เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภาลัย ขยายพอร์ตเชียงใหม่ เปิดตัว “พาร์ควิลล์ บ่อสร้าง-สันกำแพง” ชูไฮไลต์สวน 2.5 ไร่ โซลาร์รูฟท็อปฟรีทุกหลัง
Real Estate ศุภาลัย ขยายพอร์ตเชียงใหม่ เปิดตัว “พาร์ควิลล์ บ่อสร้าง-สันกำแพง” ชูไฮไลต์สวน 2.5 ไร่ โซลาร์รูฟท็อปฟรีทุกหลัง
‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
Economic ‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
LPN เปิดขาย “ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” การันตียีลด์ 6% นาน 6 ปี 3-4 ต.ค.นี้
Real Estate LPN เปิดขาย “ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” การันตียีลด์ 6% นาน 6 ปี 3-4 ต.ค.นี้
ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
Finance ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
ดูทั้งหมด

พาณิชย์ เปิดฐานถือครองที่ดินต่างชาติ 3.62 หมื่นราย จับตากลุ่มเสี่ยงนอมินี 16 จังหวัด

17 ส.ค. 2569 | 14:38น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดข้อมูลครั้งใหญ่ หลังเชื่อมฐานกรมที่ดิน พบนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนและถือครองโฉนดที่ดินทั่วประเทศ 36,277 ราย ในจำนวนนี้ 31,516 ราย ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% ซึ่งยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย เตรียมคัดกรองกลุ่มเสี่ยงนอมินี โดยเฉพาะกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและ 10 จังหวัดท่องเที่ยว รวม 16 จังหวัด ที่มีนิติบุคคลต่างชาติร่วมลงทุนถือครองอสังหาฯ ถึง 35,154 ราย “พูนพงษ์” ย้ำถือหุ้นไม่เกิน 49% ไม่ได้แปลว่าผิด ต้องตรวจให้ถึงแหล่งเงิน หากพบคนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติเอาผิดเด็ดขาด พร้อมชี้ถึงเวลาศึกษาผลดี-ผลเสีย เปิดทางต่างชาติคุณภาพพำนักระยะยาวอย่างเป็นระบบ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของนิติบุคคลว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับข้อมูลจากกรมที่ดินเกี่ยวกับนิติบุคคลที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์จำนวน 144,706 ราย และเมื่อนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกับฐานทะเบียนนิติบุคคลของกรมฯ พบว่า มีนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมฯ จำนวน 125,662 ราย

ในจำนวนดังกล่าว มีนิติบุคคลที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทโฉนดที่ดิน 123,542 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคลไทยที่มีผู้ถือหุ้นไทย 100% จำนวน 87,265 ราย และนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจำนวน 36,277 ราย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ตัวเลข 36,277 ราย ถือเป็นกลุ่มที่กรมฯ ต้องนำมาวิเคราะห์ในรายละเอียดต่อ โดยไม่ได้หมายความว่านิติบุคคลเหล่านี้กระทำผิดทั้งหมด เพราะการที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนในบริษัทไทยโดยถือหุ้นอยู่ภายในกรอบที่กฎหมายกำหนด และเป็นการลงทุนร่วมกับคนไทยจริง สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย

แต่สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ กรณีที่คนไทยถือหุ้นในนาม แต่เงินลงทุนที่แท้จริงทั้งหมดมาจากชาวต่างชาติ หรือคนไทยไม่ได้มีส่วนในการลงทุนและประกอบธุรกิจจริง ซึ่งอาจเข้าข่ายการถือหุ้นแทนหรือนอมินี

“ถ้าเขาลงทุนกันจริงระหว่างต่างชาติกับไทย และต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% ก็ถูกกฎหมายตามปกติ แต่ถ้า 49% นี้เป็นเงินลงทุนของชาวต่างชาติทั้งหมด และคนไทยอีก 51% เข้าไปถือหุ้นในลักษณะนอมินี ก็ต้องไปดูกันในรายละเอียด” นายพูนพงษ์กล่าว

