ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
จังหวัดสงขลา ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยปี 68 ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ ปรับระบบเตือนภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69 เพิ่มความรัดกุมเกณฑ์ยก “ธงเหลือง-ธงแดง” จับมือ ปภ. ส่งข้อมูลผ่าน Cell Broadcast เตือนตรงถึงประชาชน ด้าน ผู้ว่าฯ เผย ยกธงแจ้งเตือนภัย เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของ “นายกฯ ท้องถิ่น”
รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลา รศ.ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนึ่งในคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลถึงประเด็นการป้องกันอุทกภัยของจังหวัดสงขลาว่า ปัจจุบันมีคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำ และการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดสงขลา ประจำปี 2569 ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธาน
โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง อุตุนิยมวิทยา ชลประทาน ทรัพยากรน้ำ ปภ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และอื่น ๆ ทำงานร่วมกัน มีการประชุมประเมินสถานการณ์น้ำเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลาก ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมก็จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอดและจะประชุมสรุปสถานการณ์ร่วมกันทุกสัปดาห์
สำหรับ “ระบบการแจ้งเตือนภัยอุทกภัยเมืองหาดใหญ่” รศ.ดร.ธนิต ระบุอีกว่า จริง ๆ 10 กว่าปีที่ผ่านมาของเก่าก็มีอยู่แล้ว แต่ในปี 2568 ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ เราได้ถอดบทเรียนร่วมกันและมีการปรับกระบวนการทบทวนการทำงาน ระบบการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ให้มีความชัดเจนรัดกุมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างที่คนหาดใหญ่คุ้นชินกันดี สัญญาณธงสีที่ต้องเริ่มเฝ้าระวัง คือ “ธงเหลือง และธงแดง”

รศ.ดร.ธนิต ระบุว่า กรณี “ธงเหลือง” ล่าสุดปี 2569 คณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา มีการพัฒนาเพิ่มเติมในรายละเอียดพอสมควร โดยแนวทางในการจะยก “ธงเหลือง” มี 3 เงื่อนไข ประกอบด้วย เงื่อนไขแรกพิจารณาระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา ที่ สถานีบ้านบางศาลา ถึงประมาณ 8 เมตร รทก.
เงื่อนไขที่ 2 ระดับน้ำในคลองหวะ ก็อยู่ในเงื่อนไขของการเตือนภัยธงเหลือง เงื่อนไขที่ 3 ระดับน้ำในแก้มลิงคลองเรียน กรณีน้ำล้นแก้มลิงคลองเรียน ใน 3 เงื่อนไขนี้ หากเงื่อนไขใดถึงก่อน ก็จะมีการแจ้งเตือน “ธงเหลือง” แต่ย้ำว่า “ธงเหลือง” ไม่ได้แปลว่าน้ำจะท่วม แต่ “ธงเหลือง” แปลว่า ขอให้พี่น้องประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และรอติดตามว่าจะมีการประกาศยก “ธงแดง” หรือไม่
สำหรับ “ธงแดง” รศ.ดร.ธนิตกล่าวต่อว่า คณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา ได้กำหนดเงื่อนไขการแจ้งเตือนภัยไว้ 2 เงื่อนไขหลัก คือ 1) พิจารณาระดับน้ำจากทิศใต้ ที่มาผ่านคลองอู่ตะเภา มาจากสถานีบ้านม่วงก็อง และสถานีบ้านบางศาลา เหล่านี้ก็จะเตือนภัยได้ล่วงหน้าประมาณ 3 -12 ชั่วโมง แล้วแต่ว่าเงื่อนไขใดถึงก่อน

2) จากการถอดบทเรียนน้ำท่วมปลายปี 2568 ทำให้เราต้องพิจารณาปริมาณน้ำจากคลองหวะร่วมด้วย เพราะปี 2568 น้ำท่วมรอบแรกมาจากคลองหวะเป็นหลัก โดยใช้สถานี X174 ของกรมชลประทานเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การยกธงทั้ง “ธงเหลือง” และ “ธงแดง” อยู่ภายใต้การทำงานของคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา เฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ท่านรับฟังข่าวสารจากทางราชการ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่างก็อยู่ในคณะทำงานชุดนี้ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่สื่อสารออกไปเป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนสามารถดำเนินการและปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
รศ.ดร.ธนิต ยังกล่าวอีกว่า ฟ้าฝนไม่มีแน่นอน เราต้องตระหนักรู้ตลอดเวลา เอาบทเรียนที่เรียนรู้จากปีที่แล้วเป็นตัวตั้ง เพราะบ้านเราเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ขอให้ทุกท่านเฝ้าติดตามข่าวสารจากราชการ โดยเฉพาะคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
อีกประการคือในระดับชาติ ขณะนี้เรามี Cell Broadcast ของ กรม ปภ. ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการประกาศยก “ธงเหลือง” หรือ “ธงแดง” ทาง ปภ.ก็จะรับข้อมูลจากคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา ในการส่งสัญญาณแจ้งเตือนประชาชน จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ

ด้าน นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ประจำปี 2569 จังหวัดสงขลา เผยว่าปีนี้จังหวัดสงขลาไม่ประมาทเด็ดขาด ทุกอย่างมีการวางแผนการทำงานไว้อย่างรัดกุมเป็นระบบ โดยเฉพาะการยกสัญญาณธงแจ้งเตือนภัย ซึ่งสำคัญมากขั้นตอนต้องมีความชัดเจน พี่น้องประชาชนต้องมีเวลาในการเตรียมตัว มีเวลาในการอพยพ โดยยึดหลักความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญความปลอดภัย
ส่วนการแจ้งเตือนภัยนั้นตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของ “นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดยจังหวัดสงขลาเป็นหน่วยสนับสนุนข้อมูล เรามีคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำฯ จังหวัดสงขลา ที่คอยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ก่อนจะแจ้งข้อมูลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ปภ.ส่วนกลาง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและเข้าสู่การดำเนินการในระยะเผชิญเหตุต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยอมรับห่วงใยสถานการณ์ฤดูกาลนี้เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับจังหวัดสงขลา ได้กำหนดการประชุมรับมืออุทกภัยให้ถี่ขึ้น การเตรียมความพร้อมทุกด้านต้องเข้มข้น ย้ำ สงขลาไม่ประมาท

ภาพ/ข่าว : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา