เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.ค. 67 ขยายตัว 1.79% หลังส่งออกโตสุดในรอบ 28 เดือน

30 ส.ค. 2567 | 14:06น.
export

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 96.74 ขยายตัว 1.79% หลังส่งออกโตสูงในรอบ 28 เดือน การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐกลับมาสู่ภาวะปกติ ยังส่งสัญญาณ “เฝ้าระวัง” ความเชื่อมั่นและการลงทุนหดตัวลงกำลังซื้อซบเซา

วันที่ 30 สิงหาคม 2567 นายกฤศ จันทร์สุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) กรกฎาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 96.74 ขยายตัว 1.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.84% โดยสถานการณ์ภาคการผลิตของไทยกลับมาขยายตัวอีกครั้ง

กฤศ จันทร์สุวรรณ
กฤศ จันทร์สุวรรณ

สาเหตุหลักมาจากภาคการส่งออกที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 28 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ซึ่งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) ขยายตัว 10.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐกลับมาสู่ภาวะปกติ รวมถึงเทศกาลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องขยายตัว เช่น อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมการกลั่นปิโตรเลียม เป็นต้น

การเพิ่มขึ้นของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคม 2567 ส่งผลให้ภาพรวม 7 เดือนแรกปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 97.69 หดตัวเฉลี่ย 1.4% และอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 59.05% โดยปัจจัยที่ส่งผลลบต่อภาคการผลิต ได้แก่ ปัญหาขาดกำลังซื้อภายในประเทศ หนี้ครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต รวมถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศทะลักเข้าไทย ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้านำเข้ามากขึ้น เนื่องจากราคาถูกกว่า

ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนสิงหาคม 2567 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยภายในประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวังทั้งหมด ความเชื่อมั่นและการลงทุนหดตัวลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ซบเซา ส่งผลต่อการบริโภคและการค้าในประเทศ

ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง รวมถึงสหรัฐมีความไม่แน่นอนของนโยบายการค้ากับจีน

“เศรษฐกิจโลกแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดย IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2567 และการท่องเที่ยวในประเทศที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 36 ล้านคนในปีหน้า รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้การอุปโภค บริโภค และการลงทุนภาครัฐเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ในขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยกดดันอื่น ๆ เช่น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าของบางประเทศคู่ค้าหลัก เช่น ยุโรปที่ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สาธารณะและภาระด้านสิ่งแวดล้อม การนำเข้าสินค้าราคาถูกที่ล้นตลาดซึ่งกดดันการแข่งขันในประเทศ อีกทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้สินครัวเรือนในประเทศและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อวางแผนและปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปีข้างหน้า”

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ น้ำมันปาล์มขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 35.29% จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก เนื่องจากปริมาณผลปาล์มเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ผู้ผลิตเน้นส่งออกไปอินเดีย จีน ปากีสถาน และยุโรป เนื่องจากราคาในตลาดโลกสูงกว่าในประเทศและค่าเงินบาทอ่อนตัว

ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.70% จากผลิตภัณฑ์ถุงมือยางทางการแพทย์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และยางผสม เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากตลาดยุโรป อินเดีย และจีน รวมถึงมีสต๊อกน้ำยางอยู่จำนวนมาก จึงเร่งผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น

เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.91% จากผลิตภัณฑ์ครื่องปรับอากาศเป็นหลัก ตามสภาพอากาศทั่วโลกที่มีอุณภูมิสูงขึ้น ประกอบกับผู้ผลิตพัฒนาคุณภาพสินค้า รวมทั้งจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเข้าถึงและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ยานยนต์หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.11% จากรถบรรทุกปิกอัพ และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เป็นหลัก ตามการหดตัวของตลาดในประเทศและตลาดส่งออก จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ
ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.96% จาก Integrated Circuits (IC) เป็นหลัก

โดยเป็นไปตามภาวะตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลก และผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ คอนกรีต ปูนซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.02% จากผลิตภัณฑ์เสาเข็มคอนกรีตและพื้นสำเร็จรูปคอนกรีตเป็นหลัก ตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ยอดโอนบ้านใหม่ลดลง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