สรรพากรรับลูกคลังงัดมาตรการภาษีปลุกท่องเที่ยวช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ หวังกระตุ้นช่วงโลว์ซีซั่น เล็งให้หักลดหย่อนสูงสุด 15,000 บาท ชี้ต้องรอฟันธงระดับนโยบายอีกที รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวฯต้องตีกรอบเรื่องพื้นที่
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงโลว์ซีซั่น ประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. ก่อนเข้าสู่ไตรมาส 4 หรือช่วงไฮซีซั่นของปีนี้ โดยมาตรการอาจไม่ใช้งบประมาณโดยตรง แต่อาจมาในรูปแบบของสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือมาตรการสนับสนุนอื่นที่ไม่เป็นภาระงบประมาณ เช่น การลดหย่อนภาษี 2 เท่าในกิจกรรมท่องเที่ยว หรือมาตรการสนับสนุนจากภาคเอกชน
นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมา คือ ความรู้สึกปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในช่วงที่ผ่านมา
“มาตรการต้องออกมาอย่างรอบคอบ ให้ถูกจังหวะ และสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริง เราไม่ได้ต้องการแค่ข่าว แต่ต้องการผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้กับระบบเศรษฐกิจ”
นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ได้หารือในเบื้องต้นกับกระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว โดยมีแนวคิดจัดทำมาตรการลักษณะคล้ายกับ Easy E-Receipt ซึ่งเบื้องต้น พิจารณาว่าอาจจะให้หักลดหย่อนค่าบริการจากการท่องเที่ยว สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทไว้ก่อน โดยต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็ม ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่หากต้องการมาตรการที่มีแรงจูงใจมากขึ้น ก็สามารถเสนอปรับเพิ่มวงเงินได้ตามเหมาะสม
“ขณะนี้ยังติดประเด็นว่า จะกำหนดพื้นที่ที่ใช้มาตรการเป็นทั่วประเทศ เมืองหลัก หรือเมืองรอง ซึ่งหากประกาศใช้ทั่วประเทศ อาจทำให้ประชาชนเลือกเดินทางไปเฉพาะเมืองหลัก ขณะที่หากจำกัดเฉพาะเมืองรอง ก็อาจไม่ได้รับความสนใจมากนัก เราจึงต้องรอให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นผู้ฟันธงแนวทางที่ชัดเจนว่า จะให้มาตรการครอบคลุมพื้นที่ใด และจะออกแบบแรงจูงใจให้เหมาะสมอย่างไร เราพร้อมออกมาตรการอยู่แล้ว”
อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายของมาตรการครั้งนี้ คาดว่าจะเน้นไปที่บุคคลธรรมดามากกว่านิติบุคคล เนื่องจากกลุ่มนิติบุคคลมักใช้สิทธิลดหย่อนผ่านการจัดอบรมสัมมนาอยู่แล้ว