เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF-World Bank ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน
World ปิดฉากประชุม IMF-World Bank ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ดูทั้งหมด

‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’

18 ต.ค. 2569 | 16:11น.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

เศรษฐกิจการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว กำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับบทบาท มากกว่าการดูแลราคาสินค้าและส่งเสริมการส่งออก กำลังซื้อในประเทศที่เปลี่ยนไป การเข้าสู่สังคมสูงวัย การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ และกติกาการค้าใหม่ ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องเชื่อมตั้งแต่การปฏิรูปองค์กรภายใน การดูแลค่าครองชีพ และภาคเกษตร การยกระดับ SMEs ไปจนถึงการรักษาตลาดส่งออกเดิมและเปิดตลาดใหม่ เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์สามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“คน” ต้องแข่งกันทำงาน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมหารือแนวทางขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับผู้บริหารกระทรวง ทูตพาณิชย์ทั่วโลก และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าภารกิจภายใต้กรอบ “คน งาน และองค์กร” ว่า ทั้ง 3 ส่วนต้องสร้างความสมดุลและขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เป็นที่พึ่งของภาคธุรกิจ เกษตรกร และประชาชน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ “คน” เนื่องจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับเป็นฟันเฟืองสำคัญ โดยคุณค่าของบุคลากรต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ผลสัมฤทธิ์ของงาน และความซื่อสัตย์สุจริต เป้าหมายจึงต้องทำให้บุคลากร “แข่งกันทำงาน” ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์มีข้าราชการ 3,916 คน การบริหารกำลังคนจึงต้องจัดคนให้ตรงกับงาน ขณะเดียวกันการเติบโตในสายราชการจะต้องใช้หลักความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักยภาพเป็นกติกา โดยการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องพิจารณาจากความสามารถ มาตรฐานการทำงาน และผลงานที่ผ่านมา ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสาย เพื่อรักษาคนเก่งและคนดีไว้กับองค์กร 

สั่งพาณิชย์ จว.ดูแลสินค้าเกษตร

สำหรับภารกิจด้านเศรษฐกิจฐานราก นายพูนพงษ์มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดปรับวิธีการทำงาน โดยต้องรู้ข้อมูลและโครงสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างละเอียด ไม่ใช่รอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงเข้าไปแก้ไขโดยเฉพาะสินค้าเกษตร แต่ละจังหวัดต้องรู้ว่าพื้นที่มีสินค้าอะไร ช่วงใดผลผลิตจะออกสู่ตลาด และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง พร้อมวางแผนทั้งระยะสั้น กลาง และยาว รวมถึงทำงานร่วมกับเกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ประมงจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำ

“แม้กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการลดต้นทุน หรือเพิ่มผลผลิตต่อไร่ แต่มีหน้าที่ด้านตลาด จึงจำเป็นต้องเข้ามาเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางว่าแต่ละพื้นที่ควรให้ความสำคัญกับพืชหรือสินค้าใด เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ”

ในช่วงที่หลายพื้นที่เผชิญภัยพิบัติและน้ำท่วม ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง นายอำเภอ และหน่วยงานของจังหวัด ช่วงแรกของสถานการณ์ต้องดูแลสินค้าจำเป็นและราคาสินค้าให้อยู่ในระดับเหมาะสม ขณะที่หลังน้ำลดหรือสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ต้องนำมาตรการลดค่าครองชีพเข้าไปช่วยประชาชนต่อเนื่อง หลักสำคัญคือพาณิชย์จังหวัดต้องมีแผนรับมือเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ใช่เริ่มคิดว่าจะทำอะไรหลังสถานการณ์เกิดขึ้น

ดัน SMEs บุกตลาดโลก

นายพูนพงษ์กล่าวว่า โครงสร้างกำลังซื้อในประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง ก่อนโควิดไทยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 40 ล้านคน ขณะที่ปัจจุบัน 32-33 ล้านคน ประกอบกับโครงสร้างประชากรลดลง และมีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น เมื่อกำลังซื้อภายในประเทศมีข้อจำกัด การเปิดตลาดต่างประเทศจึงมีความจำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ที่มีสินค้าและการบริหารจัดการพร้อม แนวทางคือ ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อผลักดันผู้ประกอบการรายเล็กให้เติบโตเป็นรายกลาง และรายกลางขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมผลักดัน SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกและ e-Commerce รวมถึงส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ และปรับแนวทางสินค้า GI จากการเพิ่มจำนวนเพียงอย่างเดียวไปสู่การยกระดับคุณภาพและมูลค่า

