บางจาก เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ดัน EBITDA โต 2 เท่า ลุยรายได้ 1 ล้านล้าน สู่พลังงานระดับโลก
กลุ่มบริษัทบางจากวางยุทธศาสตร์ 5 ปี ชู “ความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถรับมือความผันผวน” ผนึก 5 กลุ่มธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งเป้า EBITDA เพิ่ม 2 เท่าภายในปี 2573 และรายได้แตะ 1 ล้านล้านบาทในปี 2574 พร้อมยกระดับสู่องค์กรพลังงานระดับโลกและคว้าเครดิต Investment Grade
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของบางจากคือโครงสร้างธุรกิจพลังงานครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การกลั่น การตลาด การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน โดยผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ทำสถิติสูงสุด มี EBITDA 43,763 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจ SAF การค้า ธุรกิจต้นน้ำ รวมถึงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
ยุทธศาสตร์ใหม่มุ่งใช้ความเชื่อมโยงของธุรกิจตลอดห่วงโซ่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพลังงาน โดยมีโรงกลั่น 2 แห่ง กำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน เชื่อมต่อกับธุรกิจต้นน้ำ เครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ ทำให้สามารถบริหารตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงตลาด และปรับแผนได้รวดเร็วเมื่อเกิดวิกฤต
ภายหลังการปรับโครงสร้างเป็น 5 กลุ่มธุรกิจ บางจากมุ่งสร้างมูลค่าจากธุรกิจพลังงานดั้งเดิมไปสู่พลังงานสะอาด โดยใช้สินทรัพย์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเร่งพัฒนาเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ เช่น SAF และกรีนดีเซล หรือ HVO เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงของระบบ
โดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพจะเน้นเพิ่มประสิทธิภาพตลอด Value Chain เชื่อมโยงโรงกลั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ การค้า โลจิสติกส์ และช่องทางการตลาด โดย SAF เป็นหนึ่งในธุรกิจเติบโตสำคัญ หลังเริ่มเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 และสร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 2 ขณะที่ตลาด SAF โลกมีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 11 เท่าใน 10 ปีข้างหน้า
ธุรกิจการตลาดในประเทศตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกเป็น 33% ภายในปี 2574 เพิ่ม EBITDA ของธุรกิจ Non-Oil และอินทนิล 3 เท่า และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น 2 เท่า ขณะที่ Bangchak Hong Kong หรือ BHK ซึ่งมีสถานีบริการ 31 แห่งและคลังน้ำมัน จะเป็นฐานขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิงเรือจาก 13% เป็น 25%
กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน จะเพิ่มความคล่องตัวด้านการจัดหาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และธุรกรรมอนุพันธ์ โดยใช้เครือข่ายการค้าระดับสากลบริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสจากความแตกต่างของราคาในแต่ละภูมิภาค ตั้งเป้า EBITDA ประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2574
กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ จะต่อยอดความเชี่ยวชาญของ OKEA ในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมในนอร์เวย์ พร้อมวางฐานธุรกิจในอ่าวไทยและขยายพอร์ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระจายแหล่งผลิตและสร้างกระแสเงินสดระยะยาว ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2574
กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน จะยกระดับธุรกิจไฟฟ้าสู่แพลตฟอร์มพลังงานและสาธารณูปโภค โดยขยายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2574 พร้อมพัฒนาธุรกิจคลังและโลจิสติกส์ และตั้งเป้า EBITDA ปี 2574 เพิ่มเป็น 1.5 เท่าจากฐานปี 2568
ส่วนกลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์จะทำหน้าที่บ่มเพาะธุรกิจแห่งอนาคตและจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับศักยภาพและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ ด้านการเงิน บางจากจะรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน เน้นลงทุนในธุรกิจหลักและโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง พร้อมจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเพื่อนำเงินกลับไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
ทั้งนี้เป้าหมายของแผน 5 ปีไม่ได้มีเพียงการผลักดันรายได้แตะ 1 ล้านล้านบาท แต่เน้นคุณภาพของการเติบโต ทั้งโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสด และวินัยทางการเงิน โดยมุ่งยกระดับบางจากจากองค์กรพลังงานชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก พร้อมเป้าหมายติดอันดับ Fortune Global 500 และได้รับอันดับเครดิตระดับ Investment Grade จาก S&P และ Moody’s ภายในปี 2574