เกษตรฯ จ่อเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มครัวเรือนละ 3,000 บาท เตรียมของบกลาง 1.57 พันล้าน
กระทรวงเกษตรฯ เร่งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วม ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการช่วยกรณีพิเศษสำหรับการผลิตรอบใหม่ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หลังสำรวจ ณ 21 ตุลาคม 2569 พบเกษตรกรเสียหายด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ 52,832 ราย วงเงินช่วยเหลือประมาณ 1,575.79 ล้านบาท เตรียมเสนอของบกลางให้ ครม.พิจารณา พร้อมตั้งรับ PM2.5 และเร่งผลักดัน Big Data ภาคเกษตรให้ใช้ได้จริง
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรว่า กระทรวงมีหลายเรื่องเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนทันที โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ 5 ด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือให้รวดเร็วและโปร่งใส โดยใช้ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรที่เชื่อมโยงกันเพื่อลดขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยา
ด้านที่ 2 ป้องกันเกษตรกรเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ โดยประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงิน เพื่อดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย พร้อมใช้กลไกสหกรณ์ช่วยเสริมสภาพคล่องในพื้นที่
ด้านที่ 3 เร่งฟื้นฟูการผลิตให้กลับมาเร็วและดีกว่าเดิม ทั้งการปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมปรับระบบการผลิตให้สามารถรับมือภัยธรรมชาติได้มากขึ้น
ด้านที่ 4 เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด โดยจัดทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ ลงพื้นที่ควบคุมโรคพืชและสัตว์ และด้านที่ 5 เตรียมการทำนาปรัง โดยวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ จัดหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ และเฝ้าระวังศัตรูพืชตั้งแต่ต้นฤดูกาล
ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ “ในหลักการ” แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 เพิ่มเติม โดยเสนอให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษสำหรับการผลิตรอบใหม่ ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว และเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
จากข้อมูลสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 18 จังหวัด จากพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 55 จังหวัด มีเกษตรกรได้รับความเสียหายทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์รวม 52,832 ราย วงเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 1,575.79 ล้านบาท
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอของบกลาง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นอกจากเร่งรัดมาตรการเยียวยาเกษตรกรน้ำท่วมแล้ว กระทรวงยังเตรียมรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ผ่านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมปี 2569/70
มาตรการจะเน้นช่วงหลังการเก็บเกี่ยวและพื้นที่สูง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2569-พฤษภาคม 2570 พร้อมเตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องมาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ภาคการเกษตร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2570
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งจัดทำ Big Data โดยวางกรอบการวิเคราะห์และแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อภาคเกษตรได้จริงใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร การวิเคราะห์อุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตร การประเมินความเสี่ยงภัยแล้งและภัยพิบัติ การประเมินความเปราะบางของเกษตรกร และการประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ
นายรพีภัทร์ระบุว่า กระทรวงเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อน Big Data ทันที พร้อมเร่งรัดทุกหน่วยงานให้พิจารณากรอบการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ควบคู่กันไป