สทนช.เร่งระบายน้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ท่วมขังลดแล้ว 922 ล้าน ลบ.ม. คาดคลี่คลายภายใน ต.ค.
สทนช.บินสำรวจเส้นทางน้ำฝั่งตะวันออกของลุ่มเจ้าพระยาและบางปะกง ไล่เช็กจุดคอขวดตั้งแต่คลองรังสิต องครักษ์ บ้านสร้าง ถึงฉะเชิงเทรา ก่อนนำข้อมูลภาคสนามเทียบภาพดาวเทียม GISTDA พบปริมาตรน้ำท่วมขังลุ่มบางปะกงลดจาก 2,010 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ 1,088 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายออกแล้วกว่า 922 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดมวลน้ำคงค้างระบายลงลำน้ำได้หมดภายในเดือนตุลาคม พร้อมปรับแผนผลักน้ำออกบางปะกง-อ่าวไทย
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังพร้อมด้วยนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อสำรวจเส้นทางน้ำบริเวณฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกงว่า การบินสำรวจครั้งนี้ทำให้เห็นภาพรวมระบบน้ำและจุดคอขวดต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น
การดำเนินการเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ให้หน่วยงานเร่งติดตามสถานการณ์อุทกภัยและผลักดันการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
พื้นที่สำรวจครอบคลุมเส้นทางน้ำเชื่อมโยงระหว่างลุ่มเจ้าพระยาและลุ่มบางปะกง ตั้งแต่ปลายคลองรังสิต คลอง 13 และประตูน้ำเสาวภาผ่องศรี พื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ไปจนถึงประตูน้ำสมบูรณ์ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบริเวณเชื่อมต่อของแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก
จากนั้นสำรวจแนวเส้นทางลงสู่แม่น้ำบางปะกง บริเวณ อ.บางคล้า และ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงพื้นที่รองรับและเชื่อมโยงน้ำบริเวณเขตหนองจอกและเขตประเวศของกรุงเทพมหานคร
นายชยันต์กล่าวว่า สทนช.ได้นำข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่จริงมาประเมินร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 พื้นที่ดังกล่าวมีปริมาตรน้ำท่วมประมาณ 2,010 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนลดลงเหลือ 1,088 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม หรือระบายน้ำออกไปแล้วกว่า 922 ล้านลูกบาศก์เมตร
“คาดการณ์ว่า มวลน้ำคงค้างจะสามารถระบายลงลำน้ำได้หมดประมาณเดือนตุลาคมนี้” นายชยันต์กล่าว
ทั้งนี้ สทนช.จะนำข้อมูลพื้นที่ไปประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนการระบายน้ำ และเร่งผลักดันน้ำท่วมขังออกสู่แม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทยให้เร็วที่สุด
สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ประเทศไทยบางพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
ช่วงวันที่ 17-20 ตุลาคม 2569 คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
ด้านสถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 66,320 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 82% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 42,191 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 74%
เมื่อแยกตามภูมิภาค ภาคเหนือมีน้ำ 21,059 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 76% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,520 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 70% ภาคกลาง 1,286 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68% ภาคตะวันออก 2,754 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 87% ภาคตะวันตก 27,321 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96% และภาคใต้ 5,380 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69%
สำหรับ 3 อ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อ่างเก็บน้ำบางพระมีน้ำ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 86% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 174 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 106% และอ่างเก็บน้ำประแสร์ 263 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 89%
ขณะที่สถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,684 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 21.85 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 3.85 เมตร
ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.35 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และระดับน้ำท้ายเขื่อน +14.05 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง
