“ศุภจี” รับ GDP ไตรมาส 2 ยังไม่น่าพอใจ มั่นใจส่งออกทั้งปีโต 2 หลัก ลุยเจรจาสหรัฐปลาย ส.ค.
“ศุภจี” ยอมรับ GDP ไตรมาส 2/2569 โต 1.9% ยังไม่น่าพอใจ หลังเศรษฐกิจเผชิญผลจากภาวะสงครามและต้นทุนพลังงาน แต่การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังช่วยพยุงภาพรวม มั่นใจส่งออกทั้งปีขยายตัวได้ 2 หลัก มูลค่าอาจแตะ 12 ล้านล้านบาท หากไม่มีปัจจัยเหนือการควบคุม พร้อมเร่งออกแบบ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” หวังเริ่ม ต.ค. และเตรียมนำทีมเจรจาสหรัฐปลาย ส.ค. ทั้ง ART และมาตรา 301 ย้ำสินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐกว่า 72% ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว ไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการกังวลเกินไป
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัว 1.9% ยอมรับว่า ยังไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพอใจ แต่การส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะสามารถขยายตัวได้ในระดับ 2 หลัก และมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 12 ล้านล้านบาท หากไม่มีสถานการณ์หรือปัจจัยเพิ่มเติมที่อยู่เหนือการควบคุมเข้ามากระทบ จากครึ่งปีแรกที่มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 6 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 2 ชะลอลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มที่ ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพบางส่วน แต่ภาคส่งออกยังสามารถรักษาความสามารถในการขยายตัวได้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีการเติบโตในระดับสูง และเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ
“หากดูในเรื่องจีดีพี แม้จะถดถอยลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากไตรมาสที่ 2 เราเข้าสู่สภาวะสงครามเต็มที่ ดังนั้นจะมีในเรื่องของค่าพลังงาน ค่าครองชีพบางตัวที่เพิ่มขึ้น แต่ในมุมของการส่งออกยังมีความสามารถในการส่งออกได้ดี ซึ่งปีนี้การส่งออกน่าจะยังขยายตัวได้ 2 หลัก และเป็นส่วนช่วยได้มาก”
ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องทำหน้าที่สนับสนุนและปลดล็อกอุปสรรคการลงทุน เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนที่เกิดขึ้นสามารถสร้างงาน และเชื่อมโยงไปสู่ Supply Chain ภายในประเทศได้มากขึ้น
“การลงทุน เราเห็นการเจริญเติบโตของการลงทุนที่มาจากภาคเอกชนมาก เราก็ต้องมีหน้าที่ช่วยสนับสนุน ปลดล็อก และการลงทุนจะสร้างงานต่องานให้เกิดซัพพลายเชนในประเทศมากขึ้นได้อย่างไร” นางศุภจีกล่าว
สำหรับภาคการท่องเที่ยว นางศุภจีกล่าวว่า รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 7.8 แสนล้านบาท และเชื่อว่ารายได้ทั้งปีจะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
ส่วนความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแหล่งงบประมาณว่าจะใช้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ หรืองบกลาง ซึ่งต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างออกแบบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ และสามารถกระจายรายได้ลงสู่พื้นที่ได้มากที่สุด
“ตอนนี้อยู่ในช่วงของการดีไซน์โครงการ ส่วนกลไกหลักคงใช้ของเป๋าตัง แม้ก่อนหน้านี้จะมีการคาดการณ์ว่าอาจจะดำเนินการไม่ทันภายในเดือน ส.ค. แต่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น คืออยากให้เริ่มได้ภายใน ต.ค.นี้ หลังจากสิ้นสุดโครงการไทยช่วยไทย พลัส” นางศุภจีกล่าว
สำหรับการค้าระหว่างประเทศ นางศุภจีกล่าวว่า เตรียมนำคณะเดินทางไปสหรัฐในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เพื่อเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART รวมถึงชี้แจงประเด็นมาตรา 301 ทั้งเรื่องแรงงานบังคับและผลผลิตส่วนเกิน
นางศุภจีกล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าส่งออกของไทยไปตลาดสหรัฐมากกว่า 72% ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว ขณะที่เหลือประมาณ 28% ที่ไทยยังต้องบริหารจัดการ โดยเชื่อว่ายังสามารถรับมือได้ และไม่ต้องการให้ภาคธุรกิจมีความกังวลมากจนเกินไป
“ปัจจุบันสินค้าส่งออกไปอเมริกากว่า 72% ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว เหลือเพียง 28% ที่เราต้องบริหารจัดการ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะจัดการได้ และไม่อยากให้ผู้ประกอบการกังวลจนเกินไป” นางศุภจีกล่าว