เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นับถอยหลัง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เช็กหลักฐานนายจ้าง-ผู้ประกันตนก่อนเข้าคูหา
News นับถอยหลัง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เช็กหลักฐานนายจ้าง-ผู้ประกันตนก่อนเข้าคูหา
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
Politics Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
Business เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
Tech BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
Business ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
Economic PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
ดูทั้งหมด

ไทยรบเขมรเสียหาย 17,000 ล้าน หวั่นสินค้าจีนตีตลาดแทนที่ไทย

02 ส.ค. 2568 | 07:20น.
ชายแดนไทย-กัมพูชา ด่านช่องจอม

ไทย รบ เขมร กระทบการค้า-ลงทุนเสียหายไปแล้วเดือนละ 17,000 ล้านบาท โรงแรม 4 จังหวัดอีสานใต้เงียบสนิท ลูกค้ายกเลิกการจอง ด่านอรัญประเทศยังปิดถาวร พร้อมสำรวจแบรนด์ดังสินค้าไทย “เครื่องดื่ม-ค้าปลีก” ในตลาดกัมพูชาหยุดทำการตลาด หวั่นสินค้าจีน-เวียดนามทะลักเข้าแทนที่ โรงงานการ์เมนต์ริมขอบชายแดนปอยเปตเพิ่งกลับมาเปิดหลังหยุดยิง อนาคตยังไม่แน่ วอน 2 ฝ่ายเร่งแก้ปัญหาเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเชิงเศรษฐกิจภาพรวม “อาจจะไม่ได้กระทบมาก” เพราะการส่งออกจากไทยไปกัมพูชาทั้งหมดมีสัดส่วนแค่ 3% ของการส่งออกไทยทั้งหมด แต่อาจจะกระทบในระดับธุรกิจที่บางบริษัทมีการทำธุรกิจในกัมพูชา ที่ยอดขายจะได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ดี ต้องดูว่ากรณีนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจไม่มาเที่ยวเมืองไทยยาวนานแค่ไหน ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นการยกเลิกจองโรงแรมกันแล้ว “ผมคุยกับบางโรงแรม เขาบอกว่าพวกกรุ๊ปที่จะจัดสัมมนาจากยุโรป-สหรัฐ เขายกเลิกเลย ดังนั้น ตรงนี้เห็นผลกระทบจริง ๆ แต่ก็คงระยะสั้น หากไม่ลากยาวก็คงไม่เป็นไร” ดร.พิพัฒน์กล่าว

ด้านศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จะส่งผลกระทบผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายอย่างน้อยราว 17,000 ล้านบาทต่อเดือน ดังนี้

1) การค้าชายแดน คาดว่าการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา 5 ด่านสำคัญจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา หายไปราว 14,011 ล้านบาทต่อเดือน แบ่งเป็น มูลค่าการส่งออกชายแดนและมูลค่าการนำเข้าชายแดนหายไปราว 11,410 และ 2,601 ล้านบาทต่อเดือน ตามลำดับโดย “ด่านอรัญประเทศ” จ.สระแก้ว คาดได้รับผลกระทบมากที่สุด สำหรับกลุ่มสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม ส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์สันดาปภายใน ส่วนกลุ่มสินค้านำเข้า ได้แก่ ผักและของปรุงแต่งจากผัก โดยเฉพาะมันสำปะหลัง

2) การท่องเที่ยว ความเสียหายด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวกัมพูชาที่เข้ามาในไทยที่ลดลง และจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่ไม่สามารถไปท่องเที่ยวใน 4 จังหวัดที่มีการปะทะ คาดมีมูลค่าอย่างน้อยราว 2,970 ล้านบาทต่อเดือน และ 3) การลงทุน หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชา โดยในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 100 ราย มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบสูง เช่น ธุรกิจเครื่องดื่มและค้าปลีก

ทั้งนี้ ในระยะสั้น ผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกอาจพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางและรูปแบบ (Mode) ในการขนส่งสินค้า ส่วนในระยะถัดไป อาจพิจารณาหาตลาดเพื่อทดแทนหรือกระจายความเสี่ยงจากตลาดกัมพูชา

สินค้าจีนตีตลาดแทนที่ไทย

นายวิชิต คุณคงคาพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจตลาดต่างประเทศ (ทีม Bridge) บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีลูกค้าแบรนด์ไทยในกัมพูชา 5 ราย อยู่ในธุรกิจเครื่องดื่ม ก่อสร้าง และค้าปลีก ซึ่งต่างก็หยุดการใช้งบฯโฆษณาและการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่คอนเทนต์ของไทยและการใช้สื่อ เหลือเพียงการขายสินค้าตามปกติ โดยเริ่มมาตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ในช่วงแรกเป็นการชะลอออกไป 1 เดือน

แต่ปัจจุบันทุกรายระงับการใช้งบฯแบบไม่มีกำหนด พร้อมกับเริ่มหารือเกี่ยวกับการปรับแนวทางทำตลาดหลังจากนี้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ขณะเดียวกันหากสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปอาจเป็นช่องว่างให้แบรนด์คู่แข่งจาก “เวียดนาม และจีน” เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์ไทยได้ เนื่องจากเริ่มเห็นการกระจายสินค้าเวียดนามและจีนเพิ่มขึ้นในตลาดกัมพูชาบ้างแล้ว

