เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
190 โรงงานในนิคมฯ เสียหายจากน้ำท่วม 1.8 พันล้าน
Economic 190 โรงงานในนิคมฯ เสียหายจากน้ำท่วม 1.8 พันล้าน
BVG ยัน THRE ตั้งโฮลดิ้งส์ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์รุกต่างประเทศ-AI
Finance BVG ยัน THRE ตั้งโฮลดิ้งส์ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์รุกต่างประเทศ-AI
วราวุธ รับเสนอ ครม.ตั้ง ‘ปลัด ก.อุตฯ’ เล็งชงจัดทัพอธิบดีต่อ
Politics วราวุธ รับเสนอ ครม.ตั้ง ‘ปลัด ก.อุตฯ’ เล็งชงจัดทัพอธิบดีต่อ
คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
Finance คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
Finance SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
Politics จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
Business กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

โจทย์ “ค้าปลีก-ออนไลน์” แข่งสร้าง Experience ดึงนักช็อป

01 ส.ค. 2562 | 17:58น.

ด้วยจำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทุกช่องทางของคนไทยที่สูงถึง 9 ชั่วโมง 11 นาที มากเป็นอันดับ 3 ของโลก หรือหากจะลึกลงไปเฉพาะการใช้อินเทอร์เน็ตทางสมาร์ทโฟน ตัวเลขก็ปาเข้าไปตั้ง 5 ชั่วโมง 13 นาที เป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้บริโภคทั่วโลกถึง 3 ชั่วโมง 14 นาที แต่อีกด้านหนึ่งตัวเลขดังกล่าวก็ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการซื้อสินค้า

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หนึ่งในคีย์หลัก คือ การแข่งกันสร้างประสบการณ์ (customer experience) เพื่อดึงความสนใจผู้บริโภค

“วรวุฒิ อุ่นใจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) และประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การเข้ามาของแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ทั้งลาซาด้า เจดีดอทคอม อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกบ้าง แต่ผู้ประกอบการค้าปลีกเองก็ต้องปรับตัว เช่น กรณีของเครือเซ็นทรัล ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ และตั้งเป้าว่าใน 3-5 ปีจากนี้จะมียอดขายจากออนไลน์เพิ่มเป็น 10% ของยอดขายรวม ขณะที่ตัวเลขของช่องทางค้าปลีกจะลดลงเหลือ 90%

ส่วนออฟฟิศเมทที่ปัจจุบันมียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์สูงถึง 25% หรือ 2 พันล้านบาท จากยอดขายรวม 8 พันล้านบาท หรือร้านหนังสือ-ซีดี “บีทูเอส” ซึ่งถือเป็นร้านที่กำลังจะตายจากตลาด เพราะเทรนด์ตลาดเปลี่ยน แต่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมากลับโตได้ถึง 10% แต่กว่าที่จะกลับมาโตได้ก็ต้องใช้เวลาหลายปี

ที่สำคัญ คือ เป็นการเติบโตจากสาขาเดิม ด้วยการปรับโมเดลใหม่ คือ เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ ภายใต้ชื่อ Think Space ดึงคนออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น

ปัจจุบันการแข่งขันไม่ว่าออนไลน์หรือออฟไลน์ ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่เรื่องของการสร้าง customer experience ผ่านบริการหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงความสนใจของผู้บริโภค

แม้ออนไลน์จะเข้ามา แต่ธุรกิจค้าปลีกไทยก็ยังอยู่ได้ แม้ว่าช่วงระยะสั้น ๆ อาจจะไม่กระทบต่อค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะมีสินค้าหลากหลาย แต่ในระยะยาวรายใหญ่ก็ต้องปรับตัวให้ได้

เช่นเดียวกับ “ดร.ธรรม์ จิราธิวัฒน์” ประธานกลุ่มเดอะวัน เซ็นทรัล กรุ๊ป กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือเซ็นทรัลพยายามทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ผ่านการสร้างช่องทางออนไลน์ และทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำ คือ การจัดโครงสร้างข้อมูลบัตรเดอะวันการ์ดใหม่ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลในเครือทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกถึง 16 ล้านราย

ผลจากการเชื่อมข้อมูลทำให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดโปรโมชั่น หรือให้สิทธิพิเศษตามความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากเดิมลูกค้าคนเดียวกัน แต่ซื้อสินค้าแตกต่างกันในแต่ละบียู (business unit) ทำให้แต่ละบียูจะเห็นหน้าตาของลูกค้าและวิเคราะห์ได้ต่างกัน แต่เมื่อรวมข้อมูลกันก็ทำให้รู้ว่า เป็นลูกค้าคนเดียวกันและจัดโปรโมชั่นได้ตรงกับความต้องการได้ดีกว่า

เป้าหมายหลักคือ การตอบโจทย์ที่มากกว่าแค่การขายสินค้า แต่ยังสร้างบริการที่ดีให้แก่ลูกค้าด้วย ทำให้บริษัทเริ่มจับมือกับธุรกิจอื่น ๆ มากขึ้น เช่น ทุ่มงบฯกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นใน “แกร็บ ประเทศไทย” เพื่อต่อยอดธุรกิจดีลิเวอรี่ และทำให้ร้านอาหารหรือสินค้าในศูนย์งถึงมือลูกค้าได้ภายใน 30 นาที

ฟาก “ทรงพล ชัญมาตรกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป โดยแนวโน้มประชากรสูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคก็ซับซ้อนมากขึ้น แบรนด์จึงต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง ทีวี ไดเร็ค ที่มีการปรับตัวต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการสื่อสาร ช่องทางขายที่หลากหลายขึ้น ทั้งออนไลน์ ทีวี การขายผ่านอีเมล์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด และทำให้เกิดการซื้อซ้ำ เพื่อสร้างการเติบโต และแข่งขันในตลาดได้

“ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา” นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่าประมาณ 1.95 แสนล้านบาท

เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% คาดว่าภายในปี 2568 จะมีมูลค่าถึง 1.2 ล้านล้านบาท โดยผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลคอมเมิร์ซถึง 40% ตามด้วยมาร์เก็ตเพลซ เช่น ลาซาด้า เจดีดอทคอม 35% และออนไลน์รีเทล เช่น เซ็นทรัล ออนไลน์ ออฟฟิศเมท 25% แบรนด์จึงต้องวิเคราะห์ช่องทางขายด้วยว่าสอดรับกับกลุ่มลูกค้าหรือไม่

ขณะเดียวกันก็ต้องเก็บข้อมูลของลูกค้าต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์และสร้างแคมเปญที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ตอนนี้ทุกธุรกิจ ทุกแพลตฟอร์ม ต้องปรับตัวให้หลากหลาย และต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้ เพื่อจะได้เดินต่อไป