เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
News ‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
World ‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
ดูทั้งหมด

กลุ่มเกษตรกร ขู่ร้องศาลปกครองคุ้มครองแน่! หากคณะกรรมการวัตถุอันตราย 22 ต.ค.นี้ เคาะแบนสารเคมี 3 ชนิด

16 ต.ค. 2562 | 14:37น.

สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทยผนึกเกษตรกรกลุ่มพืชเศรษฐกิจหลัก ค้านมติคณะกรรมการ 4 ฝ่ายชงคณะกรรมการวัตถุอันตรายยกเลิก 3 สารเคมีเกษตร พร้อมขู่ร้องศาลปกครองแน่ หากคกก.วัตถุอันตราย 22 ต.ค.นี้ มีมติสั่งแบนสารเคมี ไม่มีขั้นตอนรองรับ เหตุให้ต้นทุนเกษตรกรพุ่งหลายเท่า ซ้ำรัฐต้องสูญงบฯจัดการทำลายสต็อกสาร 4 หมื่นตันอีกตันละ 5 แสน

ดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย กล่าวว่า สมาคม และเกษตรกรกลุ่มพืชเศรษฐกิจหลัก ขอคัดค้านมติคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ที่จะเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณายกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

เนื่องจากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 2101/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต นั้น ขาดความชอบธรรมโดยมีแต่กรรมการที่คัดค้านการใช้สารเคมีเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก และไม่มีตัวแทนผู้นำเข้าอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ทางกลุ่มต้องการให้ทบทวนการพิจารณามติยกเลิก โดยให้อิสระคณะกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งจะประชุม 22 ตุลาคมนี้ ให้สามารถทำหน้าที่พิจารณาให้ใช้ข้อเท็จจริง ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มากกว่าการใช้ข้อมูลบิดเบือนจาก NGO โดยอ้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่เกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมอย่างมันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม ยางพารา และข้าวโพด ยังมีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสารใดที่มีคุณสมบัติและราคาเทียบเท่ามาทดแทนได้โดยเฉพาะสารกำจัดวัชพืชอย่างพาราควอตได้

ดร.วรณิกา กล่าวว่า การประกาศยกเลิกทันทีภายในวันที่ ‪1 ธันวาคมนั้น คณะทำงานฯควรพิจารณาถึง ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อพืชเศรษฐกิจ จากการที่เกษตรกรยังไม่มีสารใดมาทดแทนหรือไม่ ขณะเดียวกันยังต้องมีการจัดการสต๊อกสินค้า สาร 3 ชนิด ที่มีปริมาณเหลือ 40,000 ตัน ซึ่งอยู่ในมือเกษตรกร 10,000 ตัน ‬

‪“หาก คำนวณงบประมาณที่รัฐฯจะต้องใช้จ่ายในการจัดการสินค้าคงค้างดังกล่าวที่มีอยู่มากถึง 30,000 ถึง 40,000 ตัน จะต้องมีค่าทำลายสารเหล่านี้ประมาณ 4,000 ถึง 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าขนย้าย 50 ล้านบาท ค่าชดเชยให้เกษตรกร กก.ละ 500 บาท ค่าทำลายสาร กก.ละ 100 บาท รวมถึงดูแลรักษาที่ภาครัฐต้องเช่าโกดังเก็บสินค้าอีกกว่า 5,050 ล้านบาท ‬เท่ากับว่าจะต้องชดเชยถึง 500,000 บาท ต่อ 1 ตัน ดังนั้นหากรัฐจะมีมติยกเลิกจริงควรจะต้องให้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เช่นเดียวกับที่ประเทศอื่นทำ เพื่อให้สินค้าที่คงค้างอยู่หมดไป และไม่ต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการทำลายสารเคมีที่ถูกประกาศยกเลิก”

อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงขั้นตอนในการประกาศยกเลิกสารเคมี คือ ลด ละ เลิก ณ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการลด คือการจำกัดการใช้ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเกษตรได้มีการทำการสร้างความรู้ความเข้าใจ การฝึกอบรมและทดสอบ การใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรอย่างถูกต้องและถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยของตัวเกษตรกรเอง และผู้บริโภค โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรมร้านค้า เกษตรกร และผู้รับจ้าง โดยทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง

“ ตอนนี้การขึ้นทะเบียนสารเคมีถูกระงับไว้โดยสิ้นเชิงผู้ค้าผู้ส่งออกซึ่งมีลูกค้าเตรียมสั่งซื้อถูกเหมารวมไม่สามารถที่จะทำธุรกิจซึ่งจะทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจการเกษตรกำลังจะพังพินาศ”

