เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
Finance บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
Real Estate แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
Biz Movement มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
Automotive โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
ดูทั้งหมด

‘นิ่มซี่เส็ง’ กางโรดแมป 1,200 ล. ชู EV-Digital Platform สู้ศึกโลจิสติกส์

29 พ.ค. 2569 | 07:44น.
อุดม สุวิทย์ศักดานนท์
สัมภาษณ์

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานผันผวน “นิ่มซี่เส็งขนส่ง” ยักษ์ใหญ่โลจิสติกส์ภาคเหนือ ประกาศแผนปรับทัพครั้งสำคัญ กาง Roadmap มุ่งสู่รายได้ 1,200 ล้านบาทในปี 2569 ดีเดย์ไตรมาส 3 นี้ ส่งเทรลเลอร์ 18 ล้อไฟฟ้า (EV) นำร่องลงถนน หวังหั่นต้นทุนพลังงาน 50% พร้อมชูไม้ตาย “คาร์บอนเครดิต” เสริมแกร่งลูกค้า B2B สู้ศึกการค้าโลก

“อุดม สุวิทย์ศักดานนท์” รองประธานกรรมการ บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ในฐานะทุนท้องถิ่นที่เข้าใจสมรภูมิอย่างลึกซึ้ง ถึงกลยุทธ์ในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบโลจิสติกส์ไทยที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม

กางโรดแมปรายได้ 1.2 พันล้าน

นายอุดมเล่าว่า การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนก้าวสำคัญภายใต้แนวคิด “ถ้าไม่ปรับตัวเราอยู่ไม่ได้” เพื่อรับมือการรุกคืบของกลุ่มทุนขนส่งต่างชาติที่นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเข้ามาเขย่าตลาดไทย แม้จะมีปัจจัยท้าทายรอบด้าน แต่ในปี 2569 นิ่มซี่เส็งขนส่งกลับตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,200 ล้านบาท ถือเป็นการตั้งเป้าแบบก้าวกระโดดถึง 20% เมื่อเทียบกับรายได้ 1,000 ล้านบาทในปี 2568 แต่บริษัทยังมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้า จากการปรับ 3 กลยุทธ์ดังนี้

1. Digital Transformation รับมือกับการแข่งขันจากทุนต่างชาติด้วยการนำ AI, Big Data และการพัฒนาแพลตฟอร์มขนส่งของตัวเอง พร้อมเปลี่ยนจากบริษัท “ขนของ” เป็นบริษัท “เทคโนโลยีขนส่ง” โดยใช้ AI คำนวณเส้นทางและจับคู่รถกับสินค้า เพื่อลดการวิ่งรถเปล่า ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ใหญ่ที่สุด

ปัจจุบันกลุ่มนิ่มซี่เส็งขนส่งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ นำ Big Data มาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเส้นทางและคลังสินค้า โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำใน จ.เชียงใหม่ เพื่อพัฒนาบุคลากรและเตรียมประยุกต์ใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

2. การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถไฟฟ้า (EV) เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ จะเริ่มจากการนำรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ จำนวน 6 คัน มาวิ่งนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกด้านโลจิสติกส์ในภาคเหนือ ที่เปลี่ยนมาใช้ EV คาดการณ์ว่าสามารถลดต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงได้ถึง 40-50%

3. Green Supply Chain (ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว) ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ถูกบีบด้วยกติกาการค้าโลกให้ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero) การที่นิ่มซี่เส็งขนส่งมีรถเทรลเลอร์ EV ถือเป็น “แต้มต่อ”ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการ เพื่อช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในระบบขนส่ง

เสริมแกร่งลูกค้ากลุ่ม B2B

นายอุดมเล่าต่อว่า ในปีนี้ได้วางยุทธศาสตร์ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2B ที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มเที่ยววิ่ง แต่ยังก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Green Supply Chain ในภาคอุตสาหกรรม โดยมี “คาร์บอนเครดิต” และ “เทรลเลอร์ EV” เป็นเครื่องมือหลักดึงดูดกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่ต้องการพันธมิตรขนส่งสีเขียว

พร้อมชูจุดแข็งเรื่องการส่งมอบข้อมูลคาร์บอนเครดิตให้กับลูกค้า B2B ให้ลูกค้านำไปลดหย่อนภาษี หรือประกอบรายงานความยั่งยืน (ESG) เพื่อส่งออกสินค้าง่ายขึ้น โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอเมริกา

“การขยายลูกค้า B2B ครั้งนี้จะรวมไปถึงการเป็น ‘พาร์ตเนอร์เชิงยุทธศาสตร์’ ที่ไม่ใช่แค่คนขับรถส่งของอย่างเดียว แต่ต้องบริหารจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าแบบครบวงจร โดยใช้ระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาเชื่อมต่อข้อมูลสต๊อกสินค้าของลูกค้ากับระบบขนส่งแบบ Real-time”

