“นิตินัย” แจงข้อล่าช้า TOR “ดิวตี้ฟรี” สุวรรณภูมิ-
หลังจากที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ได้ให้บริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาเพื่อกำหนดกรอบทีโออาร์ (TOR) ประมูล “พื้นที่เชิงพาณิชย์-ดิวตี้ฟรี” สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่สัญญากับ “คิง เพาเวอร์” จะหมดลงในเดือนกันยายน 2563 พร้อมตั้งเป้าว่ากรอบทีโออาร์จะเสร็จตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา เพื่อจะได้บริษัทรับสัมปทานรายใหม่ภายในสิ้นปีนี้
แต่ถึง ณ วันนี้ ทอท.ก็ยังจัดทำกรอบ TOR จัดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ และพื้นที่ดิวตี้ฟรีไม่แล้วเสร็จ
รอบนี้ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ได้ให้สัมภาณ์ถึงสาเหตุของความล่าช้าในครั้งนี้ไว้อย่างละเอียดว่า เดิมทีเดียว ทอท.มีแผนจะเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีในพื้นที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 (อาคาร 1) พื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางเมตร และพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีภายในอาคารแซตเทลไลต์ (โครงการพัฒนาสุวรรณภูมิ เฟส 2) อีกประมาณ 12,000 ตารางเมตร ที่จะเปิดให้บริการในปี 2563
วันนี้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปและมีเงื่อนไขใหม่เข้ามาเพิ่ม กล่าวคือ มีโครงการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2(อาคาร 2) เพิ่มขึ้นมา ซึ่งล่าสุดโครงการดังกล่าวนี้ได้บริษัทผู้ออกแบบไปเรียบร้อยบวกกับทางบริษัทการบินไทยมีความประสงค์อยากได้พื้นที่อาคาร 2 สำหรับเป็น TG Terminal โดยเฉพาะ ซึ่งความคืบหน้าและข้อสรุปในประเด็นนี้ การบินไทยมีความจำเป็นต้องรอกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) คนใหม่เข้ามารับงานในต้นเดือนกันยายนนี้ก่อน
นั่นหมายความว่า ทอท.ต้องรอเจรจากับทางการบินไทย เพื่อประเมินดีมานด์การใช้พื้นที่ในอาคาร 2 ก่อน จากนั้นก็ต้องเจรจากับบริษัทออกแบบ และบริษัทที่ปรึกษาในการร่างทีโออาร์อีกครั้งว่าจะเหลือเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีเท่าไหร่ ก็จะนำมาประมูลรวมเป็นแพ็กเดียวกันในรอบนี้เลย
“วันนี้สนามบินสุวรรณภูมิมีจำนวนผู้โดยสารที่ 60 ล้านคนต่อปี การบินไทยสายการบินเดียวมีจำนวนผู้โดยสารที่ 26 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่า 40% หากการบินไทยทำการย้ายจากอาคาร 1 ไปอยู่อาคาร 2 จะทำให้เส้นทางการเดินของผู้โดยสารภายในสนามบินเปลี่ยนไปทั้งหมด ซึ่งก็จะส่งผลให้พื้นที่ร้านค้าเปลี่ยนไปด้วย นี่คือเหตุผลที่เรายังสรุปเรื่องทีโออาร์ไม่ลงตัวสักที” นิตินัยสรุป
อย่างไรก็ตาม หากผลการเจรจากับทางการบินไทยไม่ลงตัวและยืดเยื้อ ทาง ทอท.ก็จะเร่งดำเนินการเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีสำหรับอาคาร 1 และอาคารแซตเทลไลต์ตามแผนเดิมไปก่อน
สำหรับกรณีของพื้นที่จุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรในสนามบิน หรือ pick up counter นั้น “นิตินัย” บอกว่า พื้นที่ดังกล่าวนี้ยังไม่รวมอยู่ในทีโออาร์ประมูลรอบนี้ เพราะยังไม่ได้ให้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาในรายละเอียด และไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ
โดย ทอท.จะใช้โมเดลเปิดกว้างให้ทุกบริษัทที่มีธุรกิจดิวตี้ฟรีที่สนใจเข้ามาใช้ได้เหมือนกับที่สนามบินภูเก็ต ซึ่งรูปแบบการเปิดกว้างนั้นก็ยังมีหลากหลายทางเลือก
ดังนั้น จึงอยากรอดูผลการประมูลก่อนว่าจะออกมาอย่างไร เพื่อที่จะจัดสรรการใช้จุดส่งมอบสินค้าให้เหมาะสมต่อไป ซึ่งแน่นอนก็ต้องมีบริษัทเอกชนเข้ามารับสัมปทานเช่นกัน เพราะบทบาทของ ทอท.คือ บริหารสนามบิน และความปลอดภัย ไม่เชี่ยวชาญเรื่อง pick up counter
พร้อมย้ำว่า อย่างไรก็ตามข้อสรุปทีโออาร์ทั้งหมดจะต้องเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ได้ผู้ประกอบการรอบใหม่ภายในสิ้นปีนี้ตามแผนที่วางไว้…
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
