พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
เทศกาลถือศีลกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) จังหวัดภูเก็ต ไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่สืบทอดมายาวนาน แต่ปัจจุบันได้ ยกระดับสู่ “อีเวนต์เศรษฐกิจ” ระดับประเทศ ที่ส่งสัญญาณบวกต่อการท่องเที่ยว
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตลอด 9 วันของปีนี้มีเม็ดเงินสะพัดพุ่งสูงกว่า 9,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สร้างรายได้ประมาณ 1,430-2,339 ล้านบาท ส่งผลให้ภูเก็ตครองสัดส่วนรายได้การท่องเที่ยวสูงสุดในภาคใต้
รวมถึงดันอัตราเข้าพักโรงแรมทั่วภูเก็ตแตะ 81% ขณะที่สมรภูมิค้าปลีกก็คึกคักรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แบรนด์ใหญ่แห่ส่งอาหารเจแช่แข็งลงสนามชิงแชร์ตลาดอย่างดุเดือด

พลังศรัทธาปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
โดยภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจของเทศกาลถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ตปีนี้ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานกว่า 650,000 คน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะใกล้ อย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 82% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด รวมไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ประมาณ 2 สัปดาห์-1 เดือน ที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยและร่วมพิธีกรรมอย่างคึกคัก
เทศกาลถือศีลกินผัก “เจี๊ยะฉ่าย” จึงถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในช่วงรอยต่อเข้าสู่ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว
ขณะที่ในระดับภูมิภาคการค้าพบว่า บรรยากาศรอบศาลเจ้าสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เต็มไปด้วยความคึกคักของร้านสตรีตฟู้ดที่แห่เปิดบูทนำเสนอเมนูเจ
ถอดรหัส Soft Power “เจี๊ยะฉ่าย”
ว่ากันว่า “เจี๊ยะฉ่าย” มีความหมายตรงตัวว่า “กินผัก” จุดกำเนิดต้องย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 3 ณ ศาลเจ้ากะทู้ (อ๊ามกะทู้) ในยุคที่พื้นที่บริเวณนั้นอุดมไปด้วยเหมืองแร่ดีบุก
ตำนานเล่าขานถึงคณะงิ้ว “ปั่วฮี่” จากจีนที่เดินทางมาแสดงแล้วเกิดป่วยด้วยโรคไข้ป่า จึงได้ตั้งโรงพิธีถือศีลกินผักบวงสรวงเทพเจ้ากิ้วอ๋องไต่เต่ 9 วัน 9 คืน จนโรคภัยไข้เจ็บหายสิ้น
ปรากฏการณ์นี้สร้างความเลื่อมใสจนกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน พร้อมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดสายตาชาวโลก ทั้งการยกเสาโกเต้ง, พิธีโก้ยโห้ย (ลุยไฟ), พิธีโก้ยห่าน (สะเดาะเคราะห์) และค่ำคืนส่งพระที่ปลายแหลมสะพานหินท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังกึกก้องสนั่นเมือง
เช่นเดียวกับสีสันในขบวนแห่พระ (อิ้วเก้ง) ของแต่ละศาลเจ้ายังเป็นเครื่องสะท้อนแคแร็กเตอร์ที่แตกต่าง เช่น ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ที่ครองแชมป์ม้าทรงมากที่สุดถึง 1,900-2,000 คน, ศาลเจ้าสามกอง ที่สร้างกระแสด้วยการใช้อาวุธนอกตำนานอย่าง ร่มชายหาดและกีตาร์ หรือศาลเจ้าท่าเรือ ที่มีไฮไลต์อย่าง “องค์หญิงพัดเหล็ก”
ทั้งหมดนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง “ศรัทธา” และ “เศรษฐกิจ” ที่ทำให้ “เทศกาลกินเจ” ภูเก็ต ยังคงเป็นกรณีศึกษาที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ภูเก็ตยังครองปลายทางยอดฮิต
ขณะที่ “ศิริวรรณ สีหาราช” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต ให้ข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) ว่า ภูเก็ตมีผู้เยี่ยมเยือนรวม 10.25 ล้านคน (ลดลง 1.57%) แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวไทย 2.64 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 0.89%) นักท่องเที่ยวต่างชาติ 7.60 ล้านคน (ลดลง 2.40%) มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 3.99แสนล้านบาท (ลดลง 1%)
อย่างไรก็ตาม “ภูเก็ต” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายในภาพรวมที่ชะลอตัวเล็กน้อย