ททท. โชว์ตัวเลขฟื้นหาดใหญ่ 7 เดือนหลังน้ำท่วม คาดรายได้ปีนี้ 5.5 หมื่นล้าน
ททท.ฟื้นชีพหลังมหาอุทกภัยหาดใหญ่ 7 เดือนแรกปี’69 รายได้สะพัด 3.2 หมื่นล้าน ดันทั้งปี 5.5 หมื่นล้านบาท จัดบิ๊กอีเวนต์แน่นครึ่งปีหลัง เดินหน้าปี’70 ต่อยอดเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก กวาดนักท่องเที่ยวทะลุ 8 ล้านคน-ครั้ง ปั๊มเงินสะพัด 55,900 ล้านบาท
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมคณะการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ที่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 69 ให้สัมภาษณ์ ถึงแผนงาน/มาตรการฟื้นฟูและเยียวยาภาคการท่องเที่ยว ตั้งแต่เกิดอุทกภัยหาดใหญ่ ปี 2568 จนถึงปัจจุบันว่า
ตั้งแต่เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นวิกฤตที่ใหญ่มาก กระทบพื้นที่ภาคใต้ถึง 9 จังหวัด ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1.08 ล้านครัวเรือน ททท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้วางแผนฟื้นฟูไว้ ทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว
สำหรับโดยในช่วงมกราคม-มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ททท. อัดแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนัก เริ่มตั้งแต่งานเทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ Amazing Thailand Chinese New Year 2026 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของเมือง
ต่อเนื่องด้วยแคมเปญ Amazing Thailand Passport Privileges มอบส่วนลดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตามด่านพรมแดนสะเดา ปาดังเบซาร์ และสนามบินหาดใหญ่ เพื่อกระจายรายได้สู่ย่านการค้า และงานหาดใหญ่ มิดไนท์สงกรานต์ในเดือนเมษายน ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์เดินทางเข้าทางด่านสะเดาถึงวันละ 13,000-15,000 คน เงินสะพัดกว่าร้อยล้านบาทในไม่กี่วัน

ททท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ลงมือทำทันที ข้อมูลเหล่านี้ คือผลตอบรับที่จับต้องได้จริง ททท. ยังเดินหน้าฟื้นภาพลักษณ์ความปลอดภัย ด้วยโครงการ Trusted Thailand ผ่านผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ระดับโลก จัดกิจกรรม “Heart ใหญ่ ไม่พรือ ทอดไก่ไม่ทอดทิ้ง” ร่วมกับมูลนิธิก้าวคนละก้าว มีผู้ร่วมเดินกว่า 2,000 คน และจัด Mega FAM Trip นำสื่อมวลชนและผู้นำทางความคิด 21 ราย จาก 6 ประเทศ สำรวจ 9 จังหวัดภาคใต้ ย้ำภาพลักษณ์ความพร้อมของพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ”
คาดทั้งปี’69 รายได้พุ่ง 5.5 หมื่นล้าน
ผู้ว่าการ ททท. ชี้ให้เห็นสถิติการท่องเที่ยวที่ถือเป็นเครื่องยืนยันชั้นดี ว่าแม้ภาพรวมทั้งปี 2568 สงขลาจะมีรายได้รวม 54,046.79 ล้านบาท จากผู้เยี่ยมเยือน 7.18 ล้านคน-ครั้ง แต่สำหรับช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-ก.ค.) กวาดรายได้ไปแล้วกว่า 32,227 ล้านบาท จากผู้เยี่ยมเยือน 4.44 ล้านคน-ครั้ง และคาดการณ์ว่าภาพรวมทั้งปี 2569 จังหวัดสงขลาจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนแตะ 7.5 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้รวมกว่า 55,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชี้ชัดว่า สงขลา คือจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้าไทย แซงหน้ากรุงเทพมหานคร โดยช่วง 7 เดือนแรก มีชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาสูงถึง 948,802 คน-ครั้ง และชาวสิงคโปร์ 28,248 คน-ครั้ง ขณะที่ช่วงวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันชาติมาเลเซียและวันปิดภาคเรียน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในหาดใหญ่-สงขลา พุ่งสูงถึง 80%
ต่อยอดปี’70 ปั๊มเงิน 55,900 ล้าน

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy) ในหาดใหญ่ กำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง เช่น ร้านนวดไทยและธุรกิจกลางคืนเปิดให้บริการอย่างคึกคัก ด้านย่านเมืองเก่าสงขลาก็ใช้ศักยภาพของถนนคนเดิน ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยมนต์เสน่ห์อาหารพื้นเมือง
สอดรับกับการที่สงขลาได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy) โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ททท. เตรียมจัดบิ๊กอีเวนต์กระตุ้นต่อเนื่อง อาทิ Thai Fight สงขลา, งาน Rimlay Beach Party, สงขลามาราธอน และงานตักบาตรพระ 10,000 รูป
นางสาวฐาปนีย์กล่าวถึงเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2570 ว่า ททท. วางทิศทางแผนการตลาดภายใต้แนวคิด The Year of Transformation มองไปไกลกว่าการฟื้นฟู โดยนำจุดแข็งเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกมาปั้นแบรนด์ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Value) พร้อมตั้งเป้าหมายภาพรวมปี 2570 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 8 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้รวม 55,900 ล้านบาท มุ่งผลักดันด่านสะเดาให้เป็นประตูการท่องเที่ยวอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