DITP เปิดเกมรุกเวียดนาม ดัน HORECA-สัตว์เลี้ยง-ผ้าไทย รับโอกาส APEC 2027
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เร่งเปิดเกมรุกตลาดเวียดนาม ภายใต้นโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้จังหวะการขยายตัวของเศรษฐกิจ บริการ ท่องเที่ยว และการเตรียมเป็นเจ้าภาพ APEC 2027 ของเวียดนาม เป็นโอกาสผลักดันสินค้าไทยหลายกลุ่มเข้าสู่ตลาด ตั้งแต่สินค้า HORECA สำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนแนวทางของ DITP ที่ไม่ได้มองเวียดนามเป็นเพียงตลาดส่งออกสินค้าไทยแบบเดิม แต่เป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่สามารถเชื่อมโยงสินค้าไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานธุรกิจบริการ ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และค้าปลีกสมัยใหม่ โดยมีนครโฮจิมินห์ ดานัง และเขตพิเศษฟูก๊วก เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายทางการค้า
“สุภาพร” ถกสมาคมโรงแรมเวียดนาม ดัน HORECA ไทยเข้าโรงแรม-ร้านอาหาร
นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังหารือกับ Mr. Nguyen Duc Quynh ประธานสมาคมโรงแรมนครดานังและสมาคมโรงแรมเวียดนาม พร้อมผู้บริหารและผู้นำเข้ากลุ่มสินค้า HORECA ณ โรงแรม Lotte Hotel Saigon เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ว่า การหารือครั้งนี้มุ่งหาแนวทางผลักดันสินค้า HORECA ของไทยเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยงในเวียดนาม
เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงโอกาสสำคัญจากการที่เวียดนามเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2027 โดยมีเขตพิเศษฟูก๊วกเป็นพื้นที่สำคัญในการจัดประชุม
นางสุภาพรกล่าวว่า ไทยมีสินค้าและบริการสำหรับธุรกิจ HORECA ที่สามารถตอบโจทย์ตลาดเวียดนามได้ครบวงจร ทั้งเครื่องใช้สำหรับโรงแรม อุปกรณ์ตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม อุปกรณ์สำหรับห้องอาหาร เครื่องแบบพนักงาน เคหะสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์สปา ตลอดจนสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
จุดแข็งของสินค้าไทยอยู่ที่คุณภาพ การออกแบบ และมาตรฐานการผลิต จึงมีศักยภาพในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานธุรกิจบริการในเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงที่เวียดนามต้องเร่งยกระดับโรงแรม ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร ระบบบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับงานระดับนานาชาติ
เชื่อมสมาคมโรงแรม-ผู้นำเข้าเวียดนาม พบผู้ผลิตไทย
สำหรับแนวทางการขยายตลาด DITP เตรียมเชื่อมโยงสมาชิกสมาคมโรงแรมเวียดนาม สมาคมโรงแรมนครดานัง และผู้ประกอบการเวียดนาม กับผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้า HORECA ของไทย ผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ เช่น การจับคู่เจรจาธุรกิจ การจัด Outgoing Mission และ Incoming Mission เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ
DITP ยังได้เชิญชวนผู้ประกอบการเวียดนามเข้าร่วมงาน THAIFEX–HOREC Asia 2027 ระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคม 2570 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อพบปะผู้ประกอบการไทย เจรจาการค้า ศึกษาศักยภาพสินค้าและบริการสำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ รวมถึงศึกษาดูงานโรงงานและแหล่งผลิตในประเทศไทย
ขณะที่สมาคมโรงแรมเวียดนามและสมาคมโรงแรมนครดานังแสดงความสนใจสินค้า HORECA ของไทย โดยเห็นว่าสินค้าไทยมีคุณภาพสูง มีการออกแบบโดดเด่น และสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจโรงแรมและบริการได้ พร้อมเชิญชวนอุตสาหกรรม HORECA ของไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนกิจกรรมในงาน Vietnam International Travel Mart ณ เขตพิเศษฟูก๊วก เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าไทย สร้างเครือข่ายพันธมิตร และเข้าถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการของเวียดนามโดยตรง
APEC 2027 เปิดดีมานด์ใหม่ ฟูก๊วกเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงโอกาสทางการค้าจากการที่เวียดนามเตรียมเป็นเจ้าภาพ APEC 2027 ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่คาดว่าจะเพิ่มความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม การจัดประชุม ร้านอาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเขตพิเศษฟูก๊วก ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการจัดประชุม
เวียดนามอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการจัดงาน ทั้งท่าอากาศยาน ศูนย์ประชุม ระบบคมนาคม โรงแรม และบริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการสินค้าและบริการในหลายสาขา ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง อุปกรณ์โรงแรมและร้านอาหาร เคหะสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์สปา ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