การ์เมนต์กลับมาเปิดหลังหยุดยิง

นายยศธน กิจกุศล นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า สมาคมได้มีการติดตามเอกชนไทยที่ไปลงทุนอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในกัมพูชา โดยเฉพาะในบริเวณ “ปอยเปต” ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3-4 ราย โดยตอนนี้โรงงานได้มีการกลับมาผลิตสินค้าอีกครั้งประมาณ 60-70% หลังสถานการณ์การหยุดยิงสงบลง แต่ยอมรับว่าช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่มีการปะทะกันรุนแรงระหว่างทหารไทย-กัมพูชา โรงงานที่อยู่บริเวณชายแดน “หยุดการผลิตทันที” เนื่องจากสถานการณ์ยังน่ากังวลมาก แต่ตอนนี้กลับมาผลิตแล้ว แม้จะไม่ 100% ก็ตาม

“เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมีการหยุดยิง สถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย โรงงานได้กลับมาผลิตสินค้าอีกครั้ง โดยแรงงานที่กลับเข้ามาในโรงงาน ส่วนใหญ่ยังเป็นแรงงานกัมพูชา ซึ่งมีสัดส่วน 80-90% ของแรงงานทั้งหมด ส่วนแรงงานที่เป็นคนไทยนั้นมีจำนวนน้อยและบางส่วนได้มีการส่งกลับประเทศไปแล้ว และมองว่าการกลับเข้าไปในกัมพูชาอาจจะไม่ได้สะดวกแล้ว” นายยศธนกล่าว

ส่วนสถานการณ์คำสั่งซื้อและการขนส่งสินค้าในระยะสั้นนี้ “ยังคงสามารถส่งสินค้าและนำเข้าวัตถุดิบจากเมืองไทยได้” โดยวัตถุดิบยังไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลน เพราะตอนนี้ 100% นักลงทุนไทยที่ลงทุนที่กัมพูชา มีการขนส่งวัตถุดิบ และส่งออกสินค้ากลับมาที่ประเทศไทย ส่วนใหญ่ขนส่งทางเรือทั้งหมด การขนส่งทางบกในตอนนี้ไม่มีเลย

ส่วนผลกระทบในระยะยาวจะมีการปิดโรงงานหรือไม่ “ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนในตอนนี้” แต่หากสถานการณ์ยังคงมีความขัดแย้ง ยืดเยื้อ ภาคเอกชนที่ลงทุนตามแนวชายแดนก็จะมีความกังวล ดังนั้นจึงอยากให้แก้ไขปัญหาได้โดยเร็ว และให้สถานการณ์กลับมาปกติอีกครั้งเพื่อยังคงสามารถทำธุรกิจต่อไปได้

ปตท.เขมรขอไปต่อ

แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์ปะทะที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บริษัทได้มีการประสานและเรียกให้พนักงานที่เป็นคนไทยประจำที่อยู่ในฝั่งกัมพูชาทั้งหมด จำนวน 11 คนกลับประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัย ส่วนสถานีบริการน้ำมัน ร้านคาเฟ่อเมซอน ในกัมพูชานั้น “ปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการตามปกติ” ขณะที่สถานีบริการปั๊มน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ที่อยู่ฝั่งไทยได้ขยายการปิดการให้บริการชั่วคราว ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 จำนวน 10 แห่ง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และอุบลราชธานี

นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า บริษัทไม่มีการขนส่งน้ำมันหรือดำเนินธุรกิจในประเทศกัมพูชา จึงไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน PT station พื้นที่จังหวัดชายแดนอาจจะกระทบยอดขายเล็กน้อยจากสถานการณ์ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน (1 สิงหาคม 2568) บริษัทได้ปิดสถานีบริการน้ำมันชั่วคราวรวมทั้งสิ้น 3 สถานี ได้แก่ สาขาพนมดงรัก จ.สุรินทร์, สาขาน้ำยืน 1 และสาขาน้ำยืน 2 จ.อุบลราชธานี เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน

จัดมหกรรมค้าชายแดน

ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการและกำหนดมาตรการส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งได้กำหนดแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ดังนี้ 1) การประสานงานฝ่ายความมั่นคงและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด รวมทั้งสภาธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบด้านการขนส่งในเส้นทางชายแดนด้านกัมพูชา รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลค่าใช้จ่าย/ระยะเวลาในเส้นทางขนส่งที่เป็นทางเลือก

2) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 มีการจัดประชุมหารือกับภาคเอกชนที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อรับฟังผลกระทบและข้อเรียกร้องของเอกชนในจังหวัดชายแดนด้านกัมพูชา 3) การจัดมหกรรมการค้าชายแดนที่จังหวัดหนองคาย และเชียงใหม่ ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2568 และมีแผนจะจัดกิจกรรมดังกล่าวอีก 1 ครั้งที่ภาคใต้ บริเวณหน้าวัดมงคลมิ่งเมือง หัวสะพานตายาย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 7-10 สิงหาคม 2568

และ 4) ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 มีแผนการลงพื้นที่ประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าการลงทุนชายแดน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และมีแผนการจัดมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องอีก 6 ครั้ง