ข้าวโพดออกตลาด พาณิชย์ส่งสายตรวจเช็ก 22 จังหวัด คุมความชื้น-น้ำหนัก-ราคารับซื้อ
กรมการค้าภายในปูพรมตรวจจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใน 22 จังหวัด ตั้งแต่ 20 สิงหาคม-ธันวาคม 2569 ตั้งเป้าตรวจสถานรับซื้อ 1,475 แห่ง เครื่องวัดความชื้น 1,051 เครื่อง และเครื่องชั่ง 1,497 เครื่อง ย้ำความชื้นและน้ำหนักมีผลโดยตรงต่อรายได้เกษตรกร พร้อมตรวจราคารับซื้อ-หลักเกณฑ์-ใบชั่ง หากพบเครื่องมือไม่ถูกต้องหรือรับซื้อไม่เป็นธรรมดำเนินการตามกฎหมายทันที
นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งติดตามสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และดูแลความเป็นธรรมแก่เกษตรกร กรมการค้าภายในจึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดรับซื้อทั่วประเทศ

การตรวจสอบจะเน้นเครื่องวัดความชื้น เครื่องชั่งน้ำหนัก ราคารับซื้อ และหลักเกณฑ์การรับซื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรเสียประโยชน์จากการคำนวณราคาตามค่าความชื้นและน้ำหนัก
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นางสาวญาณีได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจจุดรับซื้อ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ลี้บ้วนเซ้งพืชผล จำกัด อำเภอพยุหะคีรี และห้างหุ้นส่วนจำกัด กันเอง พืชผล อำเภอตากฟ้า
ผลตรวจพบว่า เครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่งน้ำหนักมีความถูกต้อง พร้อมมีการแสดงราคารับซื้อและหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน โดยราคารับซื้อข้าวโพดความชื้นไม่เกิน 14.5% อยู่ที่ 9.13 บาทต่อกิโลกรัม และความชื้น 30% อยู่ที่ 7.14 บาทต่อกิโลกรัม
ขณะที่วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ชุดสายตรวจเฉพาะกิจ กองตรวจสอบและปฏิบัติการ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรวจผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอำเภอวังโป่งและอำเภอชนแดน จำนวน 4 ราย
ผลตรวจพบว่า มีการแสดงราคารับซื้อชัดเจน เครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่งน้ำหนักยังไม่สิ้นอายุการรับรอง และเมื่อตรวจใบชั่งน้ำหนักพบว่ารับซื้อไม่ต่ำกว่าราคาที่แสดงไว้
สำหรับราคารับซื้อในพื้นที่ดังกล่าว ข้าวโพดความชื้น 14.5% อยู่ที่ 8.60-9.05 บาทต่อกิโลกรัม และความชื้น 30% อยู่ที่ 6.40-7.16 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมเงื่อนไขหักน้ำหนัก 7 กิโลกรัมต่อตัน ทุกความชื้นที่เพิ่มขึ้น 0.5%
ปูพรม 22 จังหวัด ตรวจสถานรับซื้อ 1,475 แห่ง
นางสาวญาณีกล่าวว่า สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดของกรมการค้าภายในได้จัดทำแผนตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นข้าวโพดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 22 จังหวัด ซึ่งมีการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
การตรวจจะดำเนินตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม-ธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าตรวจสถานรับซื้อ 1,475 แห่ง เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด 1,051 เครื่อง และเครื่องชั่งในลานรับซื้อ 1,497 เครื่อง พร้อมประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
“ความชื้นและน้ำหนักมีผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร กรมจึงต้องลงพื้นที่ตรวจให้เห็นกับตา ทั้งเครื่องมือ ราคารับซื้อ และใบชั่งน้ำหนัก เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรได้รับราคาตามคุณภาพจริง เราต้องทำให้ ‘ชื้นต้องชัวร์ น้ำหนักต้องตรง’”
นางสาวญาณีกล่าวว่า การตรวจจะครอบคลุมความถูกต้องของเครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่ง อายุการรับรอง การแสดงผล ใบชั่งน้ำหนัก ราคารับซื้อ และหลักเกณฑ์การรับซื้อ
หากพบว่ามีการใช้เครื่องมือไม่ถูกต้อง หรือมีการรับซื้อที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร กรมการค้าภายในจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ เกษตรกรที่พบการรับซื้อไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
