หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
ฤดูมรสุมภาคใต้กำลังกลับมาอีกครั้ง หลังมหาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ปี 2568 ได้ทิ้งร่อยรอยความเสียหายไว้มหาศาล
หนึ่งในบทเรียนสำคัญคือ การรับมือไม่ควรพึ่งเพียงโครงสร้างระบายน้ำ แต่ต้องยกระดับระบบเตือนภัย รวมถึงเตรียมแผนอพยพคนและทรัพย์สินล่วงหน้า
ผู้ว่าฯ กางแผนรับมือเชิงรุก
ล่าสุด นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ประชุมด่วนเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ โดยเน้นย้ำมาตรการเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ได้สั่งรวมศูนย์เครื่องจักรกล รถยกรถสูง เรือ และอุปกรณ์สาธารณภัยไว้ที่ “ศูนย์ช่างกล” เพื่อให้สามารถกระจายความช่วยเหลือเข้าพื้นที่ได้ทันที พร้อมมอบหมายให้ ปภ. จังหวัด ร่วมกับกรมชลประทาน บูรณาการศูนย์บริหารจัดการน้ำให้เป็นหน่วยงานเดียว นอกจากนี้ยังสั่งการให้เร่งขุดลอกคูคลองและกำจัดวัชพืชให้เสร็จโดยเร็ว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันเก็บขยะบริเวณปากท่อระบายน้ำทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลสะดวกที่สุด
ขณะเดียวกันได้กำชับให้ ปภ. กระจายเครื่องสูบน้ำเข้าประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน เช่น บริเวณ 4 แยกคลองหวะทางไปบ้านพรุ และอำเภอสะเดา พร้อมเตรียมจัดตั้งโรงครัวประจำแต่ละพื้นที่ควบคู่กับโรงครัวกลาง เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตและป้องกันปัญหาเสบียงขาดแคลนของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้สื่อสารข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างเป็นเอกภาพ ป้องกันข่าวปลอมที่อาจสร้างความตื่นตระหนก
อย่างไรก็ตาม อ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำสะเดา คลองจำไหร และคลองหลา มีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 28 เท่านั้น ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 72 และระดับน้ำในลำน้ำสายหลักทุกสถานียังคงอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง
ขณะเดียวกัน ทางกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 และ สทนช. ภาค 4 ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำหลายร้อยหน่วย พร้อมนำเทคโนโลยีเรียลไทม์ เช่น แอปพลิเคชั่น National Thai Water และระบบ Water Chart มาใช้ติดตามสถานการณ์ รวมถึงกำหนดจุดสังเกตระดับน้ำบริเวณสะพานอย่างง่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเฝ้าระวังและยกของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที
“สภาพอากาศและฤดูกาลในปัจจุบันมีความผันผวนสูงจนคาดการณ์ได้ยากย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด”
ถอดบทเรียนน้ำท่วมปี ’68
ด้าน นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และสถานประกอบการในพื้นที่เข้าใจแผนรับมืออย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของจังหวัด การเตรียมพร้อมควรครอบคลุมตั้งแต่จุดอพยพและศูนย์พักพิง ศูนย์อาหาร จุดจอดรถ จุดเก็บสิ่งของ การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนและทรัพย์สินได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายทรงพลชี้ว่า บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการเตรียมตัวล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสิ่งของจำเป็นและทรัพย์สินมีค่าขึ้นสู่ที่สูงก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันระบบแจ้งเตือนภัยจำเป็นต้องมีความแม่นยำและทันต่อสถานการณ์ ควรมีข้อมูลติดตามเป็นระยะ ทั้งปริมาณฝน กระแสลม ระดับน้ำ และน้ำจากพื้นที่โดยรอบที่อาจไหลเข้าสู่ อ.หาดใหญ่ และเขตเทศบาลนครหาดใหญ่
ธุรกิจบางส่วนยังไม่ฟื้น
สำหรับการฟื้นตัวของเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วม นายทรงพลประเมินว่า ภาพรวมยังอยู่ที่ประมาณ 70-80% โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจเดิม เช่น ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2 และ 3 ยังพบร่องรอยความเสียหายจากน้ำท่วม ทั้งคราบน้ำและความเสียหายบริเวณหน้าร้านและประตูเหล็กม้วน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่สามารถฟื้นฟูร้านได้เริ่มกลับมาเปิดกิจการแล้ว แต่ยังมีประมาณ 20% ที่อาจไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้ บางรายอาจคืนพื้นที่เช่าและยุติกิจการ
ผลกระทบยังลามไปถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนใหม่ เนื่องจากพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมหนักอาจทำให้นักลงทุนต้องนำความเสี่ยงด้านน้ำท่วมมาพิจารณาเพิ่มขึ้น “เราเตรียมระดมความคิดเพื่อกำหนดมาตรการรับมือน้ำท่วมแบบรายธุรกิจ ว่าจะมีขั้นตอนใดบ้าง ไม่ใช่ตายเอาดาบหน้าแบบปีที่ผ่านมา”
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการจัดทำ Vertical Shelter หรือศูนย์พักพิงแนวตั้ง เปลี่ยนโรงแรมที่มีความพร้อมให้เป็นศูนย์พักพิงอพยพยามวิกฤต โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณอุดหนุน ค่าน้ำ ค่าไฟ และมีระบบไฟสำรอง Express Way รวมถึงจัดเตรียมแผงกั้นน้ำชั่วคราวแบบเคลื่อนย้ายได้ ซึ่งสามารถนำไปติดตั้งได้อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเขตเมือง
หาดใหญ่ยังมีจุดเสี่ยง
ส่วนของการซ่อมแซมคลอง ร.1 หนึ่งจุดระบายน้ำสำคัญของหาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ซึ่งการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังเป็นการบูรณะระบบเดิมที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้กลับมามีประสิทธิภาพใกล้เคียงเดิม หลายจุดมีความคืบหน้าประมาณ 70-80% ขณะเดียวกันยังมีจุดเสี่ยงอีกหลายแห่ง เช่นเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยเฉพาะเขต 3 และเขต 4 นอกจากนี้ ยังมีความจำเป็นต้องซ่อมแซมเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับรับมืออุทกภัย ทั้งเครื่องสูบน้ำ ปั๊มน้ำ ยานพาหนะ เรือ และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
ผู้ประกอบการผวาท่วมซ้ำ
ขณะที่นายชลิตพงศ์ สิริธนนนท์สกุล นายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ได้สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการหาดใหญ่อย่างมาก ปัจจุบันผู้ประกอบการทั้งสถานประกอบการค้าและคลังสินค้า ได้มีการบริหารจัดการสินค้า โดยสั่งสินค้าเข้าคลังเท่าที่จำเป็น และแบ่งเป็นลอตขนาดที่สามารถจำหน่ายและพร้อมเคลื่อนย้ายอยู่เสมอ เพื่อลดความเสียหายหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอีกครั้ง ส่วนสำนักงานและออฟฟิศผู้ประกอบการจะย้ายอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็นขึ้นไปไว้ชั้น 2 ขณะที่สิ่งของที่ยังอยู่ชั้นล่างต้องสามารถเคลื่อนย้ายได้ทันทีเมื่อได้รับสัญญาณเตือน อย่างไรก็ตามผลกระทบจะขึ้นอยู่กับการพยากรณ์อากาศและระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า ว่ามีความแม่นยำและสามารถเตรียมรับมือได้มากน้อยเพียงใด