เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เตือน 9 อำเภอ 4 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ฝนหนัก 23-27 ก.ย. เพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา 1,800 ลบ.ม./วินาที
Economic เตือน 9 อำเภอ 4 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ฝนหนัก 23-27 ก.ย. เพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา 1,800 ลบ.ม./วินาที
TMAN รุก Health&Wellness ดัน Propoliz บุกอินเตอร์ ปั๊มรายได้ 4,000 ล้าน ใน ปี’72
Business TMAN รุก Health&Wellness ดัน Propoliz บุกอินเตอร์ ปั๊มรายได้ 4,000 ล้าน ใน ปี’72
ปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาใบแสดงผลทักษะ เสริมวุฒิป.ตรี นำร่องปี’70
การศึกษา ปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาใบแสดงผลทักษะ เสริมวุฒิป.ตรี นำร่องปี’70
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 68,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 68,600 บาท
ตลท. ปลุกงานวิจัยใช้จริง ดัน 142 บจ. JUMP+ เร่งเพิ่มมูลค่ากิจการ
Finance ตลท. ปลุกงานวิจัยใช้จริง ดัน 142 บจ. JUMP+ เร่งเพิ่มมูลค่ากิจการ
เปลี่ยนสายฝนเป็นธุรกิจ ‘tomorrow.io’ สตาร์ทอัพ 3.5 หมื่นล้าน พาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใหญ่ไว้ใจ
Tech เปลี่ยนสายฝนเป็นธุรกิจ ‘tomorrow.io’ สตาร์ทอัพ 3.5 หมื่นล้าน พาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใหญ่ไว้ใจ
ไปกันต่อ บาสหญิงไทย 3×3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เจออิหร่าน
Sport ไปกันต่อ บาสหญิงไทย 3×3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เจออิหร่าน
กรุงเทพประกันชีวิต ลุยตลาด Care ส่งประกัน “ออมพ่วงสุขภาพ” รับสังคมอายุยืน
Finance กรุงเทพประกันชีวิต ลุยตลาด Care ส่งประกัน “ออมพ่วงสุขภาพ” รับสังคมอายุยืน
กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
Economic กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
Economic เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
ดูทั้งหมด

เตือน 9 อำเภอ 4 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ฝนหนัก 23-27 ก.ย. เพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา 1,800 ลบ.ม./วินาที

24 ก.ย. 2569 | 14:48น.

สทนช.เรียกประชุมหน่วยงานน้ำรับมือฝนระลอกใหม่ 23-27 ก.ย. 2569 หลังคาดน้ำเหนือไหลผ่านนครสวรรค์เพิ่มเป็น 1,802 ลบ.ม./วินาที วางกรอบบริหารเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 1,800 ลบ.ม./วินาที พร้อมผันน้ำออกตะวันออก-ตะวันตก ลดแรงกดดันพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะที่ 9 อำเภอในพระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท เสี่ยงระดับน้ำเพิ่ม กำชับ กทม.-สมุทรปราการลดระดับน้ำในคลอง เร่งเปิดทางน้ำลงอ่าวไทย

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อประเมินปริมาณน้ำหลากจากตอนบนและกำหนดแนวทางบริหารน้ำก่อนระบายลงสู่อ่าวไทย หลังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 23-27 กันยายนนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ประเมินว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

ส่งผลให้ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 มีโอกาสเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

จากการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์ พบว่าในช่วงดังกล่าวจะมีน้ำหลากจากตอนบนไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ ประมาณ 1,802 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 21 กันยายน มีน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อยู่ที่ประมาณ 1,377 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ก่อนหน้านี้ กรมชลประทานได้ทยอยปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในช่วงประมาณ 1,000-1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนและรองรับน้ำจากตอนบน จากอัตราการระบาย ณ วันที่ 21 กันยายนที่ประมาณ 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับการรับมือฝนระลอกใหม่ กรมชลประทานเสนอแผนเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในช่วง 1,500-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมประเมินการบริหารจัดการโดยคาดว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำไม่เกิน 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมเสนอให้ผันน้ำออกทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกควบคู่กัน

หากมีการระบายน้ำในระดับดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.70-1.70 เมตร และทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางแห่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังครอบคลุม 9 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ อ.เสนา บางบาล บางไทร และบางปะอิน จ.อ่างทอง ในพื้นที่ อ.เมืองอ่างทอง และไชโย จ.สิงห์บุรี ในพื้นที่ อ.อินทร์บุรี และพรหมบุรี และ จ.ชัยนาท ในพื้นที่ อ.สรรพยา โดยกรมชลประทานได้ประกาศแจ้งเตือนจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงแล้ว

นายชยันต์กล่าวว่า ที่ประชุมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมรองรับสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและ จ.สมุทรปราการ ให้เร่งลดระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคูคลอง เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำที่จะไหลลงมาจากตอนบน

พร้อมกันนี้ให้วางแผนพร่องน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับสูง โดยต้องบริหารไม่ให้กระทบประชาชนด้านท้ายเขื่อน รวมทั้งระดมเครื่องจักรและเครื่องมือเพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทย ตลอดจนเตรียมแผนสูบและระบายน้ำในพื้นที่เกิดอุทกภัย รวมถึงแผนฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ได้รับผลกระทบ

ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ติดตามทั้งสภาพอากาศ ปริมาณฝน น้ำในอ่างเก็บน้ำ และน้ำท่าในลุ่มน้ำสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา และปรับแผนบริหารน้ำตามสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตร

ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายนที่ผ่านมา มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดย จ.แพร่ เชียงราย กำแพงเพชร และสุโขทัย มีฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้อมูลล่าสุด จ.กำแพงเพชรวัดปริมาณฝนได้ 146 มิลลิเมตร และ จ.พิษณุโลก 136 มิลลิเมตร

ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 มีน้ำรวมประมาณ 55,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 73% ของความจุ และยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำรวมประมาณ 16,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68% และยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

กรมชลประทานยังเฝ้าระวังเขื่อนที่มีระดับน้ำสูง ได้แก่ เขื่อนกิ่วลม เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนขุนด่านปราการชล และเขื่อนแก่งกระจาน พร้อมประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ สทนช. วางแผนระบายน้ำให้เหมาะสม โดยต้องบริหารทั้งการลดความเสี่ยงอุทกภัยและการเก็บน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งควบคู่กัน

กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์รับมือสถานการณ์รวม 5,732 หน่วย ทั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักรสนับสนุน พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ทั่วประเทศ โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ได้เข้าให้ความช่วยเหลือพื้นที่แล้ว 55 จังหวัด รวม 647 หน่วย

นายวิทยากล่าวว่า ในช่วงปลายฤดูฝนทุกโครงการชลประทานต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดน้ำ ปริมาณฝน น้ำท่า น้ำในอ่างเก็บน้ำ และแบบจำลองมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อปรับทั้งการระบายน้ำและการเก็บกักน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงเก็บน้ำต้นทุนไว้สำหรับฤดูแล้งหน้าให้ได้มากที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม เขื่อนเจ้าพระยา