เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รื้อใหญ่แผนน้ำท่วมทั่วประเทศ ขุดเจ้าพระยา 2 – เพิ่มแก้มลิงตะวันออก
Economic รื้อใหญ่แผนน้ำท่วมทั่วประเทศ ขุดเจ้าพระยา 2 – เพิ่มแก้มลิงตะวันออก
‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
World ‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
Columns อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
Tech ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
Economic ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
World 3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
ดูทั้งหมด

รื้อใหญ่แผนน้ำท่วมทั่วประเทศ ขุดเจ้าพระยา 2 – เพิ่มแก้มลิงตะวันออก

10 ต.ค. 2569 | 10:16น.

สทนช.รื้อใหญ่แผนแม่บทบริหารน้ำ ดึงพยากรณ์อากาศร่วมถก พร้อมปรับพื้นที่ระบายน้ำ เชื่อมโยง ปภ.ป้อง กทม. เตือนฝนถล่มใต้ กรมชลฯเปิด 3 เมกะโปรเจ็กต์แก้ท่วมขุดเจ้าพระยา 2 กรมโยธาฯเร่งเพิ่มแก้มลิง ปรับผังเมือง กทม. ผุดถนนขนาบคลอง ยาวจากคลองหกวาสายล่าง จรดลาดกระบัง ทุ่ม 4.3 หมื่นล้าน สกัดน้ำฝั่งตะวันออก

สทนช.รื้อใหญ่แผนบริหารน้ำ

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และโฆษก สทนช. ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สทนช.อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ เพื่อปรับแนวทางรับมือสถานการณ์น้ำท่วมให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะน้ำท่วมจากฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากน้ำท่าที่ไหลมาจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยจะนำประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ามาพิจารณาร่วมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ทั้งพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง การเพิ่มประสิทธิภาพทางระบายน้ำ และการประเมินความสามารถในการรองรับน้ำของแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันจะต้องเชื่อมโยงแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้สอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมของ สทนช. โดยให้ความสำคัญกับการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นายไพฑูรย์กล่าวว่า การจัดทำแผนแม่บทจะครอบคลุมทั้ง 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ แต่พื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วนคือ กรุงเทพมหานคร โดยจะต้องร่วมวิเคราะห์ปัญหาและศักยภาพการรองรับน้ำของพื้นที่ รวมถึงพิจารณาความเชื่อมโยงกับจังหวัดโดยรอบ ได้แก่ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครนายก และปทุมธานี ส่วนแนวทางพัฒนาแก้มลิง จำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน เนื่องจากบางพื้นที่มีข้อจำกัดในการจัดการ จึงไม่สามารถกำหนดให้มีแก้มลิงได้ทุกจุด 

ระยะสั้นเน้น “แผนเผชิญเหตุ”

อย่างไรก็ตาม แผนแม่บทต้องใช้เวลา เพราะ สทนช.จะต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และส่วนราชการที่รับผิดชอบโครงการด้านน้ำ ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาต่อไป ดังนั้น ในระยะสั้น สทนช.จะให้ความสำคัญกับการจัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นลำดับแรก เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถรับมือสถานการณ์น้ำท่วมได้ทันที ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะต้องดำเนินการตามกระบวนการจัดทำแผนต่อไป

“ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ยกเว้นพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ที่ยังต้องเร่งสูบและระบายน้ำ ส่วนพื้นที่ กทม. แนวโน้มปริมาณฝนเริ่มลดลง และยังไม่พบความเสี่ยงจากมวลน้ำเหนือที่จะไหลมาเพิ่ม อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังต่อจากนี้ คือ ภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 9-12 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุที่ได้ซักซ้อมไว้”

เปิด 3 โปรเจ็กต์แก้น้ำเจ้าพระยา  

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาในระยะยาวจำเป็นต้องปรับปรุงและเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากระบบเดิมมีข้อจำกัดในการรองรับปริมาณน้ำท่าจำนวนมาก โดยเฉพาะหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากในระดับใกล้เคียงกับปี 2554 ซึ่งมีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาสูงเกินขีดความสามารถของโครงสร้างที่มีอยู่