“กรมจะใช้โอกาสจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของเวียดนาม รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพ APEC 2027 ในการผลักดันสินค้า HORECA ของไทยเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะประสานความร่วมมือกับสมาคมและเครือข่ายภาคธุรกิจของเวียดนาม เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อมด้านสินค้า การออกแบบ คุณภาพ และมาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและขยายตลาดสินค้าไทยในเวียดนามในระยะยาว” นางสุภาพรกล่าว
DITP พาผู้ประกอบการสัตว์เลี้ยงบุกโฮจิมินห์ เจรจาวันเดียว 60 ล้าน
นอกจากกลุ่ม HORECA แล้ว DITP ยังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าศักยภาพของการส่งออกไทย ตามนโยบายของนางศุภจี ในการแสวงหาตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือ Niche Market ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ รูปแบบ และความหลากหลายของสินค้า
นางสุภาพรกล่าวว่า สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีศักยภาพ และตลาดเวียดนามถือเป็นตลาดอนาคตของสินค้าสัตว์เลี้ยงไทย
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 DITP จัดโครงการนำคณะผู้แทนการค้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเดินทางไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ ณ โรงแรม Lotte Hotel Saigon นครโฮจิมินห์ โดยนำผู้ประกอบการไทย 22 ราย เข้าร่วม เช่น กลุ่มอาหารและของว่าง กลุ่มสินค้าเพื่อการรักษาและดูแลสุขภาพ กลุ่มชำระล้างและบำรุง กลุ่มของเล่นสัตว์เลี้ยง กลุ่มตกแต่ง และสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสำหรับสัตว์เลี้ยง
การเจรจาครั้งนี้มีผู้นำเข้าเวียดนามเข้าร่วม 58 ราย เกิดการจับคู่เจรจากว่า 330 คู่ และมีการตกลงซื้อขายแล้วประมาณ 60 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าจะเกิดคำสั่งซื้อเพิ่มต่อเนื่อง รวมถึงเกิดความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางการค้าในหลายมิติ
“ตลาดเวียดนาม โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และมีความสัมพันธ์ทางการค้าใกล้ชิดกับไทย ภายใต้กรอบอาเซียนและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทย ให้เข้าถึงผู้บริโภคและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว” นางสุภาพรกล่าว
เวียดนามตลาดส่งออกสัตว์เลี้ยงอันดับ 10 ของไทย
DITP ยังจัดกิจกรรมนำคณะผู้ประกอบการสำรวจความต้องการสินค้าและบริการเพื่อสัตว์เลี้ยงในเวียดนาม ทั้งการเข้าชมและพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์ สปาสำหรับสัตว์ และร้านค้าจำหน่ายสินค้า
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า เวียดนามเป็นตลาดส่งออกสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงสำคัญอันดับ 10 ของไทย มีมูลค่าส่งออกไปเวียดนามเกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสัดส่วนมากกว่า 99% เป็นกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง สะท้อนการยอมรับและความต้องการสินค้าไทยในตลาดเวียดนามระดับสูง
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากผู้จัดงานแสดงสินค้า InterPetFest ระบุว่า ตลาดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในเวียดนามมีมูลค่าประมาณ 156 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 168 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2569 เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า โอกาสของสินค้าไทยในเวียดนามไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาหารสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมของใช้ อุปกรณ์ สินค้านวัตกรรม และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ผู้เลี้ยงสัตว์ในเวียดนามซึ่งมีความต้องการหลากหลายมากขึ้น
“DITP จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการแสวงหาตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการส่งออกและเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงไทยเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความพร้อมทั้งด้านการผลิต คุณภาพ มาตรฐาน และความหลากหลาย จึงมีโอกาสต่อยอดการส่งออกไปยังตลาดเวียดนามและตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง” นางสุภาพรกล่าว
ดันผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมผ่านเครือข่าย Thai SELECT
อีกหนึ่งแนวรุกของ DITP ในเวียดนามคือการใช้เครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นช่องทางผลักดันผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่ตลาดเวียดนาม
