หอการค้าโคราช เปิด 2 มุมมอง ย้ายพืชสวนโลก 2572 ‘ปากช่อง-คง’
ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิด 2 มุมมอง หลังสภาพัฒน์เสนอย้ายสถานที่จัดมหกรรมพืชสวนโลก Korat Expo 2029 จากอำเภอคงไปปากช่อง ชี้ ‘ปากช่อง’ พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน หนุนรัฐเดินหน้า Fast-Track เตรียมงานรับปี 2572 ขณะที่ ‘คง’ ใช้งบพัฒนาเพิ่ม 6 พันล้าน แต่ช่วยกระจายรายได้ การลงทุน สู่หลายจังหวัดในภาคอีสาน พร้อมจับตา 1 ก.ย.2569 กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอครม. พิจารณาเปลี่ยนสถานที่จัดงาน
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา 2572 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาย้ายพื้นที่จัดงานจากอำเภอคง ไปยังอำเภอปากช่อง ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยเฉพาะคนอำเภอคงที่รอคอย เตรียมความพร้อม และฝากความหวังไว้กับการจัดงานครั้งนี้มาโดยตลอด
นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พื้นที่อำเภอคงเคยผ่านกระบวนการประเมินและได้รับเลือกจากสมาคมพืชสวนโลก (AIPH) ให้เป็นสถานที่จัดงาน หลังประเทศไทยได้เสนอพื้นที่จัดงานในจังหวัดนครราชสีมา 2 แห่ง คือ อ.สีคิ้ว และอ.คง เมื่อปี 2564 โดย AIPH ลงพื้นที่สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมทั้งด้านสภาพดินและปัจจัยต่าง ๆ และเลือกพื้นที่อำเภอคงเป็นสถานที่จัดงานเพื่อช่วยกระจายความเจริญออกจากเขตเมือง
ขณะเดียวกันรูปแบบงานครั้งนี้แตกต่างจากงานพืชสวนโลกที่จ.เชียงใหม่ โดยเน้นการนำเสนอพืชที่สามารถทนแล้งและทนเค็มได้ สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่เป็นดินทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและประสบปัญหาดินเค็มกับภัยแล้งกว้างขวาง ถือเป็นการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเกษตรจากต่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันออกกลาง มาปรับใช้ในภาคอีสานในระยะยาว
เดิมเคยมีการประเมินไว้ว่าหากจัดงานที่อำเภอคง จะสร้างการจ้างงานได้หลายหมื่นตำแหน่ง เนื่องจากต้องมีการก่อสร้าง การจัดเตรียมพื้นที่ การปลูกพืช รวมถึงการเตรียมพร้อมรองรับประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 15 ประเทศ และคาดว่าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ประมาณ 30,000 ล้านบาท
ความคุ้มค่า หรือ โอกาสทางเศรษฐกิจ?
ส่วนแนวคิดการย้ายสถานที่จัดงาน มหกรรมพืชสวนโลก (Korat Expo 2029) จากอำเภอคง ไปยังอำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นไปตามผลศึกษาของสภาพัฒน์ ที่ระบุว่าพื้นที่อำเภอปากช่องมีความเหมาะสมและมีความพร้อมของสภาพพื้นที่นั้น
นายไพจิตร ระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะความคุ้มค่าด้านการลงทุน อ.ปากช่องมีความได้เปรียบอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีขนาดประมาณ 800 ไร่ อยู่ติดถนนมิตรภาพและมอเตอร์เวย์ M6 มีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รถไฟความเร็วสูงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตลอดจนโรงแรม ที่พัก และโรงพยาบาล ทำให้รัฐบาลอาจลงทุนสำหรับการจัดงานเพิ่มประมาณ 4,000 ล้านบาท

แต่หากตั้งคำถามว่า พื้นที่ใดจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและกระจายประโยชน์ไปยังพื้นที่โดยรอบได้มากกว่า นั่นอาจหมายถึง ‘อำเภอคง’ เนื่องจากข้อมูลที่มีการสำรวจระบุว่า หากจัดงานที่อ.คง จะต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมอีกประมาณ 6,000 ล้านบาท ทั้งการขยายถนน ระบบสาธารณสุข ระบบชลประทาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ และเมื่อรวมกับงบประมาณจัดงานกว่า 4,200 ล้านบาท จะมีวงเงินรวมราว 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้นายไพจิตรได้เน้นย้ำว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อ.คง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อรองรับงานพืชสวนโลกอย่างเดียว แต่เป็นโครงการที่ภาครัฐมีแผนจะดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่ให้มีการเร่งรัดให้แล้วเสร็จเพื่อรองรับการจัดงาน โดยงบประมาณบางส่วนได้ดำเนินการไปแล้วในปี 2569 และมีการวางแผนต่อเนื่องในปี 2570-2571 นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่พื้นที่อำเภอใกล้เคียงตลอดจนหลายจังหวัดในภาคอีสาน เช่น บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ขอนแก่น
งานพืชสวนโลกมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนในท้องถิ่น ดังนั้นหากจัดที่ปากช่องซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญและมีนักท่องเที่ยวมากอยู่แล้ว อาจไม่ได้สร้างผลกระทบในลักษณะเดียวกับการจัดงานในอำเภอคง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม
แนะวาง Roadmap เร่งรัดให้ทันกำหนด AIPH
นายไพจิตรกล่าวต่อว่า ข้อเสนอปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ จะมีกำหนดเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้เพื่อให้กระบวนการทันต่อการนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (AIPH) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 กันยายนต่อไป
หากมีมติย้ายสถานที่จัดงานพืชสวนโลกจากอำเภอคงไปยังอำเภอปากช่องอย่างเป็นทางการ สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดงานให้ทันตามกำหนดเดิมในปี 2572 เนื่องจากเหลือเวลาเตรียมการประมาณ 3 ปีกว่า ภาคเอกชนมองว่าเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการวางแผนคู่ขนาน (Fast-Track) ในการประสานงานกับ AIPH แผนแม่บท และการก่อสร้าง เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดตามมาตรฐานสากล
ชงแผนยกระดับอ.คง สู่ฮับเกษตรนวัตกรรม
นายไพจิตรได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หาก ครม. มีมติเลือกพื้นที่ปากช่อง หอการค้าฯ เสนอให้ภาครัฐยังคงเดินหน้าแผนพัฒนาพื้นที่อำเภอคงอย่างต่อเนื่อง โดยผลักดันเป็น ‘ศูนย์กลางการเกษตรและนวัตกรรมพืชทนแล้งภาคอีสาน’ หรือตลาดการเกษตรระดับภูมิภาค เช่น การจัดตั้งตลาดการเกษตรระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือการพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช โดยอาจหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือสถาบันการศึกษาอื่น ๆ เพื่อช่วยสร้างรายได้และลดผลกระทบทั้งต่อประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่
หากรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โครงการขนาดใหญ่สามารถเร่งรัดให้เร็วขึ้นได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะใช้เวทีระดับโลกอย่าง Korat Expo 2029 เป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานของภาคอีสานให้สำเร็จตามเป้าหมาย