ยศชนันสั่งเดินหน้า 3 ระยะ กู้วิกฤตประปา น้ำท่วมน่าน
ยศชนัน เผยแผน 3 ระยะกู้วิกฤตอุทกภัยน่าน เร่งแก้ระบบประปาฝายแก้ว อ.ภูเพียง สั่งระดมอาชีวะซ่อมด่วน-จ่อชงงบฯซื้อปั๊มใหม่แจกทันที
ความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่าน ล่าสุด วันนี้ (20 ส.ค.) เวลา 15.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปยังศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน องค์การบริหารส่วนตำบลฝายแก้ว (อบต.ฝายแก้ว) อ.ภูเพียง จ.น่าน เพื่อเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมมอบถุงยังชีพและร่วมหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนที่ชุมชนในตำบลฝายแก้วกำลังเผชิญ
จากการลงพื้นที่พบว่า ปัญหาเร่งด่วนของชาวบ้านในขณะนี้คือเรื่องระบบน้ำประปา เนื่องจากกระแสน้ำได้พัดเครื่องปั๊มน้ำที่ชาวบ้านใช้ผลิตน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคจนได้รับความเสียหาย และมีบางส่วนถูกกระแสน้ำพัดสูญหายไปทั้งหมด
ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลเรื่องอาหารการกินของประชาชนอย่างเต็มที่อย่าให้ขาดตกบกพร่อง รวมทั้งให้เร่งช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้าและการซ่อมแซมระบบน้ำประปาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด โดยรองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาระบบน้ำประปาในพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะสั้น เร่งจัดหาน้ำดื่มและน้ำสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ระยะกลาง เร่งจัดหาเครื่องปั๊มน้ำเพิ่มเติมและเตรียมประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อจัดส่งทีมนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ช่วยซ่อมแซมเครื่องปั๊มน้ำที่ได้รับความเสียหาย
ระยะยาว เตรียมหารือกับกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อจัดหาเครื่องปั๊มน้ำเครื่องใหม่มามอบให้กับผู้ประสบภัยทดแทนส่วนที่สูญหาย

การลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ คณะของรองนายกรัฐมนตรีได้ปักหลักพักค้างคืนในพื้นที่จังหวัดน่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันที่จะอยู่บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ และพร้อมสั่งการประสานความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายลง
นอกจากนี้ หลายหลังคาเรือนในพื้นที่ยังมีผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยพื้นที่ชุมชนเทศบาลตำบลกลางเวียง ถือเป็นจุดรับน้ำจุดสุดท้ายก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนต่อไป
ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมหลังจากนี้คือการระดมสรรพกำลังเข้าเร่งเยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วนที่สุด
ต่อมาได้ไปยังสะพานกรมโยธาธิการ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำน่านเชื่อมระหว่างตำบลเวียงสาและตำบลไหล่น่าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในแม่น้ำน่านได้หนุนสูงขึ้นและไหลทะลักตัดผ่านตัวสะพาน ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรไปมาได้
ขณะเดียวกัน มวลน้ำยังได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องเร่งระดมกำลังนำกระสอบทรายมาวางเรียงเป็นแนวกั้นน้ำ เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน