ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลังประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ได้ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ แม้ยังเปิดทางให้มีการเจรจาทางการทูต
ขณะที่การหารือเรื่องการยุติความขัดแย้งยังมีความเห็นต่างกันหลายประเด็น โดยเฉพาะเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบ Hormuz และการยกเลิกมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลถึงความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 23 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 93.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 103.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันดิบบางส่วนเริ่มทยอยฟื้นตัว หลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดดำเนินการ ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline บางส่วน ซึ่งลำเลียงน้ำมันดิบจากฝั่งอ่าวอาหรับไปยังชายฝั่งทะเลแดง ทำให้สามารถขนส่งน้ำมันดิบไปยังตลาดโลกได้โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบ Hormuz
ขณะเดียวกัน อิรักยังคงส่งออกน้ำมันดิบมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแผนเพิ่มการส่งออกไปยังตุรกี มากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ตลาดมีทางเลือกในการจัดหาน้ำมันดิบ จากเส้นทางอื่นมากขึ้น และช่วยลดความตึงตัวของอุปทาน รวมถึงจำกัดแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ก.ย. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426.4 ล้านบาร์เรล สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 0.7 ล้านบาร์เรล
