เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,500 บาท
‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
Politics ‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
Politics สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
“ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
SD “ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
Finance ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
Finance หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
Finance กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
HR ‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
ดูทั้งหมด

ดีมานด์ “ยา-วัคซีน” พุ่ง ฮิตาชิ-ฟูจิฟิล์ม ทุ่มอัพเกรดโรงงาน

29 ก.ค. 2564 | 20:44น.
MARKET MOVE

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นได้ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ยา วัคซีน อุปกรณ์ หรือการบริการ ทวีความสำคัญมากขึ้น จนกลายเป็นโอกาสที่หลายบริษัทไม่อาจมองข้ามได้ และต้องหันมาลงทุนหวังร่วมกระแสเติบโตนี้

ล่าสุด ฮิตาชิ และฟูจิฟิล์ม เป็น 2 ยักษ์อุตสาหกรรมและเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่น ประกาศเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจสุขภาพ ระดับตั้งแต่หมื่นล้านถึงแสนล้านเยน เพื่อเพิ่มศักยภาพหน่วยวิจัยพัฒนา โรงงาน รวมถึงเตรียมซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องเข้ามาเสริม หวังสร้างความได้เปรียบเพื่อช่วงชิงดีมานด์ที่กำลังเติบโต

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ฮิตาชิประกาศแผนลงทุนมูลค่า 3 แสนล้านเยน หรือคิดเป็น 8.9 ล้านบาท ขณะที่ฟูจิฟิล์มเตรียมลงทุน 9 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ในธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต เมื่อการระบาดของโควิด-19 สิ้นสุดลง

ฮิตาชิระบุว่า เม็ดเงินลงทุนนี้ 100 ล้านเยน จะใช้ในหน่วยงานวิจัยพัฒนาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพ อาทิ ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงของการติดโรคติดต่อ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม ส่วนอีก 150 ล้านเยน สำรองไว้เพื่อซื้อหรือควบรวมกิจการที่มีศักยภาพในช่วงปีงบประมาณ 2564-2566

หลังจากก่อนหน้านี้ ยักษ์อุตสาหกรรมรายนี้ตัดสินใจขายธุรกิจถ่ายภาพทางการแพทย์ อาทิ ซีทีและเอ็มอาร์ไอ ให้กับฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้ง ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการผันตัวไปโฟกัสด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่าฮาร์ดแวร์ เช่น ระบบวิเคราะห์โมเลกุลเพื่อวินิจฉัยมะเร็งจากตัวอย่างเลือด หรือเอไอสำหรับเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ สร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับโรงพยาบาล รวมถึงผนึกกำลังกับบริษัทในเครือพัฒนาการรักษามะเร็ง เป็นต้น

ทั้งนี้ ฮิตาชิหวังจะเพิ่มยอดขายจากธุรกิจการแพทย์และการดูแลสุขภาพให้แตะ 3.6 แสนล้านเยน ภายในสิ้นปีงบฯ 2567 หรือเพิ่มขึ้น 70% จากตัวเลขคาดการณ์รายได้จากธุรกิจการแพทย์ในปีงบฯ 2564 นี้

เป็นไปในทิศทางเดียวกับฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้ง ที่จะใช้เม็ดเงิน 9 หมื่นล้านเยน อัพเกรดโรงงานฟูจิฟิล์ม ดิโอซินท์ ไบโอเทคโนโลยี ซึ่งมีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงเซลล์ เพาะเลี้ยงเชื้อ ผลิตวัคซีน และอื่น ๆ เพื่อรองรับดีมานด์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น หลังหลายบริษัทเร่งวิจัยพัฒนายาและวัคซีนโควิด-19 แต่การพัฒนายาและวัคซีน รวมถึงการผลิตต้องอาศัยทั้งเครื่องจักรและเทคโนโลยีระดับสูง ราคาแพง บริษัทยาหลายแห่งจึงเลือกการจ้างผลิตมากกว่าที่จะลงทุนเอง

กลายเป็นโอกาสของบริษัทที่มีโรงงานในมืออย่าง ฟูจิฟิล์ม ดิโอซินท์ ไบโอเทคโนโลยี ซึ่งฟูจิฟิล์มลงทุนร่วมกับมิตซูบิชิ และมีสาขาในหลายประเทศทั่วโลก

โดยฟูจิฟิล์มคาดว่าการลงทุนครั้งนี้จะสามารถเพิ่มกำลังการเพาะเลี้ยงเซลล์ของโรงงานในสหรัฐอเมริกา ขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อรองรับการผลิตวัคซีนที่ผลิตจากการตัดต่อโปรตีน (recombinant protein vaccines) หนึ่งในเทคนิคที่หลายบริษัทนำมาใช้ผลิตวัคซีนโรคโควิด-19 ด้วย

ขณะเดียวกัน ฟูจิฟิล์ม ดิโอซินท์ ไบโอเทคโนโลยี ยังเดินหน้าขยายโรงงานในสหราชอาณาจักร ด้วยการขยายพื้นที่ฝ่ายวิจัยและผลิต เพื่อเพิ่มกำลังผลิตยาแบบพันธุกรรมบำบัดขึ้นอีก 10 เท่า และเพาะเลี้ยงเซลล์ให้ได้มากขึ้น 3 เท่า

โปรเจ็กต์นี้ถือเป็นการลงทุนต่อเนื่องของฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้ง จากก่อนหน้านี้ที่เคยประกาศแผนขยายโรงงานในเดนมาร์ก และการตั้งโรงงานแห่งใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาไปแล้ว

ทั้งนี้ ปีงบฯ 2563 ธุรกิจรับจ้างพัฒนาและผลิตสารชีวภาพของฟูจิฟิล์ม มีรายได้ 1 แสนล้านเยน เติบโตถึง 70% จากปีก่อนหน้า และมีเป้าทำรายได้ให้ถึง 2 แสนล้านเยน ภายในปีงบฯ 2567 และเติบโตต่อเนื่องปีละ 20%

ด้านผู้เชี่ยวชาญในวงการเชื่อว่า อุตสาหกรรมการพัฒนาและการผลิตสารชีวภาพเติบโตประมาณปีละ 10% และหลังจากนี้มีแนวโน้มเติบโตรวดเร็วขึ้นอีก จากดีมานด์การผลิตยา วัคซีนโควิด-19

ปัจจุบัน ฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้ง ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรม ด้วยส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 10% ตามหลังรายใหญ่อย่างลอนซ่า ของสวิตเซอร์แลนด์

ขณะเดียวกัน การแข่งขันในวงการนี้เริ่มส่อแววดุเดือด เมื่อผู้เล่นรายอื่น ๆ อาทิ ซัมซุง ไบโอโลจิก ลงทุน 1.7 ล้านล้านวอน สร้างโรงงานแห่งใหม่เมื่อปีที่แล้ว ส่วนเอจีซี ไบโอโลจิก ได้ทุ่มงบฯซื้อโรงงานแอสตร้าเซนเนก้าในสหรัฐ

จากนี้ไปต้องจับตาว่า การขยายตัวของแต่ละรายจะส่งผลกับการพัฒนา-ผลิตวัคซีนโควิด-19 อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีน