เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

รัสเซียปักหมุดไทย “บ้านหลังที่สอง” เงินสะพัดทะลุ 5.8 หมื่นล้าน ดันอสังหาฯ-ลองสเตย์บูม

03 ส.ค. 2569 | 14:21น.

เจาะกระแสตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สร้างสถิติพุ่งทะลุ 1 ล้านคน ดันเม็ดเงินสะพัดกว่า 58,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมการพำนักระยะยาว การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และปัจจัยกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์โลก พร้อมสะท้อนความท้าทายปัญหาการกวาดล้างนอมินี

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยเอกสาร สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ปี 2569 (เบื้องต้น) ( International Tourist Arrivals to Thailand 2026P) พบว่านักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม–มิถุนายน) มีจำนวนสะสมถึง 1,012,250 คน สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องจากปี 2568 ซึ่งมีชาวรัสเซียเดินทางมาเยือนประเทศไทยสูงถึงเกือบ 1.9 ล้านคน

เอ็นบีที คอนเน็กซ์ (NBT CONNEXT) ระบุว่า รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เผย เฉพาะช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 58,000 ล้านบาท และจัดให้รัสเซียเป็น “ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง” เนื่องจากมีอัตราการใช้จ่ายต่อทริปสูงและมีระยะเวลาพำนักที่ยาวนาน

อสังหาริมทรัพย์และลองสเตย์

สื่อต่างชาติอัลจาซีรา (Al Jazeera) ระบุว่า สิ่งที่น่าสนใจ คือ โครงสร้างรายได้มหาศาลกว่า 5.8 หมื่นล้านบาทนี้ไม่ได้เกิดจากการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะสั้นแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มพำนักระยะยาว หรือ Long-stay ที่มองประเทศไทยเป็น “บ้านหลังที่สอง” รูปแบบการใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้จึงขยายวงกว้างไปสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์และบริการระดับลักชัวรีอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะในพื้นที่ยอดนิยมอย่างภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย ซึ่งชาวรัสเซียได้กลายมาเป็นผู้ซื้อหลักในตลาดคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่าหรู สะท้อนจากสัดส่วนการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่เคยสูงถึงเกือบ 40% ของยอดขายต่างชาติทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการที่พักอาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยังดันให้ราคาเช่าคอนโดมิเนียมและวิลล่าหรูพุ่งสูงขึ้นแตะระดับหลักแสนถึงสองแสนบาทต่อเดือน โดยมีการจองล่วงหน้ายาวนานเป็นปี

นอกจากอสังหาริมทรัพย์แล้ว เม็ดเงินอีกส่วนสำคัญยังไหลเข้าสู่ภาคการบริการ สิทธิการพำนัก และการศึกษา โดยครอบครัวชาวรัสเซียยุคใหม่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 30–35 ปี ยินดีจ่ายเงินประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าเกิน 8 แสนบาท เพื่อสมัครบัตรพรีวิเลจการ์ด (Thailand Privilege Card) สำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว รวมถึงการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาในโรงเรียนนานาชาติในไทย เนื่องจากมองว่ามีมาตรฐานสูงและคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในมอสโก

ปัจจัยขับเคลื่อนจากสถานการณ์โลกและพฤติกรรมผู้บริโภค

สื่อต่างชาติอย่างอัลจาซีรา (Al Jazeera) ยังระบุอีกว่า การทะลักเข้ามาในไทยของชาวรัสเซีย เริ่มตั้งแต่ช่วงรัสเซียบุกยูเครนและมีการประกาศระดมพล ทำให้ชาวรัสเซียจำนวนมากเลือกมาไทยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์ทหารและหนีจากผลกระทบทางเศรษฐกิจในบ้านเกิด ทำให้ไทยกลายเป็น “แหล่งลี้ภัยและบ้านหลังที่สอง” (Refuge & Second Home) เป็นผลมาจากทั้ง “ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์” และ “ความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งในยุโรป การเกณฑ์ทหาร และการหนีอากาศหนาวจัดในประเทศตนเอง ประเทศไทยจึงกลายเป็นทางเลือกหลักที่มีความปลอดภัย มีค่าครองชีพที่เหมาะสม และมีระบบนิเวศรองรับที่ครบครันสำหรับพวกเขา

เม็ดเงินมหาศาล กับ แรงกระแทกในท้องถิ่น

แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจและเม็ดเงิน 58,000 ล้านบาทจะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์อย่างมหาศาล แต่กระแสข่าวเศรษฐกิจคู่ขนานยังคงสะท้อนความกังวลจากผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องทุนต่างชาติและ “นอมินี (Nominee)” ที่เข้ามาครอบงำเศรษฐกิจท้องถิ่น

ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา รายงานปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในจังหวัดชลบุรี (พัทยา-บางละมุง) ซึ่งเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซีย 4 ราย และปราบปรามเครือข่าย 33 บริษัทนอมินี ที่ซ่อนการถือครองที่ดินและบ้านหรูมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท

โดยพบการตั้งบริษัทบังหน้ากว่า 495 บริษัท เพื่อถือครองบ้านเดี่ยวเกือบ 800 หลัง และมีการโฆษณาขาย/เช่าผ่านเว็บไซต์ภาษารัสเซียในลักษณะ “หมู่บ้านรัสเซีย” (Russian Village) รวมถึงพบนักบัญชีชาวไทยถือหุ้นแทนนับร้อยบริษัท

ปรากฏการณ์ดังกล่าวกดดันให้กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐ ต้องเปิดปฏิบัติการตรวจเช็กเส้นทางการเงินและโครงสร้างการถือหุ้นของทุนต่างชาติอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ

เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนบังหน้า กวาดล้างระบบนิเวศการทำธุรกิจ Russian-for-Russian Ecosystem และรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนต่างชาติกับการคุ้มครองอธิปไตยทางเศรษฐกิจของคนไทยในพื้นที่อย่างยั่งยืน