เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
Politics Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
Business เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
Tech BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
Business ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
Economic PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
Politics เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
Business 9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
Economic ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

เอกนิติ ย้ำ Quick Big Win เดินหน้าต่อ แม้ยุบสภาฯ หนุนเศรษฐกิจ Q4/68 โตเกิน 1%

07 ม.ค. 2569 | 17:19น.
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

‘เอกนิติ’ เผยมาตรการ Quick Big Win เดินหน้าต่อได้ แม้ยุบสภาฯ ชี้เศรษฐกิจฟื้นชัด หนุนจีดีพีไตรมาส 4/2568 โตเกิน 1%

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการเศรษฐกิจสำคัญที่รัฐบาลดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา อย่าง Quick Big Win ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 99% ภายใต้กรอบ 5 เสาหลัก 1 ฐานราก ยังคงสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้จะอยู่ในช่วงยุบสภาฯ เนื่องจากได้ออกแบบระบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องได้โดยไม่สะดุด ดังนี้

เสาที่ 1 สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างโครงการ “คนละครึ่งพลัส” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่ดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม ใช้เวลาเพียงราว 2 เดือน แต่ส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการกระจายเม็ดเงินไปสู่ต่างจังหวัดมากถึงกว่า 85% ขณะที่กรุงเทพฯ 15-16% ช่วยพยุงกำลังซื้อฐานราก ลดการรั่วไหลออกนอกประเทศ และก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน

“เงินที่ใช้ผ่านโครงการเหล่านี้ถูกนำไปใช้จ่ายกับสินค้าและบริการในประเทศ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ทำให้เกิดการหมุนเวียนต่อเนื่อง วัดผลได้ชัดเจน และให้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการแจกเงินโดยตรง” นายเอกนิติกล่าว

ทั้งนี้ การประเมินเบื้องต้นคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไม่น้อยกว่า 1% ในไตรมาส 4/2568 และอาจสูงกว่าตัวเลขประมาณการขั้นต่ำที่เคยประเมินโครงการคนละครึ่งพลัสไว้ที่ 0.2% โดยคาดว่าจะเห็นตัวเลขชัดเจนจากการประกาศของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในเดือน ก.พ. 69 นี้

เสาที่ 2 การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

นายเอกนิติกล่าวว่า โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว โดยมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ NPLs ที่เป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน วงเงินต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งคิดเป็นกว่า 60% ของหนี้เสียทั้งระบบ ครอบคลุมประชาชนราว 1 ล้านคน หรือกว่า 1.2 ล้านบัญชี

โครงการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เพื่อรวบรวมหนี้จากหลายสถาบันการเงิน ปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสม เปิดทางให้ลูกหนี้สามารถปิดจบหนี้ หรือยืดระยะเวลาผ่อนชำระ พร้อมปลดประวัติเครดิตบูโร เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง

“เป้าหมายไม่ใช่แค่ลดภาระหนี้ แต่เป็นการชุบชีวิตคน ให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ พร้อมเสริมวินัยทางการเงิน เพื่อไม่ให้กลับไปสู่วงจรหนี้เดิม” นายเอกนิติกล่าว

เสาที่ 3 มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี

รมว.คลัง ระบุว่า ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งการคืนภาษีค้างจ่ายเพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กรมสรรพากรมีการคืนให้เอสเอ็มอีแล้วเกือบ 60,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการสินเชื่อและการค้ำประกันเพิ่มเติมผ่าน บสย. และโครงการ SME Credit Boost เพื่อจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 15 มกราคม 2569

เสาที่ 4 ส่งเสริมการออม

สำหรับโครงการพันธบัตรรัฐบาล “ออม พลัส” นายเอกนิติ ระบุว่า การออกแบบโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเปิดจำหน่ายได้ทันที เนื่องจากต้องพิจารณาข้อกฎหมายบางประการอย่างรอบคอบ โดยอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ยืนยันว่าหลักการและระบบพร้อมแล้ว และคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนซื้อพันธบัตรออมทรัพย์พลัสได้เป็นประจำทุกเดือนในอนาคต

“ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง ทั้งดอกเบี้ยนโยบายและดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งมีเงินออม แต่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น มีทางเลือกที่ปลอดภัยมากขึ้นผ่านพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นเครื่องมือออมเงินที่มั่นคงและเหมาะกับสังคมผู้สูงอายุของไทย” นายเอกนิติ กล่าว

ขณะที่มาตรการส่งเสริมผู้ซื้อประกันภัยรายย่อย (Micro Insurance) ได้รับความเห็นชอบจากกฤษฎีกาแล้วบางส่วน โดยไม่สามารถยกเว้นอากรให้กับผู้ซื้อประกันวินาศภัยได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดตามตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 169 เช่น การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรงกับประกันบางประเภท

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้และได้ดำเนินการแล้ว คือ การเปิดโอกาสให้บริษัทประกันสามารถนำเงินไปลงทุนในตลาดทุนได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้เอาประกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ถือกรมธรรม์และตลาดทุนโดยรวม

ส่วนกรณีมาตรการ Thailand Individual Saving Account (TISA)แนวคิดดังกล่าวยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าเจตนารมณ์ที่แท้จริงคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการออมและการลงทุนระยะยาว รวมถึงการลดการบิดเบือนตลาดแบบที่เคยเกิดขึ้นกับกองทุน LTF ในอดีต

นายเอกนิติอธิบายว่า แนวคิดเดิมของ TISA ต้องการทำให้สิทธิประโยชน์ด้านการออมมีความยั่งยืนในระยะยาว ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทุกปี โดยวงเงินลดหย่อนภาษีรวมในปี 2569 ลดลงจากเดิมที่ 8 แสนบาท มาอยู่ที่ 6 แสนบาท ก่อนจะลดเหลือ 5 แสนบาท ในปี 2570 ขณะที่ TISA จะยังคงวงเงินลดหย่อนภาษีที่ 800,000 บาทอย่างถาวร

ซึ่งจะช่วยจูงใจให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง เข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น ไม่ใช่เป็นประโยชน์เฉพาะคนรายได้สูง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลรับฟังข้อสังเกตทั้งหมด และพร้อมนำไปปรับปรุงหากมีโอกาสในอนาคต

เสาที่ 5 การลงทุน

นายเอกนิติระบุว่า การดำเนินงานเป็นไปตามแผนและสามารถสนับสนุนการลงทุนได้ โดยบีโอไอจะปรับทิศทางจากการส่งเสริมการลงทุน Data Center ที่สร้างการจ้างงานต่ำ ไปสู่การต่อยอดธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น บริการคลาวด์

ขณะที่ฐานรากด้านวินัยการคลังยังอยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือ โดย S&P Global Ratings คงอันดับเครดิตไทยที่ BBB+ และมุมมอง Stable จากแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) สะท้อนศักยภาพในการปรับสมดุลการคลังในระยะต่อไป แม้ก่อนหน้านี้ Moody’s และ Fitch จะปรับมุมมองเป็น Negative แต่ยังคงอันดับเครดิตของประเทศไทย