“สุริยะ” จ่อของบ 8 พันล้าน ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ให้ชาวนาใช้ฟรี
“สุริยะ-ปิยะรัฐชย์” ลงพื้นที่กำแพงเพชร รับฟังปัญหาเกษตรกรและติดตามการบริหารจัดการน้ำ ย้ำแก้ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมเร่งพัฒนาระบบชลประทาน โดยเฉพาะโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ขณะเดียวกันเตรียมเสนอของบกว่า 8,000 ล้านบาท จากกรอบเงินกู้รัฐบาล 200,000 ล้านบาท จัดหารถแทรกเตอร์หรือรถเกี่ยวข้าว EV ราว 500 คัน หวังให้ชาวนาใช้บริการฟรี ลดต้นทุนค่าจ้างเกี่ยวที่ขยับจากไร่ละ 300 บาทเป็นเกือบ 500 บาท
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำและระบายน้ำ
การดำเนินงานจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งควบคู่กับการรับฟังข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่
นายสุริยะกล่าวว่า การรับฟังเสียงประชาชนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาและแก้ปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยเป้าหมายคือให้ประชาชนและเกษตรกรมีน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำสำหรับการเพาะปลูกอย่างเพียงพอ สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายหลังพบปะประชาชนที่หอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง นายสุริยะและคณะได้เดินทางไปยังอาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลทุ่งทราย อำเภอทรายทองวัฒนา เพื่อมอบนโยบายและปัจจัยการผลิต พร้อมพบปะเกษตรกรในพื้นที่
นายสุริยะเน้นย้ำให้เร่งพัฒนาและปรับปรุงระบบชลประทานในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัวให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน และเร่งแก้ไขให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่
นายสุริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนงานชลประทานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่กรมชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ไปจนถึงเกษตรกร เพื่อร่วมกันดูแลและใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานและผลักดันการแก้ปัญหา เพื่อสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนให้ภาคเกษตรเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับแนวทางลดต้นทุนการผลิต นายสุริยะระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท จากกรอบเงินกู้รัฐบาล 200,000 ล้านบาท เพื่อจัดหารถแทรกเตอร์หรือรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้า หรือ EV ประมาณ 500 คัน ซึ่งใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์
หากได้รับอนุมัติ เกษตรกรจะสามารถใช้บริการรถเกี่ยวข้าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนจากค่าจ้างเกี่ยวข้าว ซึ่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นจากไร่ละ 300 บาท เป็นเกือบ 500 บาท
นายสุริยะระบุว่า รถเกี่ยวข้าว EV ยังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และคาดว่าจะช่วยประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับรถเกี่ยวข้าวแบบเดิมได้มากถึงหมื่นล้านบาทในระยะเวลา 7 ปี
ในช่วงท้าย นายสุริยะและคณะเดินทางไปยังบึงสาธารณะ หมู่ที่ 3 ตำบลไทรงาม เพื่อพบปะประชาชนและมอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่เกษตรกร สำหรับฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหาร และเพิ่มโอกาสด้านอาชีพและรายได้
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและบริหารจัดการประมงอย่างถูกวิธี เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