นางสุภาพรเปิดเผยภายหลังหารือกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในนครโฮจิมินห์ ช่วงวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 ว่า การหารือครั้งนี้มุ่งสร้างความร่วมมือในการนำผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยมาต่อยอดการใช้งานผ่านเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศ
แนวทางดังกล่าวจะใช้จุดแข็งด้านอัตลักษณ์ ลวดลาย งานออกแบบ และภูมิปัญญาไทย มาประยุกต์กับการตกแต่งร้านและการให้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ความเป็นไทยที่มีเอกลักษณ์ให้ผู้บริโภค พร้อมเปิดโอกาสเชื่อมโยงผู้ประกอบการผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยเข้าสู่ภาคธุรกิจในเวียดนาม
ผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดผ่านเครือข่ายนี้มีหลากหลาย เช่น ผ้าตกแต่งภายใน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก ผ้าม่าน ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับตกแต่งร้าน ตลอดจนผ้าและสิ่งทอสำหรับเครื่องแบบพนักงาน โดยสามารถนำอัตลักษณ์และลวดลายของผ้าไทยมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับรูปแบบร้านอาหารและธุรกิจบริการในเวียดนาม
แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่และโอกาสในการนำเสนอผ้าไทยในบริบทใหม่ นอกเหนือจากการใช้เป็นเครื่องแต่งกาย และช่วยเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย
เวียดนามมี Thai SELECT 13 ร้าน ครอบคลุม 5 เมืองหลัก
ปัจจุบัน เวียดนามมีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT รวม 13 ร้าน กระจายอยู่ใน 5 เมืองหลัก ได้แก่ นครโฮจิมินห์ 7 ร้าน กรุงฮานอย 2 ร้าน นครดานัง 2 ร้าน นครไฮฟอง 1 ร้าน และนครเว้ 1 ร้าน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Thai SELECT Casual จนถึง Thai SELECT 3 ดาว
ร้าน Saffron นครเว้ ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สะท้อนความเข้มแข็งของเครือข่ายร้านอาหารไทยที่มีมาตรฐานในตลาดเวียดนาม และศักยภาพในการเป็นช่องทางเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยผ่านอาหาร การออกแบบ และผลิตภัณฑ์ไทย
DITP มุ่งใช้เครือข่าย Thai SELECT เป็นทั้งช่องทางประชาสัมพันธ์อาหารไทยและอัตลักษณ์ไทย และเป็นจุดเชื่อมโยงทางการค้าสำหรับสินค้าและบริการไทย โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดเวียดนาม ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจและต่อยอดการส่งออกในระยะต่อไป
เปิด Dolly Thai Mart สาขา 3 เพิ่มช่องทางสินค้าไทยในโฮจิมินห์
ในโอกาสเดียวกัน นางสุภาพรได้รับเชิญเป็นประธานในพิธีเปิด “Dolly Thai Mart สาขา 3” ในนครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคชาวเวียดนามเข้าถึงสินค้าไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น
Dolly Thai Mart ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย ทั้งแบรนด์ขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SMEs และแบรนด์ใหม่ สามารถนำสินค้าเข้าทดลองตลาด สร้างการรับรู้ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคในพื้นที่โดยตรง
Dolly Thai Mart พัฒนาต่อยอดมาจาก Dolly Cosme ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอางไทยในเวียดนามเมื่อเกือบ 8 ปีก่อน ก่อนขยายไปสู่สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค จนพัฒนาเป็นร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทย และขยายสู่สาขาที่ 3
การเติบโตของ Dolly Thai Mart สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคชาวเวียดนามได้กว้างขึ้น
เวียดนามจากตลาดใกล้บ้าน สู่ฐานขยายสินค้าไทยหลายมิติ
ภาพรวมภารกิจของ DITP ในเวียดนามครั้งนี้สะท้อนการขยายบทบาทตลาดเวียดนามจาก “ตลาดใกล้บ้าน” ไปสู่ฐานยุทธศาสตร์ของสินค้าไทยหลายกลุ่ม โดยมีทั้งตลาดธุรกิจบริการที่กำลังเติบโต ตลาดสัตว์เลี้ยงที่ขยายตามพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ และเครือข่ายร้านอาหารไทยที่สามารถต่อยอดสู่อัตลักษณ์ไทยและสินค้าไลฟ์สไตล์
ในกลุ่ม HORECA โอกาสสำคัญอยู่ที่การเตรียม APEC 2027 และการพัฒนาเขตพิเศษฟูก๊วก ซึ่งจะเพิ่มความต้องการสินค้าโรงแรม ร้านอาหาร การจัดประชุม และท่องเที่ยว
ในกลุ่มสินค้าสัตว์เลี้ยง เวียดนามเป็นตลาดส่งออกอันดับ 10 ของไทย และยังมีช่องว่างให้ขยายจากอาหารสัตว์เลี้ยงไปสู่ของใช้ อุปกรณ์ สินค้านวัตกรรม และสินค้าไลฟ์สไตล์
ส่วนผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทย DITP กำลังใช้ Thai SELECT เป็นช่องทางสร้างประสบการณ์ความเป็นไทยในร้านอาหาร พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่ให้สินค้าไทยเข้าไปอยู่ในธุรกิจบริการของเวียดนาม
หากการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับสมาคม โรงแรม ผู้นำเข้า ร้านอาหาร และค้าปลีกเวียดนามเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ตลาดเวียดนามจะไม่ใช่เพียงปลายทางส่งออกสินค้าไทย แต่จะกลายเป็นพื้นที่สร้างแบรนด์ ทดลองตลาด และต่อยอดสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคอาเซียนในระยะยาว


