ราคาน้ำมันดิบได้แรงหนุนจากความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังความตึงเครียดตะวันออกกลาง-รัสเซียรุนแรงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังเหตุตึงเครียดในตะวันออกกลางและรัสเซีย ทวีความรุนแรง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานตึงตัวจากเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่าสามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธที่พุ่งเป้าโจมตีมายังเมือง Yanbu ซึ่งเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญริมฝั่งทะเลแดง
ประกอบกับรายงานข่าวกรองที่บ่งชี้ว่าอิหร่านอาจกำลังเตรียมการตอบโต้ทางทหาร ส่งผลให้ความกังวลต่อความเสี่ยงที่การผลิตและการขนส่งน้ำมันดิบในภูมิภาค รวมถึงความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับสูง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 16 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 101.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 109.86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.94 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากเหตุการณ์โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Ryazan ของรัสเซีย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงจนต้องระงับการทำงานของหน่วยกลั่นน้ำมันดิบหลัก (CDU) ในพื้นที่ดังกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย แต่ยังซ้ำเติมความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกที่ตึงตัวอยู่แล้วให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันบางส่วน หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ประกาศเปิดรับข้อเสนอแลกเปลี่ยน (Exchange) น้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ (SPR) ในปริมาณสูงสุดถึง 17 ล้านบาร์เรล เพื่อเร่งระบายอุปทานเข้าสู่ตลาดและบรรเทาสถานการณ์ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันกับประเทศสมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในการเพิ่มสภาพคล่องและเสถียรภาพให้กับอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก
