ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและน้ำมันดิบเบรนต์ปรับลดลง หลังมีความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานในระยะสั้น (Short-Term Supply Risk Premium) ขานรับความคืบหน้าเชิงบวกด้านการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางลงชั่วคราว
โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่าน นายโมจตาบา คาเมเนอี ได้มอบอำนาจบางประการให้แก่รัฐบาลของประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ในการดำเนินกระบวนการเจรจาสันติภาพ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางนโยบาย เพราะจะช่วยลดขั้นตอนการเจรจา และไม่ต้องกลับไปขอความเห็นชอบจากตนในทุกประเด็นย่อย รวมถึงกาตาร์ได้ส่งผู้ไกล่เกลี่ยไปเตหะรานเพื่อหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความระมัดระวัง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีสัญญาณความคืบหน้าการเจรจาที่ไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงได้จริง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 2 พ.ย. 2569 อยู่ที่ 96.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -7.66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 104.77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -8.66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่านส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองในคลังทั่วโลกลดลงเกือบ 1,000 ล้านบาร์เรล จากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือน ธ.ค. 69 ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 69 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน กลุ่ม OPEC+ ประกาศว่าจะจัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 29 พ.ย. 69 เพื่อทบทวนสภาพตลาดอีกครั้ง