31,516 รายต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49%

จากข้อมูลนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนและถือครองโฉนดที่ดินทั่วประเทศ 36,277 ราย สามารถแบ่งตามสัดส่วนการถือหุ้นได้เป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก ต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่าหรือเท่ากับ 49% จำนวน 31,516 ราย แบ่งเป็นห้างหุ้นส่วน 146 ราย บริษัทจำกัด 30,633 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 737 ราย

กลุ่มนี้ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย และเป็นกลุ่มที่กรมฯ ให้ความสำคัญในการคัดกรอง เพราะหากพบว่าการถือหุ้นของคนไทยไม่ได้เกิดจากการลงทุนจริง แต่เป็นการถือหุ้นแทนคนต่างชาติ อาจเข้าข่ายนอมินี

ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 49% ขึ้นไป จำนวน 4,761 ราย แบ่งเป็นห้างหุ้นส่วน 11 ราย บริษัทจำกัด 4,709 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 41 ราย

นายพูนพงษ์อธิบายว่า สำหรับการถือครองที่ดิน จะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดจะมีข้อจำกัดในการถือครองที่ดิน เว้นแต่ได้รับสิทธิหรืออนุญาตตามกฎหมายอื่น เช่น การได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือได้รับอนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ดังนั้น กลุ่มที่มีต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนสูงไม่ได้หมายความว่าจะผิดกฎหมายทั้งหมดเช่นกัน แต่ต้องตรวจสอบสถานะ สิทธิ และที่มาของการถือครองเป็นรายกรณี

16 จังหวัดรวม 35,154 ราย

เมื่อกรมฯ นำข้อมูลนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนมาวิเคราะห์ตามพื้นที่ พบว่าการถือครองอสังหาริมทรัพย์กระจุกตัวสูงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 6 จังหวัด รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอีก 10 จังหวัด รวมทั้งหมด 16 จังหวัด มีนิติบุคคลที่ต่างชาติร่วมลงทุนรวม 35,154 ราย

โดยจังหวัดที่มีจำนวนสูงที่สุดคือ ชลบุรี 11,215 ราย ในจำนวนนี้ ต่างชาติถือหุ้น 0.01-49% จำนวน 9,706 ราย หรือ 86.55% ถือหุ้น 49.01-99.99% จำนวน 300 ราย และต่างชาติถือหุ้น 100% จำนวน 1,209 ราย

รองลงมาคือ สุราษฎร์ธานี 5,752 ราย โดยถึง 5,719 ราย หรือ 99.42% อยู่ในกลุ่มต่างชาติถือหุ้น 0.01-49% ขณะที่กลุ่มถือหุ้น 49.01-99.99% มีเพียง 20 ราย และต่างชาติถือหุ้น 100% จำนวน 13 ราย

ส่วน กรุงเทพมหานคร มี 4,437 ราย แบ่งเป็นกลุ่มต่างชาติถือหุ้น 0.01-49% จำนวน 4,053 ราย หรือ 91.35% กลุ่ม 49.01-99.99% จำนวน 201 ราย และต่างชาติถือหุ้น 100% จำนวน 183 ราย

ภูเก็ต มี 3,086 ราย โดย 3,046 ราย หรือ 98.70% อยู่ในกลุ่มต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% ขณะที่ ระยอง มี 1,912 ราย แต่มีโครงสร้างแตกต่างจากจังหวัดท่องเที่ยวทั่วไป โดยต่างชาติถือหุ้น 100% ถึง 894 ราย หรือ 46.76%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ชลบุรีและระยองมีทั้งกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและฐานอุตสาหกรรม จึงมีนิติบุคคลต่างชาติถือหุ้น 100% อยู่จำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นการถือครองโดยชอบด้วยกฎหมายจากการได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนหรือได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยว เช่น สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และแม่ฮ่องสอน มีสัดส่วนนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% สูงมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องนำไปตรวจสอบเชิงลึกว่ามีการลงทุนร่วมกับคนไทยจริงหรือไม่

