ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ พร้อมด้วยสภาองค์การลูกจ้าง 15 สภา รวมถึงสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และกลุ่มแรงงานนอกระบบเมื่อเร็วๆ นี้ นอกเหนือจากการยื่นหนังสือต่อหม่อมราชวงศ์ จตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้พิจารณา “ยกเลิก”การประกาศกฏกระทรวงที่ระบุให้โควิด-19 ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ที่ประกันสังคมจะต้องจ่ายเพื่อเยียวยาให้กับผู้ว่างงาน ตามมาตรา 33 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม
นอกจากนี้ยังมีการรายงานจำนวนผู้ที่มีผู้ประกันตนลงทะเบียนขอรับเงินในกรณีว่างงาน (20 เม.ย.63) แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1) กรณีลาออกจากงานเองได้ 50% ของค่าจ้าง 2) กรณีที่นายจ้างให้ออกจากงานหรือรัฐสั่งให้หยุดกิจการได้ 62% ของค่าจ้าง รวมกรณีที่1 และ 2 แล้วนั้น มีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนแล้ว 7.3 แสนราย และ 3) กรณีที่กระทรวงแรงงานออกกฏกระทรวงและมีผลประกาศใช้แล้ว มีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนรับเงินรวม1.3 แสนคน อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่ 3 นั้น เดิมทีกฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายให้ 75% แต่กฎกระทรวงที่ได้มีการแก้ไขใหม่นั้น ได้ผลักภาระให้มารับที่ประกันสังคม 62% ทำให้ผู้ประกันตนได้รับเงินน้อยลง
แหล่งข่าวกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้สภาองค์การลูกจ้างฯ มี “ข้อกังวล” ใน 2 ประเด็นที่ต้องการให้มีการแก้ไข โดยเฉพาะการนำเงินจากประกันสังคมมาจ่ายเยียวยาผู้ประกันตนโดย “ไม่ถามความเห็น” ในฐานะที่เป็นผู้ส่งเงินสมทบกองทุน อีกทั้งสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยากมาก
“หากนำเงินกว่า 1.6 แสนล้านมาใช้ แต่กลับไม่มีแผนในการเติมเงินเข้ามา ถือเป็น “ความเสี่ยง” ที่ภาครัฐควรคำนึงถึง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต และการออกกฏกระทรวงใหม่ลูกจ้างมองว่าภาครัฐต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการมากกว่าอีกด้วย”
“เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันยาวนานเพราะลูกจ้างไม่เชื่อมั่นว่าภาครัฐจะบริหารกองทุนได้ โดยลูกจ้างได้ยืนยันว่า ในกรณีที่จ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนไปแล้วล็อตแรก จึงต้องการให้หยุดการจ่ายเงินล็อตต่อไว้ก่อน จนกว่าจะมีการหารือเห็นชอบทั้ง 2 ฝ่าย แต่หากก.แรงงานไม่มีการแก้ไขแล้ว ก็มีควมเป็นไปได้ที่สภาลูกจ้างจะตัดสินใจชุมนุมคัดค้านด้วย” แหล่งข่าวกล่าว