เพลงไทยเดิม โดนเคลมสิทธิผิด กรมทรัพย์สินฯ จับมือ YouTube เร่งแก้ระบบ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือ YouTube และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาระบบตรวจสอบสิทธิอัตโนมัติอ้างสิทธิ “เพลงไทยเดิม” ที่หมดอายุลิขสิทธิ์และตกเป็นสาธารณสมบัติคลาดเคลื่อน วาง 4 แนวทางทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจสิทธิ ใช้มาตรฐานข้อมูลสากล จัดทำฐานข้อมูลเพลงไทยเดิม Public Domain และพัฒนากลไกระงับข้อพิพาท พร้อมแนะผู้ถูกเคลมสิทธิใช้ระบบโต้แย้งและอุทธรณ์ของ YouTube พร้อมหลักฐานยืนยันสิทธิ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือร่วมกับ YouTube และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิในเพลงไทยเดิมที่หมดอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์และตกเป็นสาธารณสมบัติบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมศึกษาการพัฒนากลไกและฐานข้อมูลที่จะช่วยให้การตรวจสอบสิทธิมีความถูกต้องมากขึ้น
ปัจจุบันแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น YouTube มีระบบตรวจสอบสิทธิอัตโนมัติอย่าง Content ID ซึ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เปรียบเทียบและตรวจจับความคล้ายคลึงของเนื้อหาในวิดีโอกับผลงานที่มีอยู่ในระบบ เพื่อช่วยบริหารจัดการสิทธิในงานลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ระบบที่พัฒนาด้วย AI ยังอาจมีข้อจำกัดในการเรียนรู้ข้อมูลผลงานที่เป็นสาธารณสมบัติ ส่งผลให้เกิดการอ้างสิทธิที่คลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะเพลงไทยเดิมที่หมดอายุการคุ้มครองแล้ว แต่ถูกนำมาบรรเลงหรือบันทึกเสียงใหม่ จนเกิดข้อพิพาทหรือการอ้างสิทธิที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
นางอรมนกล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือร่วมกับ YouTube กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านเพลงไทยเดิม หน่วยงานด้านการอนุรักษ์ดนตรีไทย ตลอดจนผู้ที่อ้างสิทธิในเพลงไทยเดิม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา
ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่จะร่วมกันดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญ เรื่องแรก คือการศึกษามาตรการทางเทคนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจสอบสิทธิอัตโนมัติ ให้สามารถจำแนกผลงานที่ตกเป็นสาธารณสมบัติได้อย่างถูกต้องมากขึ้น เพื่อลดการอ้างสิทธิผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนบนระบบดิจิทัล
เรื่องที่ 2 คือการพิจารณาใช้มาตรฐานข้อมูลสากลที่เกี่ยวข้องกับงานเพลงและสิ่งบันทึกเสียง สำหรับผลงานที่หมดอายุความคุ้มครองแล้ว เพื่อให้การกำหนดรหัสและโครงสร้างข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะและสิทธิของผลงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ
เรื่องที่ 3 คือการจัดทำฐานข้อมูลเพลงไทยเดิมที่ตกเป็นสาธารณสมบัติ เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และน่าเชื่อถือ สำหรับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป
และเรื่องที่ 4 คือการพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทกรณีการอ้างสิทธิทับซ้อนในผลงานเพลงไทย ให้เหมาะสมกับบริบทของเพลงไทยเดิมและการเผยแพร่ผลงานในระบบดิจิทัล โดยในเบื้องต้นกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำหน้าที่เป็นหน่วยกลางในการประสานและขับเคลื่อนการดำเนินงาน
นางอรมนกล่าวว่า แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่ผลงานดนตรีและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเพลงไทยเดิมซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ แต่ปัจจุบันมีบางกรณีที่ผู้เผยแพร่ผลงานถูกอ้างสิทธิผ่านระบบตรวจสอบอัตโนมัติ จนถูกระงับหรือถอดผลงานออกจากแพลตฟอร์ม
ทั้งที่ในบางกรณีบทเพลงต้นฉบับหมดอายุการคุ้มครองและตกเป็นสาธารณสมบัติแล้ว หรือเป็นผลงานที่ผู้ใช้นำมาสร้างสรรค์เอง หรือได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงแนะนำว่า หากผู้เผยแพร่ผลงานถูกอ้างสิทธิ สามารถใช้กระบวนการโต้แย้งผ่านระบบของ YouTube เพื่อยืนยันสิทธิ โดยแนบหลักฐาน เช่น ไฟล์งานต้นฉบับพร้อมรายละเอียดการสร้างสรรค์ หนังสือแสดงการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้ หลักฐานการเผยแพร่งานครั้งแรก หรือเอกสารอื่นที่แสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิในการใช้ผลงานโดยชอบธรรม
หากการโต้แย้งถูกปฏิเสธ ผู้ถูกอ้างสิทธิยังสามารถดำเนินการตามขั้นตอนอุทธรณ์ที่แพลตฟอร์มกำหนดต่อไปได้
นางอรมนกล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม งานดนตรีกรรมได้รับความคุ้มครองตลอดชีวิตของผู้สร้างสรรค์ และต่อเนื่องอีก 50 ปีนับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต
ส่วนงานสิ่งบันทึกเสียงได้รับความคุ้มครอง 50 ปีนับจากวันที่สร้างสรรค์งาน และหากมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ จะได้รับความคุ้มครอง 50 ปีนับตั้งแต่วันที่เผยแพร่ครั้งแรก
เมื่อพ้นระยะเวลาการคุ้มครอง ผลงานจะตกเป็นสาธารณสมบัติ หรือ Public Domain ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถนำไปบรรเลง ประยุกต์ ดัดแปลง หรือเรียบเรียงเป็นเวอร์ชันของตนเองได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์เดิมหรือชำระค่าลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม หากมีการนำผลงานดังกล่าวไปสร้างสรรค์ใหม่ ผลงานในส่วนที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่อาจได้รับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย แต่สิทธิในผลงานใหม่จะไม่ครอบคลุมหรือก่อให้เกิดสิทธิผูกขาดเหนือบทเพลงต้นฉบับที่ตกเป็นสาธารณสมบัติแล้ว
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับภาควิชาการ ภาคเอกชน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เพื่อพัฒนาแนวทางป้องกันการอ้างสิทธิที่คลาดเคลื่อน และสร้างระบบบริหารจัดการลิขสิทธิ์ที่มีความเป็นธรรม โปร่งใส และเอื้อต่อการสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานของคนไทย
พร้อมทั้งจะผลักดันการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านลิขสิทธิ์ และนำแนวทางแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิในเพลงไทยเดิมเข้าสู่การหารือทั้งในระดับนโยบายและเวทีสาธารณะต่อไป