ราคายาง ก.ย.69 พุ่ง 40-45% “กยท.” ชี้อุปทานตึง-ดีมานด์โลกหนุน ลุ้น ต.ค.แตะ 90 บาท/กก.
กยท.เผยราคายางเฉลี่ยเดือนกันยายน 2569 สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 40-45% ทั้งยางแผ่นรมควันชั้น 3 ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด และยางก้อนถ้วย โดยมีแรงหนุนจากผลผลิตลดลง อุปทานตึงตัว ความต้องการใช้ยางในตลาดโลก ต้นทุนพลังงานและขนส่ง รวมถึงเงินบาทอ่อน ขณะที่เดือนตุลาคมคาดยางแผ่นรมควันชั้น 3 อาจอยู่ที่ 90 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมเดินหน้ามาตรการชะลอขาย-บริหารผลผลิตเพื่อพยุงเสถียรภาพราคา
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของเกษตรกร โดยได้มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) บริหารจัดการผลผลิตและตลาดยางพารา ควบคู่กับติดตามสถานการณ์ราคาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ราคายางปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตาม กระทรวงยังคงกำชับให้ กยท.ติดตามและบริหารจัดการยางพาราอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระดับราคามีเสถียรภาพ
ด้านนายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคายางเฉลี่ยในเดือนกันยายน 2569 ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 84.62 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 40.2%
ยางแผ่นดิบอยู่ที่ 82.21 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 40.9% น้ำยางสด 79.90 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 44.7% และยางก้อนถ้วย 73.60 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 40.8%
นายศันสนะกล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนราคายางในระยะนี้มาจากหลายด้าน โดยเฉพาะอุปทานยางที่มีแนวโน้มตึงตัวจากปริมาณผลผลิตลดลงจากสภาพอากาศ ขณะที่ความต้องการใช้ยางในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางล้อยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลประมาณการของ ANRPC ปี 2569 ระบุว่า ความต้องการใช้ยางธรรมชาติทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 15.356 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตยางอยู่ที่ประมาณ 15.039 ล้านตัน มีส่วนต่างประมาณ 317,000 ตัน
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานและการขนส่งยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนราคายาง เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงส่งผลต่อต้นทุนยางสังเคราะห์และค่าขนส่ง ขณะที่เงินบาทอ่อนเป็นอีกแรงหนุนต่อราคายางในรูปเงินบาท
สำหรับแนวโน้มไตรมาสสุดท้ายปี 2569 กยท.ประเมินว่าราคายางยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง และอาจปรับขึ้นได้เป็นช่วง ๆ หากปัจจัยด้านผลผลิตและความต้องการใช้ยางยังเอื้ออำนวย
เฉพาะเดือนตุลาคม 2569 กยท.คาดว่า ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อาจอยู่ที่ 90.00 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ 87.40 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางสด 85.60 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย 79.70 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณผลผลิตยางที่ออกสู่ตลาด สภาพอากาศ ความต้องการใช้ยางของประเทศคู่ค้า ราคาตลาดล่วงหน้า สถานการณ์เศรษฐกิจ ค่าเงินบาท และการค้าระหว่างประเทศ
นายศันสนะกล่าวว่า กยท.ยังคงเดินหน้ามาตรการเพิ่มโอกาสด้านราคา ผ่านการบริหารผลผลิตของเกษตรกรให้เหมาะสมกับทิศทางตลาด ทั้งมาตรการชะลอขายและบริหารสินเชื่อเพื่อลดแรงกดดันจากการเร่งจำหน่าย
พร้อมกันนี้ จะรักษาเสถียรภาพตลาดผ่านการบริหารผลผลิต เชื่อมโยงผู้ซื้อ เพิ่มการแข่งขันผ่านระบบตลาดกลางยางพาราของ กยท. Thai Rubber Trade รวมถึงขยายตลาดยางคุณภาพและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและเสริมความสามารถในการแข่งขันของยางพาราไทย
“การปรับตัวสูงขึ้นของราคายางเป็นโอกาสที่ควรใช้ประโยชน์อย่างรอบคอบ เนื่องจากราคายังขึ้นอยู่กับกลไกตลาดและปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” นายศันสนะกล่าว