“เช่าก่อนซื้อ” ลดความเสี่ยง

สำหรับการลงทุนเปลี่ยนฟลีตรถสู่ EV ในช่วงแรก เลือกใช้รูปแบบการ “เช่า” จากบริษัท ซูมอเตอร์ (Sue Motors) แทนการซื้อขาด เพราะเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและราคารถ EV ในตลาดยังค่อนข้างสูง โดยทำสัญญาเช่ารายเดือน (3 แสนบาทต่อคัน/เดือน) พร้อมเงื่อนไขหากเช่าครบ 5 ปีสามารถเลือกซื้อต่อในราคาซากที่ถูกลง ทั้งนี้ คาดว่าการเปลี่ยนผ่านฟลีตรถบรรทุกที่มีอยู่กว่า 600-700 คัน ให้เป็น EV ทั้งหมดอาจต้องใช้เวลา 5-10 ปี

นายอุดมยอมรับตรง ๆ ว่า แม้จะมีแผนเดินหน้าเต็มตัวแต่ยังมีอุปสรรคด้านเทคนิค โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำหนักแบตเตอรี่” ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการบรรทุกหากใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อวิ่งระยะทางไกล น้ำหนักรถจะเพิ่มขึ้นทำให้บรรทุกสินค้าได้น้อยจนอาจไม่คุ้มทุน

ชงเพิ่มน้ำหนักรถบรรทุก EV

ทั้งนี้ ยังมีข้อเสนอถึงรัฐบาล คือ อยากให้พิจารณาเพิ่มเกณฑ์น้ำหนักบรรทุกเฉพาะสำหรับรถบรรทุก EV เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2 ตัน/คัน เพราะแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับรถบรรทุกมีขนาดใหญ่และหนักมาก ทำให้ตัวรถเปล่ามีน้ำหนักมากกว่ารถบรรทุกดีเซลทั่วไปกว่า 2 ตัน ซึ่งปัญหาที่ผู้ประกอบการเจอในปัจจุบันตามกฎหมายพิกัดน้ำหนักรถบรรทุก หากผู้ประกอบการนำรถบรรทุก EV ใช้งาน เมื่อหักลบกับน้ำหนักแบตเตอรี่แล้วจะเหลือน้ำหนักบรรทุกสินค้าได้จริงน้อยกว่ารถสันดาปถึง 2 ตัน ทำให้ขนสินค้าได้น้อยลงและไม่คุ้มค่า

User comments

ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาการตั้งสถานีชาร์จ ที่สำนักงานนิ่มซี่เส็ง เชียงใหม่ รวมถึงจุดยุทธศาสตร์ที่ จ.นครสวรรค์ และลำปาง เพื่อแก้ปัญหาการชาร์จที่สถานีสาธารณะซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง ขณะที่สถานีชาร์จส่วนตัว (Fast Charger) จะใช้เวลาเพียง 30-45 นาที

ไม่ทิ้งกลุ่ม B2C

นายอุดมมองว่า ลูกค้ากลุ่ม B2C ยังทิ้งไม่ได้ แต่จะเป็นการ “เปลี่ยนผ่าน” จากการสู้ด้วยราคา สู่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรักษาฐานที่มั่นเอาไว้ด้วย เนื่องจาก B2C คือ “กระแสเงินสด” และ “การรับรู้แบรนด์” แม้ B2B จะเป็นก้อนใหญ่และมั่นคง แต่ B2C (การส่งของชิ้นเล็ก, รายย่อย) ที่ทำให้คนเห็นรถของเราวิ่งอยู่ทั่วเมือง และเป็นเงินสดที่หมุนเวียนในระบบทุกวัน

ส่วนการสู้กับทุนต่างชาติที่เข้ามาดัมพ์ราคา จะใช้กลยุทธ์หลัก คือ การปฏิวัติระบบการรับ-ส่งสินค้าให้มีความคล่องตัว ซึ่งเน้นจุดแข็ง คือ ความเข้าใจพื้นที่ ผสานกับเทคโนโลยีที่แม่นยำ เพื่อรักษาฐานลูกค้ารายย่อยในระยะยาว

“การขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ความอยู่รอด แต่เป็นก้าวสำคัญของ Local Hero โลจิสติกส์สัญชาติไทยที่เข้าใจสมรภูมิอย่างลึกซึ้ง และพร้อมสู้ศึกขนส่งด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มและนวัตกรรมอนาคต”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV นิ่มซี่เส็ง โลจิสติกส์