เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ข้าวไทยเจอศึกหนัก อินเดีย-ปากีสถานกดตลาด อิรักหด พาณิชย์เร่งหาคำสั่งซื้อใหม่
Economic ข้าวไทยเจอศึกหนัก อินเดีย-ปากีสถานกดตลาด อิรักหด พาณิชย์เร่งหาคำสั่งซื้อใหม่
ครม.เคาะ 5 มาตรการ ‘พยุงราคาข้าว’ กรอบ 5.89 หมื่นล้าน ดันสินค้าคุณภาพสูง
Politics ครม.เคาะ 5 มาตรการ ‘พยุงราคาข้าว’ กรอบ 5.89 หมื่นล้าน ดันสินค้าคุณภาพสูง
‘ศุภจี’ ไม่กังวลปรับ ครม. ชี้อำนาจอยู่ที่ ‘อนุทิน’ ยันทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ไม่กังวลปรับ ครม. ชี้อำนาจอยู่ที่ ‘อนุทิน’ ยันทำงานทุกวัน
ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
Politics ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
ดูทั้งหมด

ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ

20 ต.ค. 2569 | 15:50น.

ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านผสานทุนโลก ปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ ระดมกูรูเศรษฐกิจเอกชนฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ชูจุดแข็งเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรมการแพทย์ และระบบนิเวศธุรกิจที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ (TCEB) ร่วมกับ บริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Canvas Ventures International หรือ CVI) โดยได้รับความร่วมมือจากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานสัมมนา Chiang Mai Investment Hub Dialogue: Investor Talk 2026 เพื่อฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอย่างเต็มตัว ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่

ปลุก “เงินนอน” 3 แสนล้าน ผนึก VC

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการ Canvas Ventures International เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจัดงานสัมมนา Chiang Mai Investment Hub Dialogue: Investor Talk 2026 ในครั้งนี้ เกิดจากการมองเห็น “โจทย์ใหญ่” ของเชียงใหม่ที่กำลังต้องการรูปแบบการลงทุนใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การพึ่งพาเม็ดเงินจากส่วนกลางหรือภาครัฐเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ เชียงใหม่มีเงินฝากหรือ “เงินนอน” อยู่ในระบบในปริมาณที่สูงมาก (กว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ) แต่ปัญหาคือ เม็ดเงินจำนวนนี้ยังไม่ถูกแปลงให้กลายเป็น “เงินลงทุน” หรือ Early Stage Investment ที่สนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

“คนเชียงใหม่มีเงินเยอะอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้วิธีการลงทุนในรูปแบบ Venture Capital เป้าหมายของเราคือ การกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจและดึงเม็ดเงินเหล่านี้ รวมถึงนักลงทุนจากข้างนอก มาผนึกกำลังร่วมกับคนเชียงใหม่ เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เติบโตได้หลายเท่าตัว ถ้าคนเชียงใหม่ไม่กล้าลงทุนเอง แล้วจะไปดึงคนอื่นมาลงทุนทำไม วันนี้เราจึงพาทั้ง Investor, Venture Capital และกองทุนต่างๆ มาพบกับภาคเอกชนและคนท้องถิ่น เพื่อลดความเสี่ยง และเป็นตัวเชื่อมระหว่างเงินทุนภายนอกกับนวัตกรรมในพื้นที่” ดร.พันธุ์อาจ กล่าว

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า โมเดลต้นแบบความสำเร็จอย่างบริษัท Eiiga (อี้กะ) คือแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว (Travel Tech) (บริษัทร่วมทุนระหว่างไทย-เกาหลี ที่มีฐานในเชียงใหม่) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เชียงใหม่มีศักยภาพในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวและธุรกิจด้วยเทคโนโลยีจริง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) สู่ Creative Tourism และ Smart City Branding ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งในขอนแก่น กรุงเทพฯ และต่างประเทศ ทั้งนี้ การดึงนักลงทุนจากกรุงเทพฯ หรือต่างประเทศเข้ามาในเชียงใหม่ จะประสบความสำเร็จได้ จุดเริ่มต้นต้องมาจากความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่เองก่อน

สำหรับทิศทางและโอกาสใหม่ๆ ของเชียงใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจแบบดั้งเดิม (Traditional Business) โดยมองว่าต้องมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงการแก้ปัญหาโจทย์ใหญ่ของเมือง เช่น Climate Tech, Agri-Tech, Health Tech และ Energy Transition (Green Investment) เพื่อเปลี่ยนเงินออมในท้องถิ่นให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ปรับเมืองรับทุนสากล หนุน SME

ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เชียงใหม่มีความพร้อมและมีแรงดึงดูดนักลงทุนใน 4 กลุ่มหลักที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน ได้แก่ 1.กลุ่ม Startup & Venture Capital ที่เป็นการสร้างระบบการระดมทุนรูปแบบใหม่ (Crowdfunding / Angel Investor) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินสนับสนุนนวัตกรรม

โดยหอการค้าฯ พร้อมเป็นหน่วยเชื่อมระหว่างเครือข่ายทุนภายนอกกับผู้ประกอบการในพื้นที่ 2.กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (FDI) สิทธิประโยชน์จาก BOI ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ (เช่น สวิตเซอร์แลนด์และอีกหลายประเทศ) ที่สนใจเข้ามาลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและสุขภาพ 3.กลุ่มท่องเที่ยวเชิงลึก (Tourism) การลงทุนที่หลากหลาย ทั้งโรงแรมขนาดใหญ่และการเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการ ซึ่งยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเมือง 4.กลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Healthcare & Wellness) ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโรงพยาบาลเอกชน ศูนย์สุขภาพเฉพาะทาง และการรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)

