พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
กระทรวงพาณิชย์วางแนวทางรับมือค่าครองชีพ หลังราคาพลังงานและต้นทุนขนส่งอยู่ในระดับสูง หวั่นส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในระยะต่อไป เดินหน้า 3 มาตรการ ทั้งกำกับต้นทุนและราคาสินค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ขอผู้ผลิต-ค้าปลีกค้าส่งชะลอขึ้นราคา เปิด “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” 3,036 จุดทั่วประเทศ 90 วัน พร้อมจับมือเอกชน 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ติดตามสถานการณ์ค่าครองชีพโลกและเงินเฟ้อไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง
กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการติดตามความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผ่านไปยังราคาสินค้าเป็นวงกว้างและกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป
นายพูนพงษ์กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรปสะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมจากหลายปัจจัย ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงความกังวลต่อบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ
สำหรับประเทศไทย แม้บริบททางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างจากยุโรป และแรงกดดันด้านราคายังไม่กระจายตัวในวงกว้าง แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงจับตาความเสี่ยงจากราคาพลังงานและต้นทุนขนส่ง ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
“บทเรียนจากประเทศในยุโรปสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อ แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่สะสมและซ้อนทับกัน” นายพูนพงษ์กล่าว
สำหรับแนวทางรับมือ กรมการค้าภายในได้วางมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยเน้น 3 ด้านสำคัญ
ด้านแรก การกำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก โดยติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือกับผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือชะลอการปรับราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ลงตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา รวมถึงติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ
ด้านที่ 2 เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จำนวน 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาท
ด้านที่ 3 ผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน ผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78% ภายใต้กิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้เร็วขึ้น
นายพูนพงษ์กล่าวว่า หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท และประสานผู้ประกอบการเพื่อบริหารต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค
พร้อมใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมาย และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพประชาชนกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ
“กระทรวงพาณิชย์ยืนยันเดินหน้าดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเต็มกำลังตามศักยภาพ โดยไม่รอให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวเป็นวงกว้าง แต่จะใช้ทุกกลไกที่มีในการติดตาม ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที” นายพูนพงษ์กล่าว
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ระบุด้วยว่า นอกจากการลดภาระค่าครองชีพแล้ว สิ่งที่ต้องการเห็นคือการกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้นไปยังประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งต้องอาศัยการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลเป็นรูปธรรม.