สุราษฎร์ฯ-ภูเก็ต-หัวหิน กลุ่มถือหุ้นไม่เกิน 49% เกิน 98%

สำหรับจังหวัดท่องเที่ยวที่น่าจับตา ประจวบคีรีขันธ์ มีนิติบุคคลต่างชาติร่วมลงทุน 1,481 ราย โดย 1,454 ราย หรือ 98.17% มีต่างชาติถือหุ้น 0.01-49%

กระบี่ มี 272 ราย ในจำนวนนี้ 265 ราย หรือ 97.43% อยู่ในกลุ่มไม่เกิน 49% ขณะที่ พังงา มี 222 ราย โดย 215 ราย หรือ 96.85% อยู่ในกลุ่มดังกล่าว และ แม่ฮ่องสอน มี 48 ราย โดย 47 ราย หรือ 97.92% มีต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49%

ส่วน เชียงใหม่ มี 1,571 ราย โดย 1,492 ราย หรือ 94.97% อยู่ในกลุ่มต่างชาติถือหุ้น 0.01-49% และ เชียงราย มี 253 ราย โดย 240 ราย หรือ 94.86% อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลอื่น ไม่ว่าจะเป็นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น กรรมการ งบการเงิน แหล่งที่มาของเงินลงทุน จำนวนและขนาดที่ดินที่ถือครอง รวมถึงรูปแบบธุรกิจ เพื่อแยกให้ได้ว่ารายใดเป็นการลงทุนโดยชอบด้วยกฎหมาย และรายใดมีความเสี่ยงเข้าข่ายนอมินี

คำสั่ง 1 ส.ค. กดจดทะเบียนกลุ่มเสี่ยงลดฮวบ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ปัญหาการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่สะสมมานานกว่า 20 ปี การแก้ไขจึงไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงยกระดับมาตรการตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียน โดยมีคำสั่งใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพื่อป้องกันการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติในลักษณะนอมินี

จากข้อมูลถึงวันที่ 17 สิงหาคม พบว่าหลังมาตรการดังกล่าวมีผล จำนวนการจดทะเบียนที่มีต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50% เหลือประมาณ 20 ราย ลดลงจากเดิมอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะไม่ถือว่าทั้ง 20 รายมีความผิด แต่จะตรวจสอบต่อว่าเป็นการร่วมลงทุนระหว่างคนไทยและต่างชาติจริงหรือไม่ หากพบว่าคนไทยไม่ได้ลงทุนจริงและเป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทน ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

ชี้ถึงเวลาศึกษารับต่างชาติพำนักระยะยาว

นายพูนพงษ์กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการถือครองอสังหาริมทรัพย์ยังสะท้อนว่า มีชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งต้องการพำนักระยะยาวในประเทศไทย ซึ่งควรนำมาศึกษาร่วมกับโครงสร้างเศรษฐกิจและประชากรของประเทศ

ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงภายหลังสถานการณ์โควิด-19 จำนวนประชากรไทยที่ลดลง โดยมีคนเกิดน้อยกว่าคนเสียชีวิตต่อเนื่อง 5 ปี และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ล้วนมีผลต่อกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศ

“คงถึงเวลาที่เราจะต้องทำการศึกษาถึงผลดีและผลเสียของเรื่องนี้อย่างละเอียด เพื่อรับชาวต่างชาติคุณภาพเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย”

อย่างไรก็ตาม นายพูนพงษ์ย้ำว่า การศึกษาดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกับการปราบปรามนอมินี ซึ่งกรมฯ จะยังเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจและจังหวัดท่องเที่ยวที่มีการลงทุนจากต่างชาติจำนวนมาก

กรมฯ จะสนับสนุนข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล รายชื่อผู้ถือหุ้น และงบการเงิน และประสานการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวน ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายทั่วประเทศ

“การใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหรือนอมินี ถือเป็นการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจไทย สร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย เราจะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย” นายพูนพงษ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ต่างชาติ ที่ดิน