ปิดเกาะแข่งจักรยาน “ฮ่องกง ไซโคลธอน”-
ฮ่องกง ไซโคลธอน 2017 การจัดการแข่งจักรยานบนเกาะฮ่องกง ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา การแข่งครั้งนี้ทางฮ่องกงได้ปิดถนนหลายเส้นทางเพื่อเปิดเส้นทางจราจรให้จักรยานได้ปั่นผ่านสถานที่สำคัญ ๆ อย่าง สะพานซิงหม่า หรือสะพานสโตนคัตเตอร์
เป็นรายการแข่งขันที่มีทั้งมือสมัครเล่น และนักปั่นมืออาชีพระดับโลกร่วมกว่า 5 พันคน รวมทั้งนักปั่นชาวไทยกว่า 80 ชีวิต มาร่วมแข่งในรายการ UCI Class 1.1 Road Race ที่จัดเป็นครั้งแรกในฮ่องกง
สำหรับรางวัลชนะเลิศเป็นของ “โมโฮริค มาเทจ์” ทีมจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 35 นาที 57 วินาที ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของ “ฮักเกอร์ ร็อบบี้” ทีมจากออสเตรเลีย ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 36 นาที 7 วินาที และรองชนะเลิศอันดับสอง “อาราชิโระ ยูกิยะ” ทีมจากญี่ปุ่น ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 37 นาที 11 วินาที

ด้าน “โมโฮริค มาเทจ์” ทีมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้ได้รางวัลชนะเลิศ บอกถึงความรู้สึกในการปั่นจักรยานครั้งนี้ว่า การแข่งปีนี้เทียบกับปีก่อนถือว่ายาก เนื่องจากระยะทางที่ยาวและยาก เขาใช้เวลาแข่งมากกว่าปีก่อน คือนานถึง 2 ชั่วโมง และคู่แข่งก็เก่งขึ้นแถมจำนวนมากกว่าปีก่อนอีก แต่เขาโชคดีที่มีความเชื่อมั่นในการแข่งครั้งนี้ เพราะเขาชนะในการแข่งปีก่อน
“ผมชอบคนฮ่องกง และชอบการแข่งครั้งนี้ เพราะมีคนมาดูเยอะ” โมโฮริคกล่าว
ด้านนักปั่นชาวไทย “มินท์-ณิชชา กาญจนอภิรักษ์” นักปั่นมือสมัครเล่น และเป็นเซเลบในแวดวงจักรยาน เจ้าของเพจ “ผู้หญิงบ้าพลัง” มีดีกรีไม่ธรรมดา เพราะเธอคนนี้เคยผ่านการแข่งจักรยานข้ามวันรอบไต้หวันในรายการ 1,000 กิโลเมตรมาแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในแอมบาสซาเดอร์ของการแข่ง “ฮ่องกง ไซโคลธอน 2017” การแข่งขันครั้งนี้ซึ่งเธอลงแข่งขันประเภท 30 กิโลเมตร โดยผ่านเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที

“รู้สึกประทับใจกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนครั้งไหน เพราะได้ปั่นบนทางด่วน และบนสะพานแขวนของเกาะฮ่องกง ใครที่สนใจอยากมาปั่นรายการนี้ ควรเตรียมความพร้อมของสภาพร่างกายให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีพลังงาน และดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ”
ขณะที่ “ธนิต เชยกีวงษ์” เจ้าของบริษัท บ็อคแมทท์ ทราเวล จำกัด บริษัทรับทัวร์ทั่วโลก และทัวร์ปั่นจักรยาน กล่าวเสริมว่า การเข้าแข่งในสนาม “ฮ่องกง ไซโคลธอน 2017” นี้ถือเป็นครั้งที่สองของเขา โดยการแข่งประเภท 30 กิโลเมตรครั้งนี้รู้สึกประทับใจเช่นเดียวกับปีก่อน โดยเฉพาะเส้นทางปั่นที่ผ่านสะพาน 3 แห่ง โดยสะพานซิงหม่าและสะพานซิงซา แขวนด้วยสลิงคล้ายสะพานแขวนในไทย แต่ต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ข้ามฝั่งทะเลจากด้านเกาลูนไปยังเกาะฮ่องกง ซึ่งสะพานทั้งสองมีระยะทางที่ยาว ทำให้นักปั่นสามารถชมวิวทะเลอย่างเต็มที่
“เส้นทางที่ชอบมาก คือช่วงปั่นลอดอุโมงค์ “อีเกิลเนสต์” ซึ่งสนุกและท้าทาย เพราะเป็นการปั่นเข้าอุโมงค์ที่ภายในมีเนินสูงชันต่อเนื่อง เหมือนการขี่จักรยานไต่เขา จะมีจุดกลับตัวไปยังทางเดิม ทำให้นักปั่นสามารถเร่งความเร็วช่วงลงเนินได้ ซึ่งเส้นทางที่มีความยาวกำลังดีนี้ ผมเชื่อว่าจะถูกใจนักปั่นทั้งสายขึ้นเขา และนักปั่นสายทำความเร็วแน่นอน”
ปีหน้า หากใครสนใจจะแข่งขันจักรยาน ฮ่องกง ไซโคลธอน 2017 สามารถติดตามรายละเอียดที่ http://www.discoverhongkong.com เชื่อว่าน่าจะถูกใจนักปั่นระดับกลางที่ไม่ชอบปั่นไกลมาก และมือสมัครเล่น เพราะมีระยะทางแข่ง 50 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางไม่ยาวนัก