นายกฯ คง เปิดใจหลังมติย้าย ‘พืชสวนโลก’ ไปปากช่อง ชี้พลาดโอกาสท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ
“นายกเทศมนตรีตำบลคง” โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความรู้สึกหลังมติเสนอ ครม. ย้ายพืชสวนโลก 2572 ไปจัดที่อำเภอปากช่อง ชี้คนคงพลาดโอกาสทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ทางการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการสร้างงานในพื้นที่
นายไพศาล เกียรติชัยพัฒน นายกเทศมนตรีตำบลคง ในฐานะผู้ร่วมผลักดันและขับเคลื่อนให้อำเภอคงเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา 2572 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความรู้สึก หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา 2572 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาย้ายพื้นที่จัดงานจากอำเภอคง ไปยังอำเภอปากช่อง โดยระบุว่า ในฐานะคนอำเภอคง ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะอำเภอคงไม่ใช่เพียง “สถานที่หนึ่ง” ที่ถูกเลือกไว้บนแผนที่ แต่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนรอคอย เตรียมความพร้อม และฝากความหวังไว้กับการจัดงานครั้งนี้มาโดยตลอด
ตั้งแต่วันที่อำเภอคงได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่จัดงาน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างคาดหวังว่า มหกรรมพืชสวนโลกจะนำมาซึ่งการพัฒนา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การสร้างงาน และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนในพื้นที่
“พวกเรารอ พวกเราเตรียม พวกเราสนับสนุน และพวกเราฝากความหวังไว้กับคำว่า พืชสวนโลกที่อำเภอคง”
นายกเทศมนตรีตำบลคง ระบุอีกว่า เมื่อมีมติให้เสนอ ครม. พิจารณาย้ายพื้นที่จัดงาน ความรู้สึกของคนคงจึงไม่ใช่เพียงความเสียดาย แต่ยังเกิดคำถาในใจว่า “แล้วความฝันของคนคงที่รอคอยมาตลอด จะเป็นอย่างไร?”
อย่างไรก็ตาม ยอมรับการตัดสินใจในระดับประเทศถึงเหตุผลและปัจจัยหลายด้านที่ต้องนำมาพิจารณา แต่ในฐานะคนในพื้นที่ ต้องการให้เสียงของประชาชนชาวอำเภอคงได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง
นายกเทศมนตรีตำบลคง ระบุอีกว่า สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อำเภอคง อาจมองว่านี่เป็นเพียงชื่อของพื้นที่หนึ่ง แต่สำหรับชาวคง ที่นี่คือบ้าน คือชุมชน และคือความหวังของคนทั้งอำเภอ
ทั้งนี้ ยังเชื่อว่า ก่อนจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ทุกฝ่ายควรได้รับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง และความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน
“เราไม่ได้ขออะไรเกินไป เราเพียงอยากให้สิ่งที่เคยได้รับการเลือกและวางความหวังไว้กับบ้านของเรา ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม”
นายกเทศมนตรีตำบลคง ยอมรับว่า อำเภอปากช่องมีความพร้อมและศักยภาพมากกว่าในหลายด้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอำเภอคงไม่มีศักยภาพหรือทำไม่ได้ หากได้รับโอกาสอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นความขัดแย้งของคนโคราชด้วยกัน เพียงอยากให้เสียงของคนอำเภอคงได้รับการรับฟัง และความหวังที่เกิดขึ้นได้รับความเป็นธรรม
เพราะการพัฒนาที่แท้จริง ไม่ควรส่องแสงเฉพาะพื้นที่ที่สว่างอยู่แล้ว แต่ควรส่งต่อโอกาสไปยังพื้นที่ที่กำลังรอคอยความหวังด้วย