ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุฯ กลับมาเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียได้กลับมาเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การกลับมาดำเนินงานเต็มกำลังอาจใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันจากท่าเรือ Yanbu ได้อีกครั้งในวันเดียวกัน ส่งผลให้ตลาดคลายกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่อาจหยุดชะงักจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 94.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.19 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 99.25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.09 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อิหร่านแสดงความพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 7 วัน หากสหรัฐผ่อนคลายแรงกดดันทางทหารและยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา กองบัญชาการทหารกลางของอิหร่านได้รับรายงานว่าสหรัฐเตรียมกลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหาร โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ลดความคาดหวังต่อโอกาสการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ตลาดเคยคาดว่าอาจเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยทรัมป์ได้กล่าวว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในช่วงต้นเดือน พ.ย. 69 นอกจากนี้ ยังระบุว่าสหรัฐอาจดำเนินมาตรการรุนแรงต่ออิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ตลาดติดตามการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ โดยคาดหวังความคืบหน้าในการสร้างเสถียรภาพในตะวันออกกลาง รวมถึงแนวทางการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปีครึ่ง