ทั้งนี้ กรมชลประทานมีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาผ่านโครงการสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ โครงการชัยนาท-ป่าสัก โครงการบางบาล-บางไทร เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโครงการปรับปรุงระบบคลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก อาทิ คลอง 12 คลอง 13 และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพื่อรองรับและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่

สำหรับความคืบหน้าโครงการบางบาล-บางไทร ขณะนี้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2572 ขณะที่โครงการชัยนาท-ป่าสัก มีงบประมาณรองรับในช่วงต้นปี 2570 เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่โครงการต่าง ๆ ยังไม่แล้วเสร็จ กรมชลประทานจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำภายใต้ข้อจำกัดของโครงสร้างเดิม โดยเฉพาะช่วงที่มีปริมาณน้ำเหนือไหลลงมามากกว่าความสามารถในการรองรับของระบบระบายน้ำ ซึ่งต้องอาศัยทั้งการบริหารจัดการน้ำและการใช้โครงสร้างที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เวนคืน 5 จังหวัดผุดเจ้าพระยา 2 

รายงานข่าวแจ้งว่า รัฐบาลมีแผนจะก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากจากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ขยายคลองเดิมจากชัยนาท-ป่าสัก และสร้างคลองใหม่ ความกว้าง 170 เมตร ระยะทาง 135 กม. จากป่าสัก-อ่าวไทย แนวเส้นทางห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 52 กม. ผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี ปทุมธานี นครนายก สมุทรปราการ มีเวนคืนที่ดิน 16,208 ไร่ บ้านเรือน 2,600 ครัวเรือน ค่าเวนคืน 21,794 ล้านบาท จะเริ่มต้นในปี 2570 ใช้เวลา 8 ปี เสร็จสิ้นในปี 2577

กรมโยธาฯ เร่งถกหาพื้นที่แก้มลิง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมรับโจทย์จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้หาพื้นที่แก้มลิงรอบนอกกรุงเทพฯ เพิ่มเติม โดยจะหารือกับกรมชลประทาน และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อดูพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพราะบางพื้นที่อาจกระทบประชาชน ซึ่งกรมชลประทานจะรู้เส้นทางน้ำ ขณะที่ กทม.กำลังปรับปรุงผังเมืองรวมฉบับใหม่อยู่ระหว่างปิดประกาศ 90 วัน ต้องดูว่าจะมีคนคัดค้านหรือไม่ อย่างไรก็ดี กรมยังไม่เคยศึกษาเรื่องแก้มลิงมาก่อน แต่เมื่อสภาพอากาศ ยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ต้องปรับโดยโฟกัสเรื่องน้ำเป็นหลัก

กทม.คงฟลัดเวย์ตะวันออก 3 หมื่นไร่ 

นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. กล่าวว่า ผังเมืองใหม่ที่อยู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น 90 วันถึงวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ หลัก ๆ ลดพื้นที่สีขาวทแยงเขียวที่ดินอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมฝั่งตะวันออกจาก 9 หมื่นไร่ เหลือ 3 หมื่นไร่ ปรับบางส่วนเป็นสีเขียวชนบทและเกษตรกรรม สร้างบ้านจัดสรรได้ 100 ตร.ว. บางจุดปรับเป็นสีเหลือง เช่น ลาดกระบัง ร่มเกล้า หลังพื้นที่เปลี่ยนแปลงมากจากโครงข่ายมอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า และเป็นพื้นที่รอยต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่วนฝั่งตะวันตกเลิกพื้นที่สีขาวทแยงเขียว 4 หมื่นไร่ทั้งหมด เพราะมีรถไฟฟ้าหลายสายและมอเตอร์เวย์ M82

“การปรับผังเมืองใหม่ในครั้งนี้จะมีแผนผังแสดงน้ำด้วย แสดงรายละเอียดการปรับปรุงคลองระบายน้ำ อุโมงค์ส่งน้ำ แก้มลิง และพื้นที่ฟลัดเวย์ โดยฝั่งตะวันออกเนื่องจากเป็นพื้นที่น้ำหลากยังคงพื้นที่ฟลัดเวย์ไว้ 3 หมื่นไร่ จะทำหน้าที่ร่วมกับการปรับปรุงระบบคลองต่าง ๆ”