ทั้งนี้ การจัดการศัตรูพืชโดยการใช้สารยังคงจำเป็นสำหรับเกษตรกร การยับยั้งภาคการผลิตและส่งออกพืชเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายโดยไม่จำเป็น เนื่องจากการใช้สารแต่ละประเภทอยู่ภายใต้การกำหนดค่ามาตรฐานจากองค์กรสากล ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งขันรายอื่น ๆ ที่สามารถพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันในด้านการผลิต และการตลาดที่นำมาใช้ในการประกอบการพิจารณา

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชอุตสาหกรรมเตรียมจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอคุ้มครองฉุกเฉิน หากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติพิจารณาแบนสารเคมีทั้งสามชนิด เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของเกษตรกร เพราะยืนยันได้ว่าข้อมูลของภาคประชาชน (NGO) ที่นำออกมาเผยแพร่เป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มได้มีการเสนอข้อมูลผลงานวิจัยไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว ไม่ยอมรับมติของคณะทำงาน 4 ฝ่าย เพราะไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงแต่เป็นการอุปโลกน์ เพื่อมากดดันการทำงานของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

ส่วนสารเคมีที่คาดการณ์ว่าจะนำมาใช้ทดแทนพาราควอตและไกลโฟเซตที่ชื่อ กลูโฟซิเนตนั้น ก็เป็นวัตถุอันตรายประเภท 3 ที่มีราคาสูงกว่าพาราควอตจากถังละ 500 เป็นประมาณ 2,500 บาท ขณะเดียวกันประสิทธิภาพต้องใช้เพิ่มขึ้น 1.5 – 2 เท่า เท่ากับเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม 12 – 14 เท่าตัว

นายภมร ศรีประเสริฐ ตัวแทนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง กล่าวว่า ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีนโยบายจะต้องสร้างรายได้ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีแต่ขณะนี้นโยบายและการปฏิบัติสวนทางกัน รัฐบาลสับสนปล่อยให้บางพรรคทำอะไรโดยไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหากจะมีการแบนสารเคมีควรจะต้องมีการดำเนินการเป็นขั้นตอน เช่น หากปลูกเกษตรอินทรีย์ ต้องหาตลาดสร้างแรงจูงใจและหาตลาดรองรับ ไม่เช่นนั้นจะกระทบต้นทุนเกษตรกร เพิ่มขึ้น โดยชาวไร่มันต้นทุนเพิ่มจาก กก.ละ 1.80 เป็น 2.20-2.30 บาท แต่ขายได้ราคาเท่าเดิม กก.ละ 2.00 บาท เท่ากับเกษตรกรขาดทุน

“ การดำเนินการขณะนี้ผมขอเรียกว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด มีอยู่สามกลุ่มที่เกี่ยวข้องคือองค์กรปีศาจที่อ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ถ้าหากจะให้แบนสารเคมีเหตุใดจึงเลือกเพียง 3 ชนิด ตัองแบนทั้งหมด และนักการเมืองตอแหล ที่ต้องการให้แบนสารนี้และไปหาสารทดแทน ที่ได้ไปตั้งบริษัทนำเข้าสารเคมีทดแทนไว้แล้ว ราคาแพงกว่าและจะนำเงินรัฐไปชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกร และนักวิชาการดัดจริต ซึ่งหากทำงานวิจัยก็ต้องตรงกับสิ่งที่ประชาชนเดือดร้อน อีกทั้งการไปโฆษณาว่าประเทศไทยอาบยาพิษส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรด้วยซึ่งไม่ได้เป็นการทำเพื่อเกษตรกรทั้งยังทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวายส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง”

นายเปรม ณ สงขลา บรรณาธิการวารสารเคหะการเกษตร กล่าวว่า ปัญหาภาคเกษตรไทยขาดแคลนแรงงาน ทำให้จำเป็นต้องใช้สารเคมี และปุ๋ย โดยเฉพาะพาราควอตเป็นสารเคมีที่ดี มีประสิทธิภาพสูง ยังไม่สามารหาสารทดแทนได้ หากคณะกรรมการจะยกเลิกควรพิจารณาเป็นรายชนิด โดยสารคลอไพริฟอสเป็นสารที่สามารถยกเลิกได้ทันที ขณะที่พาราควอตและไกลโฟเสทควรมีขั้นตอนในการยกเลิก ซึ่งควรแล่อยให้เป็นหน้าที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย

“การแบนสารจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งจากข้อมูลสำนักวานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2562 คาดว่า จีดีพีภาคเกษตรจะมีมูลค่า 1.32 ล้านล้านบาท หากแบน 3 สารจะทำให้จีดีพีภาคเกษตรลดลง 570,901 ล้านบาทหรือ 43%”