อย่างไรก็ตาม แม้เชียงใหม่จะมีจุดเด่นเรื่องสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจ แต่ยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ภาครัฐต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ได้แก่ 1.ระบบโลจิสติกส์ ถือเป็นข้อจำกัดเรื่องศักยภาสนามบินที่ต้องเตรียมแผนขยายแห่งที่ 2 และกฎหมายผังเมืองและกฎหมายธุรกิจ โดยเฉพาะกฎหมายผังเมืองที่ยังล้าสมัย ไม่สอดรับกับวิถีธุรกิจรูปแบบใหม่ รวมถึงกฎหมายการขออนุญาตของชาวต่างชาติที่ยังมีความซ้ำซ้อนและเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย หากไม่ได้รับการปรับแก้ให้รวดเร็วและโปร่งใส

ดร.กอบกิจ กล่าวด้วยว่า เป็นโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่ โดยธุรกิจขนาดเล็ก มีโอกาสเข้าหาแหล่งทุนและความรู้จากภายนอก หากปรับตัวเข้าหา Ecosystem ของนักลงทุน ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ – Long-Stay ได้รับอานิสงส์จากการเข้ามาของกลุ่ม Digital Nomad, นักศึกษาชาวต่างชาติ และประชากรแฝงที่เข้ามาพำนักระยะยาว (7–8 เดือนต่อปี) ซึ่งช่วยสร้างกำลังซื้อต่อเนื่องให้กับเศรษฐกิจฐานราก

ดึง “คนในพื้นที่” จับคู่ “ทุนนอก”

นายสมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการดึงดูดการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่ในมิติที่ลึกซึ้งต้องมองไกลกว่าแค่เรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งต้องดึง “คนในพื้นที่” จับคู่ “นักลงทุนนอก” (Local meets Global) ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญของการลงทุนในเชียงใหม่ที่ผ่านมาคือ นักลงทุนมีเงินแต่ไม่รู้จะไปลงทุนกับอะไร ขณะที่คนเชียงใหม่รู้ปัญหาและศักยภาพในพื้นที่แต่ขาดเงินทุน

“นักลงทุนมีเงินแต่ไม่รู้จะลงอะไร สิ่งที่เรากำลังทำคือ เอาคนที่มี Pain Point ในพื้นที่ มาพูดคุยกับนักลงทุนภายนอก เพื่อสร้างเวทีให้คนท้องถิ่นได้จับมือกับนักลงทุน VC หรือกองทุนต่างๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจอย่างแท้จริง” นายสมิต กล่าว

“Climate Tech Hub” ของอาเซียน

นายสมิต กล่าวอีกว่า ด้วยความอุดมสมบูรณ์และโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อม เชียงใหม่มีศักยภาพสูงมากที่จะเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีภูมิอากาศ (Climate Tech) โดยเฉพาะการแปลงวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นำวัสดุเหลือใช้ (เช่น ซากพืช ผลผลิตการเกษตร) มาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างสีเขียว (Green Material) หรือบอร์ดทดแทนไม้ที่มีมาตรฐานสูง ผ่านการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เชียงใหม่มีทรัพยากรและองค์ความรู้ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนเครดิตมาร่วมสร้างโมเดลต้นแบบ เพื่อให้ต่างชาติเห็นว่าเชียงใหม่สามารถทำ Climate Tech ได้จริง และขยายผลไปในระดับอาเซียนได้

ชู Deep Tech & AI ทางการแพทย์

ทพ.ศิระ ฮั่นตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความท้าทายของการนำ Deep Tech & AI มาใช้ในวงการแพทย์ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีขั้นสูงหรือ AI เข้ามาปรับใช้ในทางการแพทย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องอาศัยระยะเวลาในการออกแบบ การศึกษา และที่สำคัญคือ ข้อบังคับและกฎระเบียบ (Regulation) ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์มักจะเป็นกลุ่มคนที่ปรับตัวค่อนข้างยากในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ แต่สิ่งที่เราทำได้คือ ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยให้ดีขึ้น เช่น การแก้ปัญหาเรื่องกำแพงภาษาในการดูแลชาวต่างชาติ

กล่าวคือ เชียงใหม่มีข้อได้เปรียบอย่างมากเนื่องจากมีชาวต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ และในส่วนของโรงพยาบาล (เช่น โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม) มีล่ามรองรับถึง 7 – 8 ภาษา (อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน เมียนมา เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งหากมี AI หรือ Deep Tech เข้ามาช่วยในเรื่องการแปลภาษาและการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) จะยิ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยต่างชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลเป็นองค์กรที่มีข้อมูลมหาศาล หากสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาระบบค้นหาและบริหารจัดการองค์ความรู้ภายในโดยไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จะช่วยให้การกระจายความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัดแม้จะมีบุคลากรเข้า-ออก แต่ในเชิงข้อมูลระบบยังคงอยู่ พร้อมทั้งกำลังศึกษาและพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ AI ของตนเองเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย

หนุน “สวนดอก เมดิคอล อินโนเวชั่น ดิสทริกต์”

ทพ.ศิระ กล่าวต่อว่า เมื่อมองในเชิงโครงสร้างของเชียงใหม่ในการเป็น Investment Hub จุดแข็งสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนคือ ย่านนวัตกรรมสวนดอก (SMID: Suandok Medical Innovation District) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการสร้างย่านนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีการทดลอง (Test Bed) และสร้างต้นแบบ (Prototype) นวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ

“ถ้าจุดนี้สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ทดลองและทำโปรโตไทป์ด้านการแพทย์ได้จริง จะทำให้เชียงใหม่กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนและเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลกเข้ามาได้อย่างแน่นอน” ทพ.ศิระ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลงทุน เชียงใหม่