Skip to content

สูงวัย

26 ธ.ค. 2568 | 15:12น.
สูงวัย
คอลัมน์ : Market-think 
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ตามปกติช่วงสิ้นปี หนังสือพิมพ์จะมีการสรุปเรื่องราวในรอบปี

เสมือนเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ หรือบันทึกความทรงจำ

ในฐานะคอลัมนิสต์ ผมจึงขออนุญาตสรุปเรื่องราวในรอบปี 2568 บ้าง

ถือเป็นการสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ของตัวเอง

ปีนี้ผมมีงานใหม่อยู่ 3 งานที่จัดเป็นประจำ

นอกเหนือจากการเขียนคอลัมน์หรือแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ และเพจของตัวเองแล้ว

งานแรก คือ หลักสูตร V.A.I.P. เป็นหลักสูตรด้าน AI แบบช้า ๆ

ทำมา 8 รุ่น กำลังจะเริ่มรุ่นที่ 9

หลักสูตร AI ตอนนี้มีเยอะมาก แต่ V.A.I.P. มีจุดขาย คือ สอนแบบช้า ๆ

กลุ่มเป้าหมาย คือ “ผู้ใหญ่”

ทั้งกลุ่ม “ผู้ใหญ่” ที่ยังไม่เกษียณ แต่ต้องการเรียนรู้เรื่อง AI

อีกกลุ่มหนึ่ง เป็น “ผู้ใหญ่” ที่อายุเกิน 60 ปีแล้ว

มีทั้งที่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่

และเป็นเจ้าของกิจการที่ไม่มีวันเกษียณ

เขาอยากรู้ว่าจะเอา AI ไปใช้ในองค์กรได้อย่างไร

คนกลุ่มนี้อยากเรียนรู้เรื่อง AI

แต่อยากเรียนในจังหวะของตัวเอง

คือ ช้า ๆ

คนที่มาเรียนอายุมากที่สุด คือ 82 ปีครับ

งานที่ 2 คือ Wednesday Song คอนเสิร์ตคืนวันพุธที่โรงละครสยามพิฆเนศ

“วันพุธ” คือ วันกลางสัปดาห์ที่ไม่มีใครจัดคอนเสิร์ต

เพราะคนคิดว่าวันที่เหมาะสมคือวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่สามารถนอนดึกได้หรือเป็นวันหยุด

Wednesday Song เป็นคอนเสิร์ตสั้น ๆ ที่มีดีไซน์ เริ่ม 19.30 น. จบประมาณ 21.30 น. หรือไม่เกิน 4 ทุ่ม

ศิลปินมีทั้งรุ่นกลาง ๆ และรุ่นใหญ่

แต่เท่าที่สังเกตผู้ชมส่วนใหญ่จะเป็น “รุ่นใหญ่”

ยิ่งศิลปินรุ่น “สาว สาว สาว-คริสติน่า-ใหม่-กบ ทรงสิทธิ์-ตุ๊ก วิยะดา”

ผู้ชมจะเป็นรุ่นใหญ่ และรุ่นใหญ่มาก

ที่น่าจะสังเกตก็คือ คนกลุ่มนี้จะมาถึงโรงละครเร็ว

อาจเป็นเพราะเกษียณแล้ว ไม่ต้องทำงานประจำ

“จังหวะเวลา” ในชีวิตของเขาแตกต่างจากคนทำงาน

บัตรราคาแพงสุดจะหมดเร็วที่สุด

Wednesday Song ปีนี้จัดมาแล้ว 16 ครั้งครับ

งานที่ 3 เป็นโครงการช่วยเพื่อน คือ ไปช่วยคิดอย่างเดียว

Sunday Lunch & Live คอนเสิร์ตกลางวันวันอาทิตย์ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แจ้งวัฒนะ

วันอาทิตย์ตอนกลางวันเป็นวันที่โรงเบียร์ว่าง

รูปแบบงานเป็นการทานอาหารกลางวันก่อนจะชมคอนเสิร์ต

กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มเพื่อนเก่าที่หาเวลามาเจอกันวันธรรมดายาก

และกลุ่มครอบครัว

ใช้แนวคิดว่า “หมุนเข็มนาฬิกาแห่งความสุข จากเที่ยงคืนเป็นเที่ยงวัน”

จัดมา 3 ครั้ง เสียงตอบรับดีมาก

โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว

ลูกพาพ่อ-แม่มากินข้าวด้วยกัน

ศิลปินก็เป็นรุ่น “แอม เสาวลักษณ์-มอส-ทาทา-กบ ทรงสิทธิ์-มิ้นท์ มาลีวัลย์”

เชื่อไหมครับ คนที่มาดูอายุสูงสุด คือ 90 ปี

60 up เยอะมาก

มีคนนั่งรถเข็นมาด้วย ลูก ๆ พามาเพราะคุณแม่ชอบ

“พี่เก้ง” จิระ มะลิกุล มา 2 ครั้ง

อาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ก็มา 2 ครั้ง

อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ มาครั้งหนึ่งติดใจมากจนมาเขียนในคอลัมน์

“เจ๊จง” เจ้าของร้านหมูทอดดัง ๆ ก็มา 2 ครั้ง

มีนักธุรกิจรุ่นใหญ่มากันเยอะมาก

บรรยากาศสนุกแบบนึกไม่ถึง

ทั้ง 3 งานที่ผมทำมา ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า “คนรุ่นใหญ่” ใน พ.ศ.นี้ยังเป็นคนที่มีพลังสูงมาก

ทั้งแข็งแรงและอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่าง AI

คนรุ่นนี้ คือ “เข็มสั้น” ทางธุรกิจ

ขยับนิดเดียว เวลาเปลี่ยนเป็นชั่วโมง

ไม่เหมือน “เข็มยาว” ที่ขยับเป็นนาที

ต้องวิ่งนานเป็นรอบกว่าจะเป็นชั่วโมง

“คนรุ่นใหญ่” ยังต้องการแสวงหาความสุขที่เหมาะสมกับวัยของเขา

ไปดูคอนเสิร์ตก็พร้อมจะลุกขึ้นเต้น

ไม่ได้โดดเหมือนคนรุ่นใหม่

แต่เต้นในสเต็ปของเขา

คนกลุ่มนี้เป็นคนที่ยังมีคุณค่า

และถ้าเป็นคนที่วางแผนการเงินดี ๆ เขาคือ กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมาก

พร้อมจ่ายเพื่อความสุข

สิ่งที่ผมค้นพบในปีนี้ เป็นเรื่อง “จังหวะชีวิต” ครับ

ทุกรุ่น ทุกวัย ยังต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่

ต้องการหาความสุขเหมือนกัน

เพียงแต่จังหวะของแต่ละวัยไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง

ทุกคนล้วนมีจังหวะเป็นของตัวเองครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดสูงวัย