เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
Finance เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
World ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
Uncategorized วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
Finance กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
Real Estate แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
เศรษฐีไทยแห่ซื้อ 2 คอนโดฯหรู Upper House ยอดขายทะลุหมื่นล้าน ลุยเจาะมหาเศรษฐีโลก
Real Estate เศรษฐีไทยแห่ซื้อ 2 คอนโดฯหรู Upper House ยอดขายทะลุหมื่นล้าน ลุยเจาะมหาเศรษฐีโลก
ดูทั้งหมด

‘กรมการค้าภายใน’ เปิดมาตรการเชิงรุก สกัดข้าว-ทุเรียนล้นตลาดตั้งแต่ต้นปี

02 ก.พ. 2569 | 07:58น.
ข้าว ทุเรียน

ไทยกำลังเข้าสู่ฤดูผลผลิตข้าวนาปรัง และทุเรียน จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าทุเรียนจะออกมาประมาณ 1.78 ล้านตัน ขณะที่ข้าวนาปรัง จะออกสู่ตลาดประมาณ 3.80 ล้านตันข้าวสาร และคาดว่าข้าวนาปีจะออกสู่ตลาดประมาณ 12.30 ล้านตันข้าวสาร เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องวางแผน เพื่อหามาตรการออกมารองรับล่วงหน้า เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร พยุงราคาไม่ให้สินค้าเกษตรตกต่ำ รวมไปถึงรายได้ของผู้ปลูกด้วย

ล่าสุด นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาตรการดูแลสินค้าเกษตร ค่าครองชีพ ล่วงหน้าปี 2569 ทั้งก่อนฤดู ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก และระยะกลาง-ยาว โดยเฉพาะสินค้าข้าวและทุเรียน ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเฉพาะปัญหาแรงงานเก็บเกี่ยว เส้นทางโลจิสติกส์ และกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และเชื่อมโยงส่งออก

จัดปฏิทินดูแลสินค้าเกษตร

กรมได้จัดทำปฏิทินสินค้าเกษตรสำคัญ ปี 2569 ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์ม ทุเรียน มังคุด ลำไย หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม โดยได้คาดการณ์ช่วงผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดไว้ครบทุกรายการแล้ว และยังได้เตรียมแผนรับมือล่วงหน้าไว้ 3 ช่วง คือ ก่อนฤดูเก็บเกี่ยวจะเริ่ม ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก และมาตรการระยะกลางและยาว เพื่อดูแลสถานการณ์ราคาให้กับเกษตรกร

สำหรับสินค้าเกษตรที่กรมกำลังเร่งทำแผนรับมือ คือ ทุเรียน เพราะผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด และเดือน เม.ย.-พ.ค. 2569 จะออกมากที่สุด โดยปีนี้คาดการณ์ผลผลิต 1.78 ล้านตัน เป็นทุเรียนภาคตะวันออก 1.06 ล้านตัน ภาคใต้ 7.2 แสนตัน เนื่องจากทุเรียนที่ปลูกก่อนหน้ากำลังจะให้ผลผลิตในปีนี้ ดังนั้น กรมจึงได้หารือกับภาครัฐ เอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมหาแนวทางการรับมือ

เริ่มตั้งแต่การแก้ปัญหาต้นฤดูกาล คือ การหาแรงงานทดแทนแรงงานกัมพูชา เพราะต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มแรงงานที่เชี่ยวชาญเรื่องงานสวน จำเป็นต้องหาแรงงานเมียนมาเข้ามา ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มทักษะงานสวน การเข้มงวดเรื่องสารตกค้าง ทั้ง BY2 และแคดเมียม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การเตรียมตู้คอนเทนเนอร์รองรับ เพราะเชื่อว่าจะเกิดความต้องการเพิ่มขึ้น การประสานด่านชายแดนที่จะส่งทุเรียนเข้าจีน และยังได้เตรียมแผนรับมือช่วงรอยต่อทุเรียนภาคตะวันออกและใต้ที่จะออกมาชนกันช่วงเดือน มิ.ย. 2569 โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องล้ง หากบริหารจัดการไม่ดี จะฉุดราคาทุเรียนใต้ช่วงต้นฤดูกาลได้ข้าว ทุเรียน

ขยายส่งออกทุเรียนสู่ตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ กรมยังได้เตรียมการเรื่องการขนส่งทุเรียนไปจีน ผ่านเส้นทาง R8 R12 R9 ซึ่งจะต้องประสานไม่ให้มีการติดขัดหน้าด่าน โดยเฉพาะเส้นทางผ่านจากไทย สปป.ลาว และเวียดนาม เพราะไม่ใช่แค่ทุเรียนไทยที่จะส่งเข้าจีน แต่ยังมีทุเรียนเวียดนามที่ปีนี้คาดว่าผลผลิตจะออกมากถึง 2 ล้านตัน ที่จะส่งไปแข่งด้วย

ส่วนเส้นทาง R3A จากไทยผ่าน สปป.ลาว เข้าคุนหมิง ไม่น่าจะมีปัญหา จะผลักดันเข้าสู่จีนตอนกลาง และจีนตะวันตก และมีแผนที่จะเปิดตลาดใหม่อย่างตะวันออกกลาง ที่จะเน้นการขายทุเรียนแช่แข็ง ทำเป็นเหมือนไอศกรีม ซึ่งเท่าที่หารือและนำไปจัดแสดง ตลาดให้การตอบรับดี