ทบทวน สนง.ทูตพาณิชย์ 

ด้านการส่งออก นายพูนพงษ์ระบุว่า ปัจจุบันตลาดส่งออกของไทยมีการกระจุกตัวอยู่ใน 2 ประเทศสำคัญคือ สหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณ 35% ของมูลค่าส่งออก ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ รักษาตลาดเดิม ขณะเดียวกันต้องรุกตลาดอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยตลาดที่มีศักยภาพ เช่น แอฟริกาและเอเชียกลาง ซึ่งทูตพาณิชย์ในต่างประเทศจะต้องทำหน้าที่ “รักษาตลาดเดิม และรุกตลาดใหม่” ผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Global Value Chain มากขึ้น กระทรวงเตรียมทบทวนการจัดวางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ โดยปัจจุบันมีทูตพาณิชย์ 58 แห่ง และไม่สามารถเพิ่มสำนักงานได้โดยไม่มีข้อจำกัด จึงต้องพิจารณาจากข้อมูลว่า ตลาดใดควรรักษาทรัพยากรไว้ ตลาดใดควรเพิ่มน้ำหนัก และมีพื้นที่ใดที่สามารถปรับหรือโยกทรัพยากรไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพได้ ทั้งนี้ การปรับสำนักงานจะไม่ทำโดยอาศัยความรู้สึก แต่ต้องประเมินจากข้อมูลและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศและภาคเอกชน

เลือก FTA ดีลที่ได้ประโยชน์

อีกภารกิจคือ การเร่งรัดการเจรจาการค้าสำคัญ โดยเฉพาะ FTA และกรอบความตกลงที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เพื่อไม่ให้สินค้าและบริการของไทยเสียเปรียบคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม FTA มีทั้งกลุ่มที่ได้ประโยชน์และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ จึงต้องเดินคู่กับมาตรการช่วยเหลือและการปรับตัว โดยเฉพาะเกษตรกรและ SMEs พร้อมทั้งต้องสื่อสารข้อมูลให้ผู้ประกอบการสามารถนำสิทธิประโยชน์จาก FTA ไปใช้จริง ไม่ใช่มีความตกลงแต่ภาคธุรกิจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นแต้มต่อด้านการค้าได้ ภายใต้ข้อจำกัดด้านบุคลากร ยังต้องจัดลำดับกรอบการเจรจาว่าความตกลงใดควรเร่งก่อน เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่สร้างผลประโยชน์แก่ประเทศได้มากที่สุด

ปราบนอมินี-สินค้าผิดกฎหมาย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า งานด้านการป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหานอมินี ทุนต่างชาติผิดกฎหมาย และสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน แนวทางจะใช้เทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลเข้ามาช่วยวิเคราะห์และคัดกรองบริษัทกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกด้านต้องสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายและไม่ได้มาตรฐานไม่ให้เข้ามาสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการไทยและระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้กระทรวงยังสามารถใช้ฐานข้อมูลตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลที่เปลี่ยนสัญชาติมาเป็นไทย กับการเข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อได้

ทรานส์ฟอร์มสู่ Digital Ministry 

อีกแนวทางสำคัญคือ การบริหารงานด้วยข้อมูล หรือ Data Driven โดยนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงนโยบาย ตัวอย่างเช่น ข้อมูลตลาดและฤดูกาลผลิตสินค้าเกษตรสามารถนำมาใช้คาดการณ์ปริมาณผลผลิต เพื่อให้กระทรวงเตรียมตลาดทั้งในและต่างประเทศรองรับล่วงหน้า แทนการรอให้สินค้าออกแล้วจึงแก้ปัญหา พร้อมยกระดับกระทรวงพาณิชย์สู่ Digital Ministry อย่างเต็มรูปแบบ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตั้งแต่การให้บริการ การอนุมัติและอนุญาต ไปจนถึงการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้เกิดความรวดเร็วลดต้นทุน และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ พร้อมเปลี่ยนกระบวนการบริการจากระบบกระดาษไปสู่ระบบเทคโนโลยี และพัฒนาเป็น End-to-End Process ซึ่งจะช่วยลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงลดช่องทางการเรียกรับผลประโยชน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทูตพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด