สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
ท่าอากาศยานภูเก็ตเผยปีงบประมาณ 2569 มีผู้โดยสารรวมกว่า 17.23 ล้านคน เร่งเดินหน้าโครงการขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพิ่มศักยภาพรองรับได้อีก 5.5 ล้านคน คาดเริ่มก่อสร้างปี 2570 แล้วเสร็จปี 2575 พร้อมรับไฮซีซั่น หนุนตลาดอินเดียและยุโรป
นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานและแผนพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยานภูเก็ต ณ อาคาร X-Terminal ท่าอากาศยานภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ว่า ท่าอากาศยานภูเก็ตมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมพัฒนาศักยภาพการให้บริการเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอันดามันอย่างต่อเนื่อง
ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนตุลาคม 2568-กันยายน 2569 ท่าอากาศยานภูเก็ตมีเที่ยวบินรวม 105,010 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 288 เที่ยวบินต่อวัน และมีผู้โดยสารรวม 17,234,915 คน หรือเฉลี่ย 47,219 คนต่อวัน
ขณะที่ประมาณการปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร ของท่าอากาศยานภูเก็ต ตามตารางการบินฤดูหนาว ปี 2569/2570 (Winter Schedule 2026/2027) ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม 2569 – 27 มีนาคม 2570 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 54,296 เที่ยวบิน และผู้โดยสาร 8,912,547 คน

ปัจจุบันท่าอากาศยานภูเก็ตมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารตามการออกแบบ 12.5 ล้านคนต่อปี แต่มีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 17.2 ล้านคนในปี 2568 ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารสูงเกินขีดความสามารถเดิม จึงต้องบริหารจัดการตารางบินและการให้บริการอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว ท่าอากาศยานภูเก็ตอยู่ระหว่างดำเนินโครงการขยายขีดความสามารถอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้อีก 5.5 ล้านคนต่อปี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจรับงานออกแบบรายละเอียด คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และดำเนินโครงการแล้วเสร็จภายในปี 2575
นายการันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มการเดินทางในปี 2569 คาดว่าจะมีผู้โดยสารรวมประมาณ 17.5-18 ล้านคนต่อปี โดยการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวกลับมาอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้ มีสายการบินใหม่เตรียมเปิดเส้นทางบินตรงมายังภูเก็ต อาทิ Virgin Atlantic และ Kuwait Airways ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทางและสนับสนุนตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง
ด้านการลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานภูเก็ตได้นำเทคโนโลยีระบบเช็กอินและโหลดสัมภาระอัตโนมัติมาใช้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลัก 3 อันดับแรก ได้แก่ รัสเซีย จีน และอินเดีย โดยตลาดจีนยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว ส่วนตลาดอินเดียมีแนวโน้มเติบโตและเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ท่าอากาศยานภูเก็ตจึงเตรียมประสานความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมบรรยากาศการท่องเที่ยวและเจาะตลาดอินเดียเพิ่มเติม
นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารแล้ว ท่าอากาศยานภูเก็ตยังมุ่งยกระดับคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานสากล โดยพัฒนาระบบบริหารคุณภาพและนำผลสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารมาปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการรับรอง Airport Customer Experience Accreditation ระดับ 3 (Level 3) จาก Airports Council International (ACI) World พร้อมวางแผนยกระดับมาตรฐานสู่ระดับที่สูงขึ้น
ท่าอากาศยานภูเก็ตยังตั้งเป้าสร้างความเชื่อมั่นในฐานะศูนย์กลางการบินที่สำคัญของภูมิภาค หรือ Secondary Hub Airport ภายใต้แนวคิด “Prime Destination through Secondary Hub Airport” ควบคู่กับการดำเนินงานตามแนวทาง Corporate Citizenship Airport ที่ให้ความสำคัญกับการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน การสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่ และการดูแลสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้การเติบโตของท่าอากาศยานเป็นไปอย่างสมดุลและสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและจังหวัดภูเก็ต