โปรโมตกระตุ้นกินทุเรียน

ขณะเดียวกัน มีแผนที่จะโปรโมตเพื่อกระตุ้นการบริโภคทุเรียนไทย ทั้งการจัดเทศกาลวันทุเรียนไทย การสร้างความเชื่อมั่นในการส่งออกทุเรียนตู้แรกเข้าสู่จีน รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่มีสัดส่วน 25% ส่งออก 75% โดยตั้งเป้าบริโภคในประเทศ 5 แสนตัน ส่งออก 1.28 ล้านตัน

โดยจะร่วมมือกับตลาดค้าส่ง นำทุเรียนกระจายไปยังตำบล อำเภอที่ห่างไกล เชิญอินฟลูเอนเซอร์มาไลฟ์สดขายทุเรียนที่ตลาด การจัดกิจกรรมโปรโมตให้กับนักท่องเที่ยวได้รู้จักและบริโภคทุเรียนไทย เป้าหมายจีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลีใต้ และร่วมมือกับห้างในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาก จัดกิจกรรมกระตุ้นการขาย

จัดทำแผนดูแลข้าวพยุงราคา

สำหรับสินค้าข้าว ได้จัดทำแผนรับมือ โดยในส่วนของข้าวหอมมะลิ ยังเป็นข้าวที่มีคุณภาพและทำตลาดได้ จึงไม่มีปัญหาด้านราคา แต่ก็จะเข้าไปสนับสนุนให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้รอขาย ไม่จำเป็นต้องขายทันทีที่เก็บเกี่ยว และจะช่วยผลักดันใช้ช่องทางของร้านอาหาร Thai SELECT เป็นช่องทางจำหน่าย

ส่วนข้าวขาว ข้าวหอมปทุม และข้าวเหนียว มีมาตรการช่วยชะลอการขาย เชื่อมโยงผู้ประกอบการข้าวถุง และช่วงผลผลิตออกมาก จะเข้าไปเปิดจุดรับซื้อ การเร่งระบายข้าวถุงผ่านหน่วยราชการ ปั๊มน้ำมัน ธงฟ้า และไอเดียใหม่ กำลังร่วมมือกับผู้ประกอบการทำข้าวกล่องราคาประหยัดจำหน่ายผ่านตู้อัตโนมัติ และเมื่อดูราคาข้าวในตอนนี้ถือว่าราคาดี เช่น ข้าวหอมมะลิ อยู่ที่ 16,500 บาทต่อตัน ข้าวเหนียว อยู่ที่ 11,750 บาทต่อตัน ข้าวขาว อยู่ที่ 7,600 บาทต่อตัน

นอกจากนี้ มีแผนที่จะช่วยลดต้นทุนผู้ปลูกข้าว ผ่านโครงการธงเขียว จำหน่ายปุ๋ยเคมีและปัจจัยเกษตรราคาประหยัด พร้อมจะเข้าไปช่วยวิเคราะห์ดินให้เหมาะกับการปลูกพืช เพื่อให้ได้ดินที่เหมาะสม ต้นทุนไม่แพง แก้ไขกฎระเบียบนำเข้าเมล็ดพันธุ์เพื่อให้เอกชนทำได้เร็วขึ้น ส่งเสริมการแปรรูปข้าวไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสุขภาพ ผลักดันปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วยหอม อะโวคาโด ทำสัญญาระหว่างโรงสี ชาวนา ปลูกข้าวและรับซื้อ

ใช้รถพุ่มพวงดูแลค่าครองชีพ

ขณะเดียวกันจะเดินหน้าผลักดันนโยบายข้าวประณีต เข่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวคุณลักษณะพิเศษ ข้าวสี ข้าว GI โดยจะสร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับมาสเตอร์เชฟ สายการบิน ในการโปรโมต เชื่อมโยงเข้าสู่โรงแรมและร้านอาหาร ผลักดันเป็นของขวัญเชิงสุขภาพ และจะเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวประณีต ที่มีอยู่และรวบรวมมาแล้ว 300 สายพันธุ์ จำนวน 200 กลุ่ม

โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มช่วยเหลือ กลุ่ม 1 มีความพร้อมผลิต ตลาด ได้มาตรฐาน จะช่วยหาตลาด ผลักดันส่งออก กลุ่ม 2 มีข้าวแต่ยังไม่ตรงตามความต้องการตลาด จะช่วยพัฒนาหีบห่อ แบรนด์ การตลาด และกลุ่ม 3 มีข้าว ตั้งใจผลิตข้าว แต่ไม่รู้จะเดินต่อยังไง จะเข้าไปช่วยไปสอน

ทิ้งท้ายกับมาตรการดูแลค่าครองชีพ นอกเหนือจากการจัดธงฟ้าราคาประหยัด และร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ในการจัดลดราคาสินค้าตามเทศกาลต่าง ๆ ยังจะร่วมมือกับตลาดค้าส่งค้าปลีก ตลาดสด ในการส่งสินค้าไปขายผ่านรถพุ่มพวง ที่แต่ละตลาดมีอยู่แล้ว โดยจะร่วมมือนำสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพไปจำหน่าย เช่น น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และนำสินค้าเกษตรช่วงผลผลิตออกมาก เช่น ผัก ผลไม้ ไปจำหน่ายด้วย

อย่างไรก็ดี กรมยังมีแผนร่วมมือกับตลาดสด ส่งเสริมให้เพิ่มเมนูพิเศษ เป็นเมนูธงฟ้า เป็นอาหารตามฤดูผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากในช่วงนั้น เช่น ไข่ไก่ ก็จะเป็นเมนูไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ หรือช่วงหมู ก็จะเป็นเมนูหมูต่าง ๆ โดยคุยกับเจ้าของตลาดแล้ว โดยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนทั้งเรื่องค่าครองชีพและต้นทุนการเพาะปลูกได้