก-แม่ฮ่องสอน และอู่ตะเภา-ขอนแก่น

นอกจากนี้ยังมุ่งรองรับกลุ่มแรงงานทักษะสูง นักธุรกิจ และผู้บริหารที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความถี่ในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเส้นทางบินจากอู่ตะเภาจึงไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการสนับสนุนการเดินทางเพื่อธุรกิจ การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของอีซี่ แอร์ไลน์ในการสร้างเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน
นายธานีกล่าวอีกว่า นอกจากการวางอู่ตะเภาเป็น Hub หลักแล้ว ในอนาคตอีซี่ แอร์ไลน์ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาจังหวัดขอนแก่นให้เป็น Hub แห่งที่สองของสายการบิน โดยมองว่าขอนแก่นมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การเป็น Modern City ศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ การประชุม ตลอดจนมีความสำคัญในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเป็นจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจีนตอนใต้ เวียดนาม และฮ่องกง
และเพื่อรองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน ในปี 2570 อีซี่ แอร์ไลน์ ยังเลือกใช้กลยุทธ์ Asset Light ด้วยการเช่าเครื่องบินจากพันธมิตรต่างประเทศแทนการลงทุนซื้อ เพื่อลดภาระต้นทุนคงที่ โดยเลือกใช้อากาศยาน ATR 72-600 ขนาด 60-70 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะกับเส้นทางบินระยะสั้น 1-2 ชั่วโมง และมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน อีซี่ แอร์ไลน์ มีอากาศยาน Cessna Gran Caravan Ex ให้บริการ 2 ลำ รองรับเที่ยวบินประจำ (Scheduled Flight) เที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) และบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (Medivac) โดยในช่วงปี 2570-2574 มีแผนจะนำเครื่องบินเข้ามาเพิ่มปีละ 1 ลำ รวมเป็น 7 ลำ พร้อมกระจายฐานปฏิบัติการไปยังหลายภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางบินเพียงไม่กี่เส้นทาง