เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
News น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
ดูทั้งหมด

คมนาคมปฏิรูประบบตั๋วร่วม หั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. ปี 2570

14 ส.ค. 2569 | 16:33น.

“พิพัฒน์” ขับเคลื่อนนโยบายลดภาระค่าครองชีพ เร่งเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ เดินหน้าค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าสายทางเข้าระบบตั๋วร่วม เก็บค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เร่งกฎหมาย ระบบบริหารจัดการรายได้ หารือกับผู้ให้บริการ ตั้งเป้าคิกออฟ 1 ม.ค. 2570

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 2/2569 ว่าที่ประชุมได้ติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะการจัดทำกฎหมายลำดับรอง หลักเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบตั๋วร่วมสามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ ควบคู่กับการเตรียมระบบบริหารจัดการรายได้และการหารือกับผู้ให้บริการและผู้รับสัมปทาน

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

เพื่อผลักดันโครงสร้างค่าโดยสารร่วมให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเดินทางที่มีประสิทธิภาพในราคาที่เหมาะสม โดยตั้งเป้าให้มาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมสามารถให้บริการได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570

ค่าแรกเข้า 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท

แนวทางสำคัญของมาตรการ คือ การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมสำหรับรถไฟฟ้าสายทางที่เข้าร่วมระบบตั๋วร่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกำหนดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว พร้อมลดการคิดค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อประชาชนเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสาย ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการ

สำหรับแนวทางการเดินทางเชื่อมต่อ อยู่ระหว่างการเตรียมหลักเกณฑ์ให้รองรับการเดินทาง โดยรายละเอียดทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐานระบบตั๋วร่วม และความพร้อมของระบบที่เกี่ยวข้อง

โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายสายในการเดินทางประจำวัน พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของค่าโดยสาร และพัฒนารถไฟฟ้าหลายสายให้สามารถเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มอบ สนข.เร่งทำหลักเกณฑ์ CCH

ในส่วนของการเตรียมกลไกบริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House: CCH) เพื่อรองรับการจัดเก็บ ชำระ และจัดสรรรายได้ค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการ โดยที่ประชุมมอบหมายให้ สนข. เร่งดำเนินการจัดทำประกาศกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์

การอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) พร้อมหารือกระทรวงการคลังเกี่ยวกับรูปแบบและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมให้เป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 โดยจะดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 กฎหมายลำดับรอง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบบริหารจัดการรายได้มีมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับการเชื่อมโยงธุรกรรมจากระบบขนส่งหลายสายทางอย่างมีประสิทธิภาพก่อนนำเสนอ คนต. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป“

สั่ง รฟม.-ร.ฟ.ท.-กทม. สรุปโครงสร้างราคา

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งหารือกับผู้รับสัมปทานในประเด็นโครงสร้างค่าโดยสาร การจัดสรรรายได้ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบสามารถรองรับมาตรการค่าโดยสารร่วมได้ภายใต้กรอบกฎหมายและสัญญาที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว

ไฟเขียวกฎหมายลำดับรอง 10 ฉบับ

นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 รวม 10 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างกฎกระทรวง 1 ฉบับ ร่างประกาศกระทรวงคมนาคม 6 ฉบับ ร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม 2 ฉบับ และร่างประกาศสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 1 ฉบับ เพื่อนำไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เพื่อวางหลักเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกการกำกับดูแลระบบตั๋วร่วมให้มีความชัดเจนและเป็นระบบ

นายพิพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับนโยบายการนำส่งเงินเข้ากองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ สนข. นำไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไป โดยการบริหารจัดการกองทุนจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วมอย่างเหมาะสม และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินงานตามกรอบเวลาที่กำหนด ทั้งการจัดทำกฎหมายลำดับรอง การพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้ การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี และการหารือกับผู้ให้บริการและผู้รับสัมปทาน เพื่อผลักดันมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว สำหรับสายทางที่เข้าร่วมระบบตั๋วร่วม ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570