ผุดถนน-คลองระบายน้ำสายใหม่ 

นายอาสากล่าวว่า อนาคต กทม.มีแผนจะก่อสร้างถนนสายใหม่ที่มีคลองระบายน้ำอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยถนนขนาด 16 เมตร คล้ายกับถนนรังสิต-องครักษ์ ที่สามารถใช้ได้ทั้งสัญจรและระบายน้ำ ซึ่งบรรจุอยู่ในแผนผังคมนาคมในผังเมืองใหม่แล้ว แนวเส้นทางเริ่มจากคลองหกวาสายล่าง พื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ กับปทุมธานี ลากลงมาสุดเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ย่านลาดกระบัง 

“ส่วนพื้นที่แก้มลิงในผังเมืองใหม่จะใส่เฉพาะโครงการที่มีความชัดเจนมี 121 แห่ง ส่วนแก้มลิงคลองคู้บอนและคลองบางชันนั้นไม่ได้นำมาใส่ เพราะโครงการยังไม่นิ่งและขั้นตอนผังเมืองเดินหน้ามาไกลแล้ว หากจะใส่เพิ่มก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ อย่างไรก็ตามเราให้โบนัสสำหรับผู้ประกอบการบ้านจัดสรร หากทำบ่อหน่วงน้ำในโครงการจะได้โบนัสการก่อสร้างเพิ่ม 20%”

ทบทวนแผนน้ำรับฝน 300 มม.

นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า จากน้ำท่วมปี 2569 เกิดฝนตกหนักแช่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 48 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 25-26 กันยายน มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 300 มิลลิเมตร เกินจากระบบป้องกันน้ำท่วมที่ กทม.ออกแบบรับได้เพียง 60 มิลลิเมตร เป็นโจทย์ใหม่ให้ กทม.ต้องกลับมาทบทวนระบบป้องกันน้ำท่วมทั้งหมด โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกที่น้ำท่วมหนัก  จุดอ่อนคือ น้ำค้างในทุ่งเยอะ ระบายออกคลองช้า แก้มลิงไม่เพียงพอ ต้องสร้างอุโมงค์ส่งน้ำส่วนขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ จะช่วยพื้นที่เขตประเวศ ลาดกระบัง อยู่ระหว่างคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง วงเงิน 9,500 กว่าล้านบาท ขณะที่ฝั่งตะวันตกและใจกลางเมืองอยู่ใกล้คลองสายหลักอย่างคลองแสนแสบ และแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำไม่ท่วม”

นายเจษฎากล่าวว่า ตามแผนป้องกันน้ำท่วมโดยภาพรวม กทม.จะสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ 13 แห่ง ปัจจุบันเดินเครื่องแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์คลองเปรมประชากร, อุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน, อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าว, อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ และอุโมงค์บึงหนองบอน 

สร้างอุโมงค์เพิ่ม 8 แห่ง 

นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้าง 8 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้าง 5 แห่ง และขอจัดสรรงบประมาณ 3 แห่ง แบ่งเป็นฝั่งตะวันออก 6 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร, อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ, ส่วนต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ, อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง, อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่, อุโมงค์ถนนพิษณุโลก สำหรับฝั่งตะวันตกมี 2 แห่ง คือ อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา และอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย และต้องขยายคลอง 4 สายหลัก ได้แก่ คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร และคลองลาดกระบัง 

ทุ่ม 4.3 หมื่นล้านป้องฝั่งตะวันออก 

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG กล่าวว่า บริษัทได้ศึกษาแผนป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันออกให้ กทม. โดยเป็นแผนดำเนินการ 10 ปี ใช้งบประมาณลงทุน 43,000 ล้านบาท ประกอบด้วย งานปรับปรุงและก่อสร้างอาคารชลศาสตร์ในพื้นที่บริหารจัดการน้ำ 12 แห่ง วงเงินกว่า 5,134 ล้านบาท งานปรับปรุงคลองสายหลักโดยก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพร้อมขุดลอก วงเงิน 28,604 ล้านบาท และก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนขยายบึงหนองบอน วงเงิน 9,561 ล้านบาท ระบายน้ำสูงสุด 60 ลบ.ม.ต่อวินาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม