น้ำลดเปิดแผลเกษตรน่าน ประมงเสียหาย 733 ราย “สุริยะ” สั่งเร่งฟื้นพื้นที่
สถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่านเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู หลังระดับน้ำผ่านจุดสูงสุดและพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มลดลง แต่ผลกระทบยังครอบคลุมทั้งบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และภาคเกษตร นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอปัวตามข้อสั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมสั่งกรมชลประทานระดมรถฉีดน้ำ 6 คันและเครื่องสูบน้ำเข้าล้างโคลน เร่งซ่อมพื้นที่และประสานกระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาสะพานและเส้นทางเสียหาย
ขณะที่กรมประมงสำรวจเบื้องต้นพบเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ 733 ราย ใน 6 อำเภอ มูลค่าความเสียหายกว่า 1.66 ล้านบาท ด้านกรมปศุสัตว์ส่งเสบียงอาหารสัตว์กว่า 20 ตัน พร้อมเตรียมศูนย์อพยพสัตว์ 51 แห่ง ส่วน อ.ส.ค.ส่งนมไทย-เดนมาร์ค 288,000 กล่อง มูลค่ากว่า 2.76 ล้านบาท เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย
“สุริยะ” ชี้น้ำผ่านจุดสูงสุด เร่งคืนพื้นที่ประชาชน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน และสั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตนจึงเดินทางลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดน่าน มีจุดกักเก็บน้ำอยู่ 2 ฝั่ง โดยฝั่งอำเภอภูเพียง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร รองรับน้ำได้ 8 เมตร ส่วนอีกฝั่งในเขตเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชน รองรับน้ำได้ 8.5 เมตร แต่จากปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเกือบ 9 เมตร
ภาพรวมในเขตเทศบาลเมืองน่านยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ขณะที่อำเภอภูเพียงและอำเภอปัวได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก
นายสุริยะกล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระดับน้ำได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และสถานการณ์ในจังหวัดน่านขณะนี้ทุกฝ่ายสามารถควบคุมได้ แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด
ชลประทานส่งรถฉีดน้ำ 6 คัน ล้างโคลน-สูบน้ำ
นายสุริยะกล่าวว่า มาตรการที่จะดำเนินการทันทีหลังระดับน้ำลด คือการเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยสั่งกรมชลประทานนำรถฉีดน้ำทำความสะอาดจำนวน 6 คัน พร้อมเครื่องสูบน้ำ เข้าบริหารจัดการตามจุดต่าง ๆ
“บ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ มีโคลนเข้าไปจำนวนมาก จึงต้องใช้รถฉีดน้ำทำความสะอาดล้างโคลน เพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้กลับสู่ปกติโดยเร็วที่สุด”
พร้อมกันนี้ ได้แจกอาหารและถุงยังชีพให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างการฟื้นฟู
สำหรับพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างจนสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย รวมถึงกรณีสะพานขาด นายสุริยะสั่งการให้กรมชลประทานเข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานกระทรวงคมนาคมเข้าซ่อมบำรุง เพื่อให้เส้นทางสัญจรกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ภายหลังระดับน้ำลดลง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ เคลียร์เส้นทางและสิ่งกีดขวาง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้เส้นทางได้โดยเร็ว
ปศุสัตว์ส่งอาหารสัตว์กว่า 20 ตัน เปิดศูนย์อพยพ 51 แห่ง
ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเสบียงอาหารสัตว์ บุคลากร และบริการด้านสุขภาพสัตว์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้ทันที
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กรมปศุสัตว์ได้แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน หรือหญ้าแห้ง จำนวน 10,500 กิโลกรัม พร้อมอาหาร TMR จำนวน 170 ก้อน น้ำหนักรวม 10,200 กิโลกรัม เท่ากับมีเสบียงอาหารสัตว์สองรายการรวม 20,700 กิโลกรัม
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนอาหารสัตว์เลี้ยง ถุงยังชีพสัตว์ และเสบียงอาหารบรรเทาทุกข์สำหรับประชาชน ทั้งไข่ไก่ นม UHT และของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
กรมปศุสัตว์ยังจัดเตรียมศูนย์อพยพสัตว์รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินจำนวน 51 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วจังหวัด เพื่อรองรับสัตว์ที่ต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ประสบภัย
นายสัตวแพทย์สมชวนระบุว่า การดำเนินงานจะบูรณาการหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และต่อเนื่อง รวมถึงลดผลกระทบต่อภาคการเกษตรและปศุสัตว์
ประมงเสียหาย 6 อำเภอ เกษตรกร 733 ราย
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า หลังเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในจังหวัดน่านตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมประมงได้สั่งการให้กองตรวจการประมงและหน่วยงานในสังกัดจัดชุดปฏิบัติการภาคสนามลงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
กรมประมงระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดน่าน ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดลำปาง รวม 34 นาย พร้อมรถยนต์ 7 คัน และเรือท้องแบน 4 ลำ สนับสนุนการปฏิบัติงานตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน
พร้อมสำรองรถยนต์อีก 2 คัน และเรือท้องแบน 2 ลำ ไว้ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเสริมภารกิจหากมีความจำเป็น
จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นหลังระดับน้ำลด พบผลกระทบด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใน 6 อำเภอ 36 ตำบล 286 หมู่บ้าน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 733 ราย บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหาย 733 บ่อ รวมพื้นที่ประมาณ 355 ไร่ และมีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 1,662,110 บาท
กรมประมงจะเร่งตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพด้านประมงให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
“แม้ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านจะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และระดับน้ำในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มลดลง แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง” นางฐิติพรกล่าว
อ.ส.ค.ส่งนม 2.88 แสนกล่อง มูลค่า 2.76 ล้านบาท
ขณะที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้รับมอบหมายจากนายสุริยะให้สนับสนุนความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ได้มอบผลิตภัณฑ์นมยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์ค รสจืด ขนาด 180 มิลลิลิตร จำนวน 8,000 ลัง รวม 288,000 กล่อง มูลค่ากว่า 2.76 ล้านบาท
ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดส่งผ่านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนตามศูนย์พักพิงและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งช่วยบรรเทาปัญหาด้านอาหารและโภชนาการ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่เข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก
การดำเนินงานหลังจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเข้าสู่ภารกิจฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ทั้งการล้างโคลน สูบน้ำ เคลียร์เส้นทาง ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สำรวจความเสียหายด้านประมง และสนับสนุนอาหารแก่ผู้ประสบภัย ขณะที่พื้นที่ซึ่งระดับน้ำยังสูงกว่าตลิ่งยังคงอยู่ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
