ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความเสี่ยงด้านอุปทานที่กลับมาอีกครั้งในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น จากความเสี่ยงด้านอุปทานที่กลับมาอีกครั้งในตะวันออกกลาง และการหยุดชะงักของอุปทานจากพายุเฮอริเคนอิไซอาส
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า หลังตลาดกังวลว่าสหรัฐอาจกลับมายกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ภายหลังประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีไม่ต้องการเดินหน้าข้อตกลงกับอิหร่าน ขณะที่สื่อสหรัฐรายงานว่า ทำเนียบขาวได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับย่อลงเล็กน้อยหลังทรัมป์ระบุว่าสหรัฐยังคงมีการเจรจากับอิหร่าน และจะไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายอับบาส อารักชี เปิดเผยว่าอิหร่านกำลังพิจารณาคำตอบของสหรัฐต่อข้อเสนอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในเจ็ดวัน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 8 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 91.49 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 104.28 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แม้ผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียจะเร่งการส่งออกน้ำมันก็ตาม โดยในช่วงวันที่ 28 ก.ย.-5 ต.ค. มีรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว และก๊าซปิโตรเลียมเหลวอย่างน้อย 12 ครั้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเล 3 แห่ง
ขณะที่ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามอย่างต่อเนื่องของอิหร่านในการแสดงอิทธิพลเหนือเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญ และรักษาแรงกดดันต่อเรือที่สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว
พายุเฮอริเคนอิไซอาสเคลื่อนตัวเข้าใกล้แหล่งผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งของสหรัฐ ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบหลายรายต้องปิดแท่นขุดเจาะและระงับการผลิตชั่วคราว โดยข้อมูลจากสำนักงานบริหารทรัพยากรทางทะเลของสหรัฐระบุว่า ณ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐถูกระงับรวมประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 62.9% ของกำลังการผลิตน้ำมันในพื้นที่